ถ้าเติมน้ำมันผิดรถจะเป็นยังไง นี่น่าจะเป็นประโยคที่สร้างความสงสัยในการใช้รถของใครหลายคน แม้ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อย แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะคนที่ทำหน้าที่ดูแลการจ่ายเชื้อเพลิงก็คือพนักงานปั๊ม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ว่า ทำไมเวลาเติมน้ำรถถึงควรเดินลงจากตัวรถเพื่อไปยืนเช็กความถูกต้องด้วยตัวเอง เพราะเมื่อเติมผิดไปแล้ว นอกจากจะเสียเวลาในการแก้ไขปัญหาไม่พอ ยังอาจจะต้องเสียสตางค์จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์รถเราอีกด้วย วันนี้ insurverse เราจะมาไขข้อสงสัยกันแบบชัดๆ เมื่อเติมน้ำมันผิดไปแล้วควรจะต้องทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหา
ในปัจจุบัน น้ำมันเชื้อเพลิงในที่เติมใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั่นก็คือน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ซึ่งจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามส่วนผสมของแต่ละชนิด โดยสามารถแบ่งได้ทั้งหมด ดังนี้
น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล หรือน้ำมันใส เป็นน้ำมันดิบที่มีจุดเดือนสูง 180-370 องศาเซลเซียส เหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องใช้แรงอัดสูงในการจุดระเบิด ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
และสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลที่มีจำหน่ายในปั๊มบ้านเรา จำแบ่งออกเป็น 4 ประเภทที่มีการเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ ดังนี้
น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน เป็นน้ำมันที่กลั่นออกมาจากน้ำมันดิบ และจะต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพให้มีค่าออกเทนตามต้องการ ซึ่งจะแบ่งได้ทั้งหมด 6 ชนิดที่มีจำหน่ายในปั๊มบ้านเรา
หากเราไม่ได้ลงไปยืนเช็กด้วยตัวเองที่หน้าหัวจ่าย และพนักงานปั๊มดันเติมน้ำมันผิด อาการรถเราจะเป็นอย่างไรบ้าง เราจะมาอธิบายให้เข้าใจกัน
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่เติมน้ำมันผิดเป็นเบนซินเข้าไป เมื่อขับไปได้สักระยะจะมีการกระตุกขึ้น ควันจากท่อไอเสียจะมีสีดำเข้มผิดปกติ และเครื่องยนต์จะดับลงจนไม่สามารถสตาร์ทติดขึ้นมาได้
สำหรับเครื่องยนต์เบนซินที่เติมน้ำมันผิดเป็นดีเซลเข้าไป เมื่อเหยียบคันเร่งเพื่อทำความเร็ว เสียงเครื่องยนต์จะดังผิดปกติ รถจะไม่สามารถทำความเร็วได้แบบที่ควรจะเป็น และจะมีระบบไฟแจ้งเตือนขึ้นมาที่ปัดก่อนเครื่องยนต์จะดับลง และสตาร์ทติดได้ยาก
เมื่อเติมน้ำมันผิดไปแล้ว จะมีแนวทางในการแก้ไขอยู่สองแบบ กรณีที่ยังไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ และในกรณีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ออกไปใช้งานแล้ว โดยจะต้องทำตามขั้นตอน ดังนี้
เมื่อเติมน้ำมันผิด แล้วยังไม่ได้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ กรณีนี้ยังถือว่าไม่ร้ายแรง เพราะตัวน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่ได้ไหลเวียนเข้าสู่การทำงานของเครื่องยนต์ จึงสามารถแจ้งทางพนักงานปั๊มให้ทางทีมช่างทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันออกจากถัง และทำการไล่ระบบน้ำมันภายในเครื่องยนต์ใหม่ ก็สามารถกลับไปเติมน้ำมันให้ถูกประเภท และใช้งานได้ตามเดิม
แต่หากเป็นกรณีที่เติมน้ำมันผิด แล้วเกิดทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ไปแล้ว มิหนำซ้ำยังขับออกไปไกล กรณีก็ต้องบอกว่าเป็นงานช้างพอสมควร เพราะรถยนต์อาจจะมีอาการกระตุกอย่างที่บอกไป และอาจจะเกิดการดับกลางทางจนต้องเรียกรถสไลด์นำไปอู่ซ่อมเพื่อเช็กอาการอีกที ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้เลยทีเดียว
อย่างที่เราได้แนะนำกันไปในช่วงต้น สิ่งที่ง่ายที่สุดในการป้องกันเหตุการณ์เติมน้ำมันผิดนี้ คือการลุกออกจากรถไปยืนเช็กที่หน้าหัวจ่ายด้วยตัวเอง รวมถึงแจ้งประเภทน้ำมันที่ต้องการเติมกันพนักงานตรงหน้าหัวจ่ายไปเลย จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดจนเสียหายในภายหลัง
กรณีเติมน้ำมันผิด สามารถเคลมประกันได้ แต่ต้องเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น ที่ให้ความคุ้มครองกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงควรแจ้งทางบริษัทประกันทันที เพื่อให้มาประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณ โดยไม่ควรไปตกลงเงื่อนไข หรือทำการเจรจาใดๆ กับทางปั๊มน้ำมันที่เป็นคู่กรณีก่อนโดยเด็ดขาด
เพราะการใช้งานรถยนต์ทุกวัน อาจจะทำให้เราชะล่าใจในเรื่องเล็กๆ บางเรื่อง อย่างการเติมน้ำมันก็เช่นกัน ด้วยความเคยชิน หรืออาจจะเร่งรีบ ทำให้ใครหลายคนมักเลือกที่จะอยู่บนรถขณะเติมน้ำมัน เพื่อที่จะสตาร์ทรถแล้วไปต่อได้อย่างไม่เสียเวลา แต่ต้องอย่าลืมว่ากรณีการเติมน้ำมันผิด ก็ได้เป็นข่าวขึ้นหน้าจอมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว การเสียเวลาเพียงเล็กน้อยในการลงไปยืนเช็กที่หน้าหัวจ่ายด้วยตัวเอง ย่อมเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถเราได้ดีที่สุด รวมไปถึงการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้เป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง