การไปเที่ยวต่างประเทศนอกจากทำวีซ่า หนังสือเดินทาง จองที่พักแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือการทำประกันอุบัติเหตุต่างประเทศ เพราะไม่มีทางรู้ว่าระหว่างออกทริปจะมีเหตุไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นบ้าง และถ้าใครไม่รู้ว่าประกันเดินทางต่างประเทศให้ความคุ้มครองอะไร วันนี้เรานำคำตอบมาให้คุณแล้ว
การเดินทางไปต่างประเทศหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดอาการเจ็บป่วยกะทันหัน จากการที่สภาพอากาศ รวมทั้งอาหารการกินไม่เหมือนในไทย และค่าใช้จ่ายในการรักษาต่างประเทศถือว่าสูงมาก แต่ถ้าทำประกันเอาไว้แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะหากเกิดเหตุรุนแรงจนต้องส่งกลับประเทศไทย ทางบริษัทประกันก็ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
ใครไปเที่ยวต่างประเทศย่อมเข้าใจดีว่าหากเกิดเหตุการณ์ต้องเลื่อนการเดินทางหลายวัน จากเหตุก่อการร้าย หรือภัยธรรมชาติจากประเทศต้นทาง จะส่งผลเสียมากมายตามมา เช่น ต้องทำเรื่องขอเงินคืนค่าที่พัก ที่ได้จ่ายเงินจองเอาไว้แล้ว และการทำเรื่องขอเงินคืนไม่ใช่เรื่องง่ายด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเสียเงินค่าห้องไปแบบฟรี ๆ แต่ถ้าได้ทำประกันเดินทางเอาไว้แล้ว ในกรณีที่พักไม่ทำเรื่องคืนเงินให้ บริษัทประกันก็พร้อมชดเชยค่าเสียหายให้แล้ว
ประกันอุบัติเหตุเดินทางต่างประเทศยังชดเชยในกรณีที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกเมืองด้วย ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบดีว่าค่าใช้จ่ายเดินทางกรณีรักษาข้ามเมืองในต่างประเทศสูงมาก การทำประกันไว้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น
ประกันอุบัติเหตุต่างประเทศมีข้อดีคือ สามารถเลือกระยะเวลาคุ้มครองได้แม้เป็นการเดินทางระยะสั้น เช่น คุ้มครอง 1 วัน, 7 วัน หรือแม้แต่คุ้มครองระยะเวลา 1 – 2 ปีเลยทีเดียว ทำให้ผู้เอาประกันควรเลือกระยะเวลาคุ้มครองเท่ากับระยะเวลาเดินทาง เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกกรณี
ก่อนทำประกันเดินทางต่างประเทศ ควรศึกษาเป็นอันดับแรกว่าประเทศที่เรากำลังเดินทางไปบริษัทประกันให้ความคุ้มครองหรือไม่ เพราะประกันเดินทางบางกรมธรรม์ไม่ได้ให้ผู้เอาประกันเลือกประเทศที่เดินทางได้ด้วยตนเอง
ด้วยเหตุนี้เองหากผู้ซื้อประกันไม่ได้ศึกษารายละเอียดภายในกรมธรรม์ก็อาจเข้าใจว่าประเทศที่เราเดินไปบริษัทประกันคุ้มครอง แต่ความจริงแล้วไม่คุ้มครอง เพราะบางประเทศมีความเสี่ยงสูงจากภัยสงคราม และการก่อการร้าย เช่น รัสเซีย ยูเครน เกาหลีเหนือ ฯลฯ บริษัทประกันจะไม่คุ้มครอง ดังนั้นถ้าเดินทางไปแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้เดินทางต้องรับความเสี่ยงทั้งหมด
การเดินทางไปต่างประเทศนอกจากให้ความสำคัญกับทุนประกันที่สูงมากพอจนสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาต่าง ๆ แล้ว บางประเทศเองก็กำหนดทุนประกันเป็นเกณฑ์ในการขอวีซ่าด้วย เช่น ประเทศกลุ่มเชงเก้น ที่หากต้องการเข้าประเทศกลุ่มนี้ ต้องทำประกันที่มีวงเงินคุ้มครองมากกว่า 1.5 ล้านบาท
หากกำลังมองหาประกันอุบัติเหตุต่างประเทศที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความมั่นใจว่าจะสามารถเคลมประกันได้ตลอดเวลา ไม่ควรพลาดกับประกันเดินทางจาก insurverse ที่ได้รวบรวมความคุ้มครองการเดินทางจากทั่วมุมโลก เอาไว้ให้คุณเลือกวางแผนการเดินทางที่ใช่ให้แล้ว เช็กเบี้ยประกันเดินทางที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”