ก่อนที่จะเดินทางไปไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะเตรียมให้พร้อม คือความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ เพราะไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือจะมีความร้ายแรงมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่จะช่วยรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้นได้ดี นั่นก็คือ การทำประกันเดินทางต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเคลมประกันเดินทางได้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาระหว่างทริปท่องเที่ยวแสนวิเศษของคุณ
การแจ้งตำรวจไว้หลังจากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ได้รับความเสียหาย เป็นการบันทึกข้อมูลไว้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน และมีความจำเป็นต่อการเคลมประกัน ซึ่งจะบอกถึงข้อมูลของเหตุการณ์ เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน ความเสียหายทั้งหมดเป็นจำนวนเท่าไหร่
เพราะในแต่ละแผนการเดินทางของแต่ละบริษัท หรือแพ็กเกจประกันที่ซื้อมา อาจจะมีเงื่อนไข หรือข้อจำกัดที่แตกต่างกัน หากไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรจะศึกษาเงื่อนไข รายละเอียดทั้งหมดของแผนประกันให้ถี่ถ้วนก่อน รวมถึงการศึกษาว่าประเทศที่เรากำลังจะเดินทางไปนั้นอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ เพราะมีบางประเทศที่มีความเสี่ยงสูง และไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของประกันเดินทาง
เนื่องจากประกันเดินทางคุ้มครองการถูกโจรกรรมด้วย แต่หากไม่มีหลักฐานยืนยันเพื่อใช้ในการเคลมประกัน ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถเคลมประกันได้ และเราก็ไม่รู้ว่าของเหล่านั้นจะเสียหาย หรือถูกโจรกรรมตอนไหน ดังนั้น การถ่ายรูปไว้ก่อนตั้งแต่แรกจะดีที่สุด
อย่างที่บอกไปว่าการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนเป็นเรื่องสำคัญ การเคลมประกัน หรือได้รับการชดเชย อาจจะมีกรณีที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกด้วยเช่นกัน การศึกษาข้อมูลตรงนี้จะทำให้เราสามารถคำนวณได้ว่า สิ่งของที่จะเคลมมีราคาแพงกว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่เราต้องจ่ายไปหรือไม่
ยิ่งเคลมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะความเสียหายที่ได้รับมักส่งผลกระทบต่อจิตใจมากพอสมควร หากเรื่องจบได้ไวที่สุด เราก็จะสามารถเดินทางต่อด้วยความสบายใจ และที่สำคัญ ในแผนประกันจะมีกำหนดระยะเวลาในการเคลมประกันไว้ด้วย ส่วนมากจะมีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือได้รับความเสียหายขึ้นมาระหว่างการเดินทาง สิ่งที่ควรทำคือถ่ายรูปเก็บหลักฐาน แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นเคลมประกัน เช่น ใบเสร็จค่ารักษาฉบับจริง ใบรับรองแพทย์ กรมธรรม์ประกันเดินทาง สำเนาหน้าสมุดบัญชี เป็นต้น จากนั้นให้ทำการติดต่อกับบริษัทประกันที่ได้ทำประกันเดินทางไว้
แม้ว่าอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้แน่ ๆ คือการทำประกันเดินทางไว้เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งการทำประกันเดินทางในปัจจุบันก็แสนจะง่ายดาย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถซื้อได้แล้ว หากสนใจประกันเดินทางเพื่อความอุ่นใจสำหรับทุกทริปท่องเที่ยว สามารถเปรียบเทียบราคาและแผนประกันได้ที่นี่ เพื่อให้ได้รับประกันเดินทางที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”