ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่มากที่สุดและครอบคลุมที่สุด ถือว่าเป็นประกันที่ตอบโจทย์กับหลาย ๆ ท่าน ซึ่งแน่นอนว่าการคุ้มครองที่มากทำให้ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้นตามมาด้วย ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 1 มีราคาสูงกว่าประกันชั้นอื่น ๆ แน่นอน
แต่เคยสงสัยไหม ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมือนกัน แต่ทำไม ราคาไม่เหมือนกัน ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักครั้ง วันนี้เรามาไขคำตอบกันว่าทำไมราคาของเบี้ยประกันถึงไม่เท่ากัน กับ 5 เหตุผลเหล่านี้
ราคารถยนต์เป็นปัจจัยหลักในค่าเบี้ยประกันรถ เพราะมีตัวแปรอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการคุ้มครองด้วยอย่างเช่น โอกาสในการถูกขโมย ค่าซ่อมแซมรถยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ และประวัติความปลอดภัยโดยรวมของรถ รถยนต์ บริษัทประกันยังพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถคันอื่นด้วย หากรถยนต์รุ่นใดรุ่นหนึ่งมีโอกาสเกิดความเสียหายสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยอาจเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น ตามแต่เงื่อนไขของบริษัทนั้น ๆ
หากคุณมีประวัติการขับขี่ที่ดี และไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลย ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าคนที่มีประวัติการขับที่ไม่ค่อยดีมาก หรือเกิดอุบัติเหตุบ่อย บริษัทประกันจะประเมินความเสี่ยงจากการขับขี่ของผู้ขับขี่เป็นราย ๆ เพื่อประเมินราคาเบี้ยประกันตามความเสี่ยงที่ประเมินได้
ยิ่งผู้ทำประกันขับรถยนต์หรือเดินทางไกลบ่อยๆ หรือมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ยิ่งมากขึ้น ดังนั้น ราคาเบี้ยประกันก็ต้องจ่ายมากขึ้น แต่ถ้าหากมีพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ขับรถเป็นครั้งคราว ขับรถไป-กลับเป็นประจำในเส้นทางเดิม มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุน้อย ราคาเบี้ยก็จะลดลงตาม
หากมีอายุน้อยกว่า 25 ปี ถือว่ายังเป็นมือใหม่หัดขับ อาจต้องเสียเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นจากเดิม
เนื่องมาจากอัตราการเกิดภัยธรรมชาติ สภาพอากาศ การโจรกรรม และอุบัติเหตุที่สูง ทำให้ผู้ขับขี่ในเมืองจึงต้องจ่ายค่าประกันรถยนต์ที่สูงกว่าผู้ที่อยู่ในเมืองเล็กๆ หรือพื้นที่ชนบท สถานที่ที่ผู้ทำประกันจอดรถ แม้บนถนนหรือในโรงรถที่มีการรักษาความปลอดภัย ส่งผลต่อราคาเบี้ยประกันที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
5 เหตุผลที่กล่าวมาเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเบี้ยประกันรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันรถยนต์ที่คุณเลือกทำด้วยว่ามีการจัดการเงื่อนไขของราคาเบี้ยประกันอย่างไรบ้าง หากคุณซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์กับทาง insurverse ไม่ต้องกังวลเรื่องเบี้ยประกันจะแพง คุณเพียงแค่เลือกรุ่นรถและปีที่ออกรถเท่านั้น
จากนั้นที่เหลือคุณสามารถปรับเปลี่ยนแผนประกันได้ดั่งใจคุณพร้อมเบี้ยประกันที่เพิ่มลดตามแผนที่คุณปรับ แถมมีส่วนลดเมื่อคุณทำตามเงื่อนไขในประกันได้อีกด้วย พร้อมโปรโมชันรายเดือนของทาง insurverse ที่มอบส่วนลดเพิ่มเติมให้กับคุณอีกด้วย เลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ทั้งที เลือก insurverse ให้เราช่วยดูแลคุณให้อุ่นใจตลอดการเดินทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว