หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังคิดจะทำประกันเดินทางก็คือ ถ้าเกิดว่าเราพลาดเที่ยวบิน, ตกรถ, ตกเรือ, ตกรถไฟขึ้นมา ประกันการเดินทางที่เราทำไว้จะมีการชดเชยให้เราหรือไม่ นี่ก็แอบสงสัยเหมือนกันนะเพราะบางทีมันก็ไม่ได้เป็นที่เราที่พลาดการเดินทางนั้นๆ แต่เป็นความล่าช้าในการเดินทางที่เกิดขึ้นจากผู้ให้บริการ รวมถึงปัญหาไฟล์ดีเลย์ที่เป็นปัญหาความล่าช้าของเที่ยวบินที่สุดแสนจะคลาสสิกสำหรับมนุษย์โดยสารด้วยเครื่องบินแบบเรามาช้านาน วันนี้เราจะมาตอบให้ฟังกันชัดๆ ว่าประกันเดินทางต่างประเทศคุ้มครองในส่วนนี้หรือไม่อย่างไร
จำไว้เลยนะพวกเรา ประกันเดินทางที่ดีเนี่ยจะต้องให้ความคุ้มครองในทุกๆ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการเดินทางโดยสารไม่ว่าจะด้วยยานพาหนะใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะการพลาดการเดินทางจากเครื่องบิน, รถไฟหรือเรือเดินสมุทรที่ได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผู้ให้บริการดันเกิดการเปลี่ยนแปลงจุดนัดหมายหรือเกิดความล่าช้าในการมาถึงโดยไม่สามารถหายานพาหนะชนิดอื่นมาทดแทนการเดินทางได้ภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมง ทำให้ผู้โดยสารพลาดการเดินทางและต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรณีนี้ผู้ทำประกันการเดินทางสามารถเคลมประกันเดินทางต่างประเทศได้ 100%
เช่นเดียวกับกรณีไฟลท์ดีเลย์ ที่เป็นความล่าช้าของเที่ยวบินทำให้ผู้โดยสารต้องเสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อันนี้ก็สามารถเคลมประกันเดินทางด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองจะชดเชยเงินให้แก่ผู้ได้รับความคุ้มครองเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับที่พักค้างคืน รวมไปถึงค่าอาหารและค่าเครื่องดื่มที่เกิดจากการใช้จ่ายจริงๆ ของผู้โดยสาร แต่ต้องไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่ระบุไว้
สำหรับประกันภัยเจ้าอื่น ผู้ทำประกันเดินทางจะต้องเช็ครายละเอียดและเงื่อนไขให้ดี เพราะอาจจะมีความจุกจิกของรายละเอียดในบางจุด ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ทำประกันเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ไปจากเงื่อนไขเหล่านั้น แต่สำหรับ insurverse ประกันภัยออนไลน์เจ้าใหญ่ของประเทศไทยสามารถเคลมได้ในไม่กี่ขั้นตอน ไม่มีรายละเอียดจุกจิกกวนใจให้ต้องกังวล ขอเพียงแต่เอกสารในการเดินทางของคุณต้องพร้อมยื่นเป็นหลักฐานกับทางบริษัทประกันการเดินทางให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหม, สำเนาหนังสือเดินทาง, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, หนังสือยืนยันการพลาดการเดินทางจากผู้ให้บริการยานพาหนะ, ตั๋วเครื่องบินที่ใช้เดินทาง, ใบเสร็จรับเงินแสดงค่าใช้จ่าย ซึ่งเอกสารเหล่านี้ผู้เดินทางจะต้องเก็บไว้ให้ดีตั้งแต่ได้รับ เพื่อไม่ให้พลาดการเคลมประกัน
จริงๆ ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอะเนอะ ปัญหาจุกจิกกวนใจระหว่างการเดินทาง เพราะตกรถ ตกเครื่องทีนี่ก็เสียเวลาไปเป็นวัน แพลนเที่ยวก็จะล่มเอาได้ ทางที่ดีทำประกันเดินทางเอาไว้จะดีที่สุด เพื่อให้ทริปไม่สะดุดเพราะมัวแต่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นเอง ยังไงก็ให้ insurverse เป็นผู้ดูแลคุณในทุกๆ ย่างก้าวของการเดินทาง เพราะเขาคุ้มครองคุณอย่างถึงที่สุด เต็มที่ในทุกๆ กรณี ไม่มีรายละเอียดยิบย่อยให้คุณต้องกังวลใจ แถมถ้าเปรียบเทียบประกันกับเจ้าอื่นแล้ว เบี้ยประกันต่อปีก็ถูกกว่ามาก แค่หลักร้อยเท่านั้น แต่คุณจะได้ความคุ้มครองสูงสุดถึงหลักล้านและคุ้มครองครอบคลุมทุกๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เลือกซื้อประกันเดินทางต่างประเทศกับ insurverse มั่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่หัวเสียกับการเดินทางอีกต่อไป อย่าให้ความล่าช้าในการเดินทางมาเป็นอุปสรรคความสนุกของคุณ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”