รถยนต์เป็นยานพาหนะที่ต้องใช้ในการเดินทางแทบทุกวัน ทำให้การสึกหรอเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่จะต้องนำรถยนต์ไปตรวจเช็กตามระยะทางที่กำหนดกับทางศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมที่ไว้ใจได้ เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างใช้งานรถ แต่บางครั้งอาการบางอย่างก็อาจจะตรวจเช็กได้ยาก มีเพียงแต่คนที่ใช้รถเป็นประจำทุกวันเท่านั้นที่อาจสังเกตเห็นได้เอง โดยเฉพาะในเรื่องของกลิ่นในรถ อย่างเช่นรถมีกลิ่นไหม้ และกลิ่นอับในรถแบบแปลกๆ ซึ่งล้วนเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะซ่อนอันตรายในการใช้รถแบบคาดไม่ถึง วันนี้ทาง insurverse เรามีไขข้อสงสัย ว่ากลิ่นแบบไหนในรถที่เป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องตรวจเช็ก
สิ่งหนึ่งที่คนใช้รถต้องหมั่นสังเกตอยู่เป็นประจำ คือทุกครั้งที่ขึ้นมาในตัวรถ ก่อนจะทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ และเปิดเครื่องปรับอากาศใช้งาน ให้ลองทำการดมกลิ่นภายในห้องโดยสารให้ดีก่อน ว่าแปลกไปจากเดิมไหม เพราะนี่ก็เป็นวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ดี หากกลิ่นแปลกไปจากเดิม แต่หาคำอธิบายได้ไม่ถูก ลองมาดู 6 กลิ่นที่เป็นสัญญาณเตือนนี้กันดีกว่า ว่ามันใช่กลิ่นอับในรถธรรมดาไหม หรือรถมีกลิ่นไหม้ที่กำลังเป็นอันตรายอยู่
รถมีกลิ่นไหม้ มักจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นในขณะที่ใช้งานรถอยู่มากกว่าการจอดตามปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอาการผ้าเบรกกำลังมีปัญหา ระบบไฟฟ้าภายในรถชำรุดอย่างฟิวส์ขาด หรืออาจจะเป็นที่คอมเพรสเซอร์แอร์ร้อนจัด โดยกลิ่นจะมีความคล้ายกับพลาสติกไหม้อยู่ จึงควรนำรถเข้าจอดข้างทาง หรือนำเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กทันที
กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงในสตารท์เครื่องยนต์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติเพราะการเผาไหม้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ในกรณีที่ได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงขณะขับอยู่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่านี่ไม่ใช่อาการปกติ และอาจจะมีการรั่วซึมของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จุดในจุดหนึ่งอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดได้จากฝาถังน้ำมันหลวม ถังน้ำมันรั่ว น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์รั่ว หรืออาจจะเกิดความผิดปกติที่ท่อไอเสีย ให้ทำการนำรถยนต์ไปเช็กอาการโดยด่วน เพราะมีความอันตรายในการใช้งานสูง
กลิ่นอับในรถ หากไม่ใช่จากการนำอาหาร หรือของกินที่มีกลิ่นแรงเข้าในรถ แต่เกิดขึ้นทุกครั้งในช่วงที่สตาร์ทรถ และเปิดที่ปรับอากาศ อาการนี้อาจจะเกิดขึ้นจากเชื้อราบริเวณกรองแอร์ หรือส่วนอื่นๆ ในระบบการทำงานที่ไม่ได้เปลี่ยนตามอายุการใช้งาน จึงเกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรก และปล่อยกลิ่นอับออกมา วิธีแก้เบื้องต้นให้ทำการเร่งลมแรงให้แรงที่สุด และเปิดหน้าต่างในการระบายกลิ่นในรถออกสู่ด้านนอก ก่อนทำการนำรถยนต์ไปตรวจเช็กระบบแอร์อีกที
อีกหนึ่งกลิ่นที่หลายคนมักจะมองข้าม คือกลิ่นหวานเหมือนน้ำเชื่อม ที่อาจจะเกิดขึ้นจากหม้อพักน้ำหล่อเย็นรั่วซึม ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้อันตราย แต่เป็นอีกจุดที่สามารถเรียกกองทัพมด หรือสัตว์ตัวเล็กอย่างหนูเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ได้ ซึ่งจะบานปลายไปถึงการกัดระบบสายไฟต่างๆ จนเสียหายหนักกว่าเดิมได้เช่นกัน จึงควรนำรถไปตรวจเช็กระบบระบายความร้อนว่ามีจุดไหนที่เสียหายเกิดขึ้นรึเปล่า
กลิ่นเหม็นฉุน เป็นอีกหนึ่งอาการที่เกิดขึ้นได้จากท่อแคท หรือท่อไอเสียรถยนต์ที่กำลังมีปัญหา เพราะท่อนี้มีหน้าที่ในการบำบัดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ที่ฉุน ให้กลายเป็นก๊าซไนโตรเจน และออกซิเจนที่ไม่เป็นอันตรายในการสูดดม หากมีการชำรุดเกิดขึ้น บวกกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้มีกำมะถันสูงร่วมเข้าไปด้วยแล้ว จะทำให้เครื่องยนต์ปล่อยมลพิษออกมาจนแสบจมูกอย่างที่เรารู้สึกได้ จึงควรหมั่นตรวจเช็กระบบไอเสียให้ดีเช่นกัน
กลิ่นควันไอเสีย ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณเตือนของระบบการทำงานท่อไอเสียรั่ว แต่อาจจะบ่งบอกถึงปัญหาของซีลตัวรถตามหน้าต่าง หรือขอบประตูที่กำลังเสื่อมสภาพ จนทำให้กลิ่นดังกล่าวเล็ดลอดเข้ามา ซึ่งเป็นอีกจุดที่ต้องระวังเมื่อเข้าสู่หน้าฝนด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรปล่อยผ่าน และนำรถไปตรวจเช็กแก้ไขให้ดี
กลิ่นในรถไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่ผู้ใช้รถทุกคนไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะนี้อาจหมายถึงการทำงานที่ผิดพลาดของตัวรถจนอาจทำให้เกิดอุบัติได้ นอกจากการหมั่นสังเกตอาการรถยนต์ที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำจะเป็นเรื่องที่จำเป็นแล้ว การเลือกทำประกันรถยนต์ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ตอบโจทย์ในการคุ้มครองรถของคุณแบบสบายหายห่วงได้เช่นกัน เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างกรณีรถยนต์ไฟไหม้จากขัดข้องของระบบเชื้อเพลิง หรือสายไฟภายในที่ทำให้เกิดประกายไฟขึ้นมา หากไม่มีประกันรถยนต์ช่วยคุ้มครองในจุดนี้ คุณอาจจะต้องหมดเงินก้อนในการซื้อรถใหม่ทั้งคันไปเลยก็ได้
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง