สำหรับใครที่มีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากแพลนเที่ยว กิน ช้อปปิ้งแล้ว เรื่องสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเกิดป่วยขึ้นมากะทันหัน จะได้รู้ว่าควรทำยังไง และต้องไปโรงพยาบาลแบบไหน ญี่ปุ่นมีระบบโรงพยาบาลที่ค่อนข้างเป็นระเบียบมาก มีทั้งคลินิก โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งแต่ละที่มีวิธีเข้ารับการรักษาแตกต่างกันออกไป แถมยังมีเงื่อนไขเรื่องบัตรประกันสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ล่วงหน้า
แต่ถ้าเกิดคุณกำลังกังวลว่าถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเกิดป่วยขึ้นมา ต้องเข้า โรงพยาบาลญี่ปุ่น จะเคลมได้รึเปล่า ไม่ต้องห่วง เพราะถ้ามีประกันเดินทางต่างประเทศจาก insurverse ที่ช่วยได้ทั้งอาการเจ็บป่วย อุบัติเหตุต่าง ๆ แถมยังมีทีมงานซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
ที่ญี่ปุ่นมีสถานพยาบาลอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ คลินิก (クリニック) และ โรงพยาบาล (病院 – Byouin)
ระบบค่ารักษาของญี่ปุ่นค่อนข้างซับซ้อน เพราะขึ้นอยู่กับว่ามี บัตรประกันสุขภาพ (健康保険 – Kenkou Hoken) หรือไม่
แม้โรงพยาบาลในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็มีหลายแห่งที่รองรับภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ อย่าง โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต สามารถค้นหารายชื่อโรงพยาบาลที่มีบริการแปลภาษาหรือเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้จากลิงก์นี้:
ถ้าต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในญี่ปุ่น อย่าลืมเตรียมเอกสารเหล่านี้ไปด้วย
เที่ยวญี่ปุ่นให้สบายใจ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเรื่องสุขภาพและโรงพยาบาลที่อาจต้องใช้บริการ การรู้จักประเภทของสถานพยาบาล ค่าใช้จ่าย และวิธีเข้ารับการรักษาจะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ง่ายขึ้น ถ้ามีแพลนไปเที่ยว แนะนำให้บันทึกรายชื่อโรงพยาบาลที่มีบริการภาษาต่างประเทศไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาเมื่อต้องการใช้บริการจริง
นอกจากนี้ อย่าลืม เช็กเบี้ยประกันเดินทาง จาก insurverse เพื่อให้การเดินทางทุกทริปของคุณได้รับการดูแลจากทีมงานตลอด 24 ชั่วโมง
โรงพยาบาลในญี่ปุ่นหลายแห่งรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ที่มีโรงพยาบาลที่รองรับภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คลินิกหรือโรงพยาบาลเล็ก ๆ อาจไม่มีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้ การเตรียมแอปแปลภาษา หรือการพกเอกสารแปลอาการป่วยเป็นภาษาญี่ปุ่นติดตัวไปจะช่วยให้การสื่อสารสะดวกขึ้น
มีโรงพยาบาลบางแห่งที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีแผนกฉุกเฉิน (ER – Emergency Room) เช่น St. Luke’s International Hospital ในโตเกียว หรือ Osaka General Medical Center ในโอซาก้า อย่างไรก็ตาม คลินิกทั่วไปมักเปิดทำการช่วงกลางวันและปิดในช่วงค่ำ ดังนั้นหากต้องการเข้ารับการรักษานอกเวลาทำการ ควรเช็กโรงพยาบาลที่มีแผนกฉุกเฉินล่วงหน้า
สามารถเข้ารับการรักษาได้ แต่จะต้องจ่ายค่ารักษาเต็มจำนวน ซึ่งอาจสูงมากขึ้นอยู่กับประเภทของการรักษา หากเป็นกรณีฉุกเฉิน ควรขอใบเสร็จและเอกสารทางการแพทย์เพื่อใช้ยื่นขอคืนเงินจากประกันสุขภาพที่ประเทศต้นทางหรือบริษัทประกันเดินทางที่สมัครไว้
ยาในญี่ปุ่นมีสองประเภทหลัก คือ ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (処方せん – Shohousen) และยาที่ซื้อได้ทั่วไป (市販薬 – Shihanyaku) หากเป็นอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้หวัด ปวดศีรษะ หรืออาการแพ้บางอย่าง สามารถหาซื้อยา OTC ได้จากร้านขายยาทั่วไป เช่น Matsumoto Kiyoshi หรือ Sugi Pharmacy แต่หากต้องการยาที่แรงขึ้น หรือยาปฏิชีวนะ ต้องไปพบแพทย์เพื่อรับใบสั่งยา
โรงพยาบาลใหญ่และคลินิกบางแห่งสามารถรับบัตรเครดิตได้ แต่โรงพยาบาลเล็ก ๆ และร้านขายยาอาจรับเฉพาะเงินสด ดังนั้น ควรพกเงินสดติดตัวเสมอเพื่อความสะดวกในการชำระค่ารักษาพยาบาลและค่ายา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ยุโรปคือจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก ลิ้มลองอาหารรสเลิศ หรือสัมผัสธรรมชาติอันตระการตา แต่สำหรับคนไทย ด่านแรกที่ต้องผ่านก่อนออกเดินทางคือการขอ “วีซ่าเชงเก้น” (Schengen Visa) ซึ่งมักถูกมองว่ายากและมีรายละเอียดซับซ้อน บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลทุกแง่มุม ตั้งแต่วิธีเลือกประเทศยื่น เอกสารที่ต้องใช้ ไปจนถึงข้อควรรู้ที่จะช่วยให้การยื่นวีซ่าของคุณผ่านฉลุยอย่างมั่นใจ วีซ่าเชงเก้นคืออะไร เข้าประเทศไหนในยุโรปได้บ้าง? วีซ่าเชงเก้น คือข้อตกลงร่วมกันของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าระยะสั้น (ประเภท C สำหรับการท่องเที่ยว) สามารถเดินทางเข้า-ออกและข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องขอวีซ่าแยกในแต่ละประเทศ สามารถพำนักได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน ปัจจุบันเขตเชงเก้นครอบคลุมถึง 29 ประเทศ ทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ รวมถึงประเทศล่าสุดอย่างโครเอเชีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นกับประเทศไหนดี? กฎหลักที่ต้องรู้ หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือต้องยื่นขอกับสถานทูตของประเทศใด ตามกฎข้อตกลงเชงเก้น คุณต้องยื่นกับ: เช็กลิสต์เอกสารสำคัญในการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น การเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง ชัดเจน และตรงความจริง คือหัวใจสำคัญที่สุดในการได้รับการอนุมัติวีซ่าเชงเก้น เอกสารประจำตัวและการงาน หนังสือเดินทาง (Passport) ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า… Continue reading วิธีขอวีซ่าเชงเก้น คู่มือเตรียมเอกสาร ผ่านฉลุยเที่ยวได้ชัวร์
สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงลอนดอน ธรรมชาติอันเงียบสงบในชนบท หรือบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แต่เนื่องจากอังกฤษไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น นักท่องเที่ยวไทยจึงจำเป็นต้องยื่นขอ “วีซ่าอังกฤษ” โดยเฉพาะ ซึ่งระบบในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นออนไลน์เกือบทั้งหมด ช่วยให้การเตรียมตัวสะดวกยิ่งขึ้น ทำความรู้จัก Standard Visitor Visa สำหรับเที่ยวอังกฤษ สำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อนหรือครอบครัว รวมถึงติดต่อธุรกิจระยะสั้น จะต้องยื่นขอวีซ่าประเภท Standard Visitor Visa ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอายุ 6 เดือน สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple Entries) และพำนักได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ยังมีออปชันระยะยาว 2 ปี, 5 ปี และ 10 ปี สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยครั้ง รายการเอกสารที่ต้องใช้ยื่นวีซ่าอังกฤษให้ผ่านรอบเดียว ปัจจัยหลักที่สถานทูตอังกฤษใช้พิจารณาคือ “ความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร” และความมั่นใจว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อสิ้นสุดการท่องเที่ยว หลักฐานยืนยันความผูกพันในประเทศไทย เอกสารสำคัญคือหนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ระบุเงินเดือน วันเริ่มงาน และระยะเวลาการลาพักร้อน หรือเอกสารทะเบียนการค้ากรณีทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อแสดงว่ามีภาระผูกพันที่ต้องกลับมาดำเนินชีวิตต่อในไทย หลักฐานทางการเงินและที่มาของรายได้ สเตทเมนท์ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน… Continue reading ยื่นวีซ่าอังกฤษง่ายๆ สรุปขั้นตอนครบถ้วน เตรียมตัวพร้อมเดินทาง
ประเทศเยอรมนี ดินแดนแห่งปราสาทในเทพนิยาย เทศกาลเบียร์ระดับโลก และมาตรฐานยานยนต์ชั้นนำ คือหนึ่งในประเทศยอดฮิตในยุโรปที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่มีแผนพำนักในเยอรมนีนานที่สุดในทริป คุณจะต้องยื่นขอ “วีซ่าเยอรมัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกข้อตกลงเชงเก้น โดยมีเกณฑ์การตรวจสอบเอกสารที่ละเอียดและเข้มงวด การเตรียมตัวอย่างรอบคอบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับวีซ่าอย่างราบรื่น วีซ่าท่องเที่ยวเยอรมัน คือวีซ่าประเภทใด? วีซ่าท่องเที่ยวของเยอรมนีจัดอยู่ในกลุ่ม Schengen Visa Type C สำหรับการพำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 180 วัน โดยอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยว เยี่ยมเยียนคนรู้จัก หรือร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจได้ทั่วทั้ง 29 ประเทศในเขตเชงเก้น เตรียมเอกสารยื่นวีซ่าเยอรมันให้ถูกต้องตามมาตรฐานสถานทูต สถานทูตเยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัดในความถูกต้องของเอกสาร จึงควรตรวจสอบรายการเอกสารอย่างพิถีพิถัน เอกสารแสดงสถานะตัวบุคคลและการประกอบอาชีพ หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 3 เดือนนับจากวันออกจากเชงเก้น พร้อมสำเนา รูปถ่ายไบโอเมตริกซ์พื้นหลังขาวขนาด 3.5 x 4.5 ซม. และหนังสือรับรองการทำงานภาษาอังกฤษที่ระบุระยะเวลาการจ้างงาน เงินเดือน และการอนุมัติวันลาอย่างเป็นทางการ แผนการท่องเที่ยวและหลักฐานการเงินที่รัดกุม รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนที่มีการเคลื่อนไหวของเงินเข้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบยืนยันการจองโรงแรมทุกเมือง และตารางการเดินทางรายวัน (Travel Plan) ที่สมเหตุสมผล… Continue reading ขอวีซ่าเยอรมันง่ายๆ เจาะลึกขั้นตอนยื่น เตรียมเอกสารให้ผ่าน