เมื่อมีรถเป็นของตัวเอง นอกจากต้องทำประกันภาคบังคับโดยที่เรียกว่าพ.ร.ยรถยนต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่คนมีรถจะต้องตัดสินใจต่อไปคือการ ทำประกันภาคสมัครใจ พอจะเป็นตัวช่วย ให้คนไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากประกันภาคสมัครใจให้ความคุ้มครองความเสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงสบายใจ ไม่ต้องออกเงินเอง อย่างไรก็ตามวันนี้มีประกันภาคสมัครใจ หลายรูปแบบหนึ่งในนั้น คือประกันรถยนต์ชั้น 2 ส่วนจะให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง มาดูกัน
ประกันชั้น 2 ให้ความคุ้มครองเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ รถหาย นอกจากนั้นยังให้ความคุ้มครองโดยจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีเมื่อเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิด ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่มีคู่กรณี เช่น รถชนต้นไม้ ชนฟุตบาท จะไม่ได้รับความคุ้มครอง จากความคุ้มครองข้างต้นจะเห็นว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 ไม่เหมาะกับมือใหม่หัดขับ หรือคนที่เพิ่งออกรถใหม่ กังวลเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้รถยนต์มีตำหนิเป็นรอยจากการชนฟุตบาท ถอยชนต้นไม้ กำแพง ในทางตรงกันข้ามเหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ขับขี่ระยะใกล้ ใช้เพื่อการเดินทางทำงาน มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการขับรถ ไม่ห่วงเรื่องรถยนต์เป็นรอย อย่างไรก็ตามหากมีความกังวลเรื่องการขับแล้วเกิดการชนอย่าง ชนกำแพง ต้นไม้ ซีเรียสหากรถเป็นรอย และต้องการความคุ้มครองที่มากกว่าประกันชั้น 2+ จะตอบโจทย์ความต้องการได้มากกว่า
สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการขับรถ ใช้รถยนต์เก่าในการเดินทาง สร้างรายได้จากการขับรถ เช่น ขับรถเร่ขายของ เปิดท้ายขายของบนรถกระบะ การทำประกันชั้น 2 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่เมื่อเทียบกับประกันชั้น 2+ แล้ว ชั้น 2+ นับว่าคุ้มค่ากว่า โดยประกันทั้งสองแบบนี้ให้ความคุ้มครองต่อชีวิต ร่างกาย คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ความคุ้มครองต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน ดังนี้
หากรถชนกัน และผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ประกันจะจ่ายค่าเสียหายต่อทรัพย์สินให้บุคคลภายนอกเท่านั้น ส่วนผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าซ่อมรถของตัวเอง
ให้ความคุ้มครองมากกว่า โดยใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 คือเมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย
ประกันรถยนต์ชั้น 2 รวมถึงประกันรถชั้น 2+ เป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ทำหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากข้อมูลข้างต้น เพื่อคลายความกังวลแนะนำเลือกทำประกันรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเอง อย่างไรก็ตามหากไม่แน่ใจว่าจะทำประกันรถยนต์ชั้นไหนสามารถพิจารณาความคุ้มครองและคุ้มค่าของแต่ละกรมธรรม์
สำหรับที่ Insurverse ประกันออนไลน์วันนี้เลือกซื้อประกันได้สะดวก เปรียบเทียบเบี้ยที่ต้องจ่ายและแผนความคุ้มครองได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ Insurverse มีหลากหลายแผนประกันรถยนต์ให้คุณเลือก เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันชั้น 2 และใกล้เคียงประกันชั้น 1 เป็นทางเลือกสำหรับคนมีรถที่ต้องการความสบายใจในการขับขี่ หากเกิดอุบัติเหตุ ก็มีประกันคุ้มครองอุ่นใจกว่า เช็กเบี้ยเลย!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว