ส่วนประกอบเครื่องยนต์ภายในรถ แต่ละชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นรถเกียร์ออโต้ หรือ เกียร์ธรรมดาทุกส่วนล้วนให้ความสำคัญ และมีหน้าที่ต่างกันออกไป ถ้าหากมีบางส่วนที่เริ่มเสื่อมสภาพ ก็อาจจะส่งผลให้รถไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยหลายคนมักเจอสถานการณ์รถสตาร์ทไม่ติด ไม่มีเสียงอะไรเลย ทำให้ ทาง Insurverse จะมาบอกวิธีแก้ไขสถานการณ์รถสตาร์ทไม่ติด หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องเดินทางไกล หรือรีบไปทำธุระ
หากเกิดปัญหาสตาร์ทรถไม่ติด เราไม่มีทางรู้ได้ลยว่าแท้ที่จริงภายในรถ เครื่องยนต์ส่วนไหนบ้างที่กำลังเสื่อมลง เพราะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างกว้าง ไม่ว่าจะเป็นที่แบตเตอรี่เสื่อม ไดสตาร์ทพัง ปั๊มเชื้อเพลิงเสีย หรือในส่วนของเกียร์อยู่ผิดตำแหน่ง ดังนั้นวิธีแก้ไขเบื้องหากเกิดปัญหารถสตาร์ทไม่ติด ทำอย่างไรได้บ้าง
หากเกิดอาการรถสตาร์ทไม่ติด มีเสียง แก๊กๆ ให้ลองสังเกตดูว่า มีไฟหน้าขึ้นหรือไหม ถ้าไม่มี แสดงว่าเป็นอาการแบตเตอรี่เสื่อม เพราะด้วยแบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานเพียงไม่เกิน 2 – 3 ปีเท่านั้น สาเหตุก็อาจจะเกิดจากสตาร์ทรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน ส่งผลให้รถยนต์ทำงานหนักจนเกินไป หรือเกิดสนิมรอบ ๆ ขั้วแบตเตอรี่ น้ำกลั่นมีสิ่งสกปรกเข้าไปปนเปื้อน วิธีแก้ไขเบื้องต้นทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น คือหาขั่วมาจั๊มแบตเตอรี่ จากรถคันอื่น หรือหากหาขั่วมาจั๊มไม่ได้ แนะนำว่าให้เรียกช่างมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ถึงที่ได้เลย
อีกหนึ่งสาเหตุหากสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว ระบบไฟฟ้าเกิดไม่ทำงาน สังเกตหน้าปัดไม่มีไฟขึ้น และได้พวงแบตเตอรี่กับรถคันอื่นแล้ว ให้สันนิษฐานไปทางระบบไฟฟ้าของเครื่องยนต์เกิดความเสียหาย เกิดขึ้นได้จาก หนูกัดสายไฟ หรือกล่องควบคุมตัวเครื่องยนต์ หรือบ้านไหนเลี้ยงสัตว์ตัวเล็ก ก็อาจจะเกิดปัญหานี้ได้ วิธีแก้ไขรีบโทรหาช่าง เพื่อมาประเมินความเสียหายเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า และไม่ควรจอดรถไว้ที่เดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำนั้นเอง
ถึงแม้จะเป็นรถเกียร์ออโต้ แต่การสับเปลี่ยนเกียร์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เกียร์ธรรมดา สำหรับใครที่กำลังขับรถเกียร์ออโต้มือใหม่อยู่นั้น อาจทำให้สับสนในการสับเปลี่ยนตำแหน่งของเกียร์อยู่ได้ หากลองสตาร์ทรถแล้วไม่ติด ลองหันกลับไปดูว่าตำแหน่งของเกียร์อยู่ที่ตำแหน่งตัว P หรือ ตัว N หรือเปล่า เพราะด้วยหากไม่อยู่สองตัวนี้ ด้วยสัญญาณความปลอดภัยของรถ ก็ไม่สามารถสตาร์ทรถได้ วิธีแก้ไข ให้ดึงกุญแจรถออกมาก่อน แล้วนำไปเสียบที่รูกุญแจเกียร์เล็ก ๆ ข้างคันเกียร์ จากนั้นดันเกียร์ไปที่ตัว N จึงค่อยเริ่มสตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง
บอกเลยว่าการซื้อ ประกันรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญขึ้นมาทันที เมื่อต้องเจอกับปัญหาไดชาร์จเสียหาย เพราะไม่รู้เลยว่ารถจะดับกลางคันเมื่อไหร่ เบื้องต้นจะยังสตาร์ทรถติดอยู่ แต่อาจจะดับกลางคันได้ ให้ลองสังเกตแบตเตอรี่ ถ้าแบตเตอรี่ยังไม่เสื่อมสภาพ นั้นคืออาการของไดชาร์จเสื่อมนั้นเอง แนะนำว่าให้รีบส่งเข้าศูนย์ซ่อมทันที
หากเกิดอาการรถสตาร์ทไม่ติด ไฟหน้าปัดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ตัวมอเตอร์สตาร์ทจะเริ่มเสื่อมสภาพลง วิธีเช็คเบื้องต้น ให้ไปดูในส่วนมอเตอร์สตาร์ทว่ามีสิ่งสกปรกอยู่หรือเปล่า แล้วลองมาสตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง แต่หากสตาร์ทไม่ติดจริง ๆ แนะนำว่าให้ส่งศูนย์ซ่อมได้เลย
ถึงแม้ว่าอาการรถสตาร์ทไม่ติด แบตไม่หมด จะเกิดขึ้นก่อนออกตัวเดินทาง แต่บางอาการอย่างไดชาร์จที่เริ่มเสื่อมสภาพ และทำให้รถดับกลางคัน เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ดังนั้น แนะนำว่าการหาซื้อประกันชั้น 1 มีไว้ในมือ มักอุ่นใจกว่าเสมอ ในปัจจุบันมีประกันรถยนต์ออนไลน์หลายกรมธรรม์ไว้ให้เลือก ทาง Insurverse ก็เช่นกัน เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ และเข้ากับผู้ถือกรมธรรม์มากที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง