เที่ยวเกาหลีเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆ คน แถมขึ้นเป็น 1 ใน List ประเทศที่ต้องไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต เพื่อไปค้นพบความสวยงามที่หาไม่ได้จากในซีรีส์ ได้ไปค้นเจอที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์, มีความแตกต่างและเพิ่ม Passion ให้กับชีวิตตัวเอง ถ้าเรากำลังเตรียมตัวออกเดินทาง แล้วยังลังเลอยู่ว่าซื้อตั๋วเครื่องบินมันราคาเท่าไหร่กัน แล้วต้องเผื่อค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง บอกเอาไว้ตรงนี้เลย ว่าต้องซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเพื่อทริปที่ดีที่สุด! แบบคนมีบอดี้การ์ดติดตัวไว้ด้วย เอาล่ะ ตามไปดูราคาตั๋วเครื่องบินกันต่อได้เลย
เที่ยวเกาหลีแน่นอนว่าเราจะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างเดียว จากประเทศไทยบินไปเกาหลี 2567 ใช้เวลาแค่ประมาณ 5 ชั่วโมง เราก็จะได้ไปเห็นความสวยงามที่รอให้เราไปสัมผัส หลายๆ คนตั้งคำถามเกี่ยวกับราคาว่าตั๋วบินไปเกาหลีใต้ราคาเท่าไหร่? วันนี้เรามีคำตอบมาให้!
สำหรับการเที่ยวเกาหลีถ้าเราซื้อตั๋วไปเกาหลีใต้ขาไปอย่างเดียว เรทราคาจะอยู่ที่ 4,500-5,000 บาทโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจองด้วย ถ้าเราจองล่วงหน้านานราคาก็จะถูกลงไปอีกลดแบบครึ่งต่อครึ่งก็มี! ต้องอาศัยความเร็วและดวงด้วยนะ ถ้าใครดวงดี แต้มบุญสูงก็ได้ตั๋วในราคาถูกมากๆ ไปครอบครอง
ต่อมาคือเรทราคาตั๋วไป-กลับ เรทราคาจะอยู่ที่ 7,500-8,000 บาทโดยประมาณ จองล่วงหน้าก็ถูกกว่าเหมือนกัน! ซึ่งเรทราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับเกาหลีเราสามารถจองตั๋วออนไลน์เองได้ เห็นราคาชัดๆ ที่หน้าจอได้เลย ก็เหมือนกับการซื้อประกันเดินทางออนไลน์ที่ทั้งง่ายและสะดวกสบายเวอร์ จะทริปไฟไหม้แค่ไหนก็ไม่หวั่น! ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด จากการเลือกซื้อประกันและจองตั๋วเองแบบง่ายๆ สบายๆ ผ่านออนไลน์ดีงามมาก
ปัญหาของการเที่ยวเกาหลีไม่ใช่แค่ห้ามลืมสมัครประกันเดินทาง แต่คือที่เกาหลีเขามีตม.นะ ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนผ่านด่านตม.ไม่ได้ ก็นอนห้องเย็นกันฉ่ำปอดไปเลย บอกเลยช็อตฟิลมากแม่! เพราะจะอดไปอันยองฮาเซโย! ถึงเกาหลีไง งั้นมาดูกันว่าถ้าไม่อยากติดตม.เกาหลีต้องทำยังไง ดังนี้
เที่ยวเกาหลีต้องสมัคร K-EAT ห้ามลืมเด็ดขาด! จะสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์หรือผ่านแอปพลิเคชันก็ได้เหมือนกัน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อให้ผ่านตม.ได้ง่ายๆ หมายเหตุ สมัคร 1 ครั้ง มีอายุการใช้งาน 2 ปี
อย่างที่เห็นว่าเรทราคาตั๋วแบบไปอย่างเดียว กับแบบไป-กลับ ราคาไม่ได้หนีกันมากเท่าไหร่ การที่เราเลือกซื้อตั๋วไป-กลับ จะลดเปอร์เซ็นต์ในการติดตม.ได้มากกว่า เหมือนเป็นการยืนยันว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ได้มาเป็นมิจหรือมาจกตาใครทั้งนั้น! มีวันเวลากลับที่แน่นอน ตม.ก็จะมองหน้านิดๆ แล้วก็ปล่อยผ่านได้ง่ายกว่า
ไปเกาหลีต้องเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม อันไหนสำคัญเอาติดตัวไปด้วยเลย จะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ก็พกไว้ก่อน อุ่นใจกว่าเยอะ เวลาที่เราโดนถามคำถามอะไร ก็จะสามารถตอบได้สะดวก แล้วก็มีหลักฐานไว้ยืนยันอีกด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ฉบับตัวเเม่ ตัว Mom ที่ชอบเที่ยว ถ้าเราไม่มีเอกสารหรือไม่มีหลักฐานใดๆ จะมีตั๋วหรือมีประกันก็มีโอกาสสูงที่จะติดตม.ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นห้ามลืมนะ!
ต่อมาคือเอกสารที่พัก บอกเลยสำคัญมากกว่าที่คิด เป็น 1 ในตัวช่วยยืนยันที่ดี ที่ทำให้เราผ่านตม.ไปได้ง่าย ไม่ว่าจะจองที่พักที่ไหน? เมืองไหน? ควรมีเอกสารที่มีข้อมูลวันเวลาในการ Check in และ Check out ที่ชัดเจน ก็ช่วยให้ผ่านตม.ได้แบบสบายๆ ขึ้น!
ต่อมาคือเอกสารที่ได้วางแผนการเที่ยวเกาหลีเอาไว้ ไม่ว่าจะเที่ยวเมืองไหน จังหวัดไหนเปิดโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดูไปเลยแม่ ไม่ต้องกั๊ก ทำหน้ามั่นๆ เข้าไว้ ว่านี่มาเที่ยวจริงนะ อยากไปที่นี่ ที่นั่น มีแผนให้ดูเต็มไปหมด ตั้งแต่วันแรกเราจะไปทำอะไร? จะไปไหนบ้าง? แล้ววันที่ 2 จะไปเช็คอินที่ไหน? จะไปทำกิจกรรมอะไร? บอกให้ครบ อย่าปกปิด! ซึ่งบอกเลยว่าปิดคนอื่นได้แต่อย่าปิดตม. ไม่อย่างนั้นอาจจะได้คอตกกลับบ้าน อยากเที่ยวเกาหลีต้องอย่าล้อเล่นกับระบบเด็ดขาด เตือนแล้วนะ!
เที่ยวเกาหลีเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีและเป็นการมอบความสุขให้กับตัวเราเองได้อย่างแท้ทรู รับรองว่าเต็มอิ่ม ฟินกันแน่นอน แต่ถ้าไม่อยากว้าวุ่นต้องเลือกประกันเดินทางต่างประเทศ insurverse เท่านั้นคุ้มครองดีเวอร์! ตอบโจทย์นักเดินทางยุคนี้มว๊าก สมัครง่ายให้ความคุ้มครองแบบทำถึง บอกหมดเรื่องประกันเดินทางราคาถูกมีราคากี่บาท ถ้าใครมีติดตัวก่อนไปเกาหลี จะเข้าโรงพยาบาลหรือเกิดอุบัติเหตุอะไร ก็อุ่นใจลุยได้เต็มที่ทุกสถานการณ์ เก็บทุก Moment ให้ฉ่ำกันไปเลย แล้วปล่อยให้ทุกค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ให้ประกันจ่ายให้ได้เลย จะค่ารักษาเป็นแสน เป็นล้าน ก็ไม่มีช็อตฟิลแน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”