ย่างเข้าสู่หน้าฝน ฝนก็ตกฉ่ำๆ แบบไม่เกรงใจใคร อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวหน้าร้อนของเนปาลกันดูบ้างไหม? จะได้ไปเที่ยวแบบคนมีเงินเหลือๆ ซึ่งก่อนไปเที่ยว ก็ต้องเตรียมตัวขอวีซ่าเนปาล เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี ไม่งั้นเข้าประเทศเขาไม่ได้นะ แต่ แต่ แต่ แค่นั้นยังพอ การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทุกครั้ง ต้องทำประกันเดินทางต่างประเทศด้วย จะได้อุ่นใจเรื่องความปลอดภัย หากเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันใด จะได้มีคนช่วย นอกจากนี้การทำประกันยังช่วยให้ขั้นตอนการทำวีซ่าง่ายขึ้น ว่าแล้วก็ตามไปดูกันว่าวีซ่าเนปาล 2567 มีขั้นตอนการทำอย่างไร? ต้องทำแบบไหน? จ่ายค่าธรรมเนียมเท่าไหร่? จะวีซ่าผ่านง่าย พร้อมออกเดินทางแบบชิลล์ๆ เหมือนคนเตรียมตัวมาอย่างดี!
ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าไปเนปาลต้องขอวีซ่าเนปาลด้วยเสมอ! เพราะเนปาลมีกฎของประเทศเขา ไม่ใช่ให้ใครเข้าประเทศได้ง่ายๆ ยิ่งไม่อยู่ในลิสต์รายชื่อประเทศ ที่ไทยไม่ต้องทำวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศแล้วด้วย จึงต้องมาดูรายละเอียดการสมัครทำวีซ่าให้ดี
ซึ่งเดี๋ยวนี้มีการสมัครแบบยื่นวีซ่าเนปาลออนไลน์ด้วย ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ แต่หากใครต้องการไปทำวีซ่าแบบเดิม ก็มีให้เลือกทำถึง 2 ที่ ก็คือ ที่แรกสามารถเดินทางไปทำได้ที่สถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทยและที่ที่สองทำได้ที่สนามบินปลายทาง (วีซ่าเนปาล visa on arrival) ทำเสร็จ หลังจากลงตราประทับก็พร้อมมีวีซ่าเที่ยวเนปาลให้ฉ่ำอกฉ่ำใจกันได้เลยยาวๆ กว่า 6 เดือน
แต่ถ้าใครไม่สะดวกทั้งสองที่ลองขอคำแนะนำหรือยื่นคำขอกับสถานเอกอัครราชทูตเนปาล ประจำประเทศไทยแทนก็ได้นะ ขั้นตอนการยื่นคำร้องไม่ได้ต่างกันมาก เอาจริงๆ คือเลือกทำที่ไหนก็ได้หมดแล้วแต่สะดวกเลย ขอแค่ขอวีซ่าได้ก็พอ!
อายุคงเหลือต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันที่ยื่นคำขอวีซ่า) รวมถึงประทับตราวีซ่าอย่างน้อย 1 หน้าและสำเนาหนังสือเดินทางอีก 1 ฉบับ
สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์สถานทูต เพื่อสมัครยื่นวีซ่าเนปาลออนไลน์หรือรับเอกสารมากรอกด้วยตนเองที่สนามบินปลายทาง
ขนาด 2 * 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป ด้านหลังต้องไม่มีลวดลายและไม่สวมแว่นตาหรือแว่นตากันแดด
สำหรับวิธีการขอวีซ่าเนปาล 2567 ไม่ยากเลย แต่ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ทุกคนไปยื่นคำร้องด้วยนะ ดังนี้
1.1 ก่อนอื่นต้องกรอกแบบฟอร์ม Visa Application Form ของสถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย
1.2 จัดเตรียมเอกสารยื่นคำขอวีซ่าให้พร้อม แล้วนำไปยื่นกับทางสถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทยได้เลย โดยจะเปิดทำการให้เราสามารถเข้าไปยื่นคำขอตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้น!
1.3 กรณีไม่สามารถไปยื่นคำร้องด้วยตนเองได้ สามารถฝากบุคคลในครอบครัวหรือคนอื่นๆ ดำเนินเรื่องแทนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ขอแค่มีรายละเอียดในแบบฟอร์มหนังสือเดินทางและรูปถ่ายตรงกัน ก็ถือว่าเพียงพอ สะดวกมากๆ แถมของ่ายจริงอะไรจริงเลยล่ะ
**หมายเหตุ** ระยะเวลารอรับการอนุมัติโดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่นานแค่ 1-2 วัน แต่สงสัยกันใช่ไหม? ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าผ่านหรือไม่ผ่าน? คำตอบคือการที่จะขอวีซ่าผ่านก็ต่อเมื่อทางสถานทูตแจ้งให้ไปรับหนังสือเดินทางคืนนั่นเอง! แต่จะเข้ารับหนังสือเดินทางคืนได้แค่เฉพาะเวลา 14.30-16.30 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้นนะ!
ก่อนอื่นไขข้อข้องใจกันก่อนว่าสามารถยื่นคำร้องที่สนามบินปลายทางที่ไหนได้บ้าง? หลักๆ สามารถยื่นคำขอได้เฉพาะกับท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวันเพียงแห่งเดียว เป็นที่ยื่นขอวีซ่าที่ให้บริการจากไทย ส่วนขั้นตอนการดำเนินการมีดังนี้
2.1 จัดเตรียมเอกสารการยื่นขอวีซ่าแบบเดียวกันกับตอนขอกับสถานทูต โดยแบบฟอร์มคำร้องมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ โหลดแบบฟอร์มจากสถานทูตหรือขอแบบฟอร์มกับทางสนามบินด้วยตนเอง
2.2 ต่อคิวยื่นเอกสารที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินปลายทาง จากนั้นรอผลการพิจารณา เพื่อรับวีซ่าและเดินทางเข้าสู่ประเทศเนปาลได้เลย
สำหรับค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าเนปาลถูกแพงขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่า ได้แก่
**หมายเหตุ** กรณีชำระค่าธรรมเนียมที่สนามบินปลายทาง จะรับเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กรณีชำระกับสถานทูตจะรับเฉพาะสกุลเงินไทยเท่านั้น โดยเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียม แต่ต้องยื่นขอวีซ่าตามปกติก่อนออกเดินทาง
คงหายข้องไขกันไปแล้วว่าไปเที่ยวเนปาลต้องขอวีซ่าเนปาลไหม? คำตอบคือต้องขอ แต่ขอเสร็จแล้วอย่าลืมทำประกันเดินทางเสมอ! เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันที่ต่างแดนได้แบบนักท่องเที่ยวมือโปร หากไปลื่นล้ม, เกิดแผลฟกช้ำ, กระดูกหักหรือหัวร้างข้างแตก ประกันเดินทางเขาก็คุ้มครอง ซึ่งให้การดูแลตั้งแต่การเริ่มออกเดินไปจนถึงเดินทางกลับไทย ดังนั้นไม่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหนเราก็เที่ยวได้อย่างสบายใจได้เลย สบายใจเรื่องค่าใช้จ่ายแพงๆ ที่ต่างประเทศรวมถึงค่ารักษาพยาบาลหลักแสนได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญไม่ต้องใช้เงินเก็บมาจ่ายเอง เลือกประกันก่อนออกเดินทางไว้เถอะ จ่ายเบาๆ แบบเงินในบัญชีไม่สะเทือน เริ่มต้นเพียงแค่หลักสิบ จ่ายเท่าที่ไปเที่ยว ไปกี่วันก็จ่ายเท่านั้น! ฟีลแบบจ่ายค่ากาแฟวันละแก้วต่อวัน ก็เที่ยวได้แบบสบายใจเกินคุ้มเต็ม 24 ชั่วโมง ถ้าไม่รู้จะเลือกประกันเดินทางต่างประเทศที่ไหนดี? ขอฝากประกันจาก insurvesre ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ เพื่อช่วยดูแลทุกการท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างปลอดภัยได้เลย พร้อมอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนคู่ใจไปไหนไปกันของจริง! ซื้อแล้วอุ่นใจชัวร์ ไม่ต้องกลัวค่าใช้จ่ายบานปลายแน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ใครกำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ยังไม่มีพาสปอร์ต หรือเล่มเดิมใกล้หมดอายุ ไม่ต้องกังวล เพราะขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด บทความนี้รวมตั้งแต่ประเภทของพาสปอร์ต ค่าใช้จ่าย เอกสาร ไปจนถึงวิธีจองคิวและขั้นตอนการทำแบบเข้าใจง่าย และการเดินทางไปต่างประเทศก็อย่าลืมซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ จาก insurverse ที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงจากสิ่งที่ไม่คาดฝัน Key Takeaway ทำความรู้จักกับพาสปอร์ต (Passport) พาสปอร์ต (passport) หรือหนังสือเดินทาง คือเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนและสัญชาติของเราเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเหมือน “บัตรประชาชนฉบับใช้เดินทางข้ามประเทศ” ที่ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต่าง ๆ สำหรับคนทั่วไปที่ต้องเดินทางไปเที่ยว เรียน หรือทำงานต่างประเทศ จะใช้ หนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไป เป็นหลัก โดยปัจจุบันพาสปอร์ตมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร เช่น ภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ และภาพม่านตา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ชนิดของพาสปอร์ต พาสปอร์ตไทยมีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทใช้กับคนและวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป สำหรับประชาชนทั่วไป, หนังสือเดินทางราชการ สำหรับผู้ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ และ หนังสือเดินทางทูต สำหรับบุคคลที่มีสิทธิได้รับตามหลักเกณฑ์ นอกจากนี้ยังมีหนังสือเดินทางประเภทอื่นสำหรับกรณีเฉพาะ เช่น หนังสือเดินทางชั่วคราว ดังนั้นถ้าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทั่วไป ให้เลือกทำ… Continue reading พาสปอร์ต ทำยังไง? รวมข้อมูลเอกสาร ค่าธรรมเนียม และวิธีจองคิวอัปเดตล่าสุด
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ