หากพูดถึงรถยนต์ที่มีความน่ารักตั้งแต่ได้ยินชื่อ ก็คงหนีไม่พ้น ORA Good Cat เพราะเป็นที่พูดถึงเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ได้มีแค่ความน่ารักเท่านั้น แต่เทคโนโลยีและฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถพลังงานไฟฟ้านี้ ยังมีความล้ำสมัยเหมาะสำหรับยุคสมัยในปัจจุบัน และในวันนี้เราจะพามาดูรีวิวของเจ้าแมวน้อย ORA Good Cat
รถยนต์ไฟฟ้าแมวเหมียว Sport EV 100% รุ่นแรกที่ได้ทำการผลิตในประเทศไทย อยู่ในตระกูลแมวเหมียวซึ่งมีทั้ง good cat, white cat และ black cat ที่มีทั้งฟังก์ชันล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม น่ารัก น่าครอบครอง เหมาะกับคนรุ่นใหม่สุด ๆ และมีการผสมผสานกลิ่นอายสไตล์เรโทรและความทันสมัยอย่างลงตัว ซึ่งมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร มาคู่กับระบบส่งกำลังไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 152 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ 2 รูปแบบ ได้แก่
แบตเตอรี่สามารถใช้งานขับขี่ได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -30°C ถึง 55°C และสามารถชาร์จไฟได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ -20°C ถึง 55°C
ระบบขับขี่ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1. ปกติ 2. สปอร์ต 3. ประหยัด 4. ECO+ และ 5. อัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือ
ระบบขับขี่ทั้งหมด 6 แบบ ได้แก่ 1. ปกติ 2. สปอร์ต 3. ประหยัด 4. ECO+ 5. อัตโนมัติ และ 6. ขับขี่ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือ
แม้จะมีฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไว้คอยช่วยเหลือและรักษาความปลอดภัยมากแค่ไหน แต่การป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ อย่าลืมว่ารถทุกคันควรจะทำประกันภัยรถยนต์ไว้เสมอ เพื่อเป็นการช่วยเหลืออีกชั้นหนึ่งในกรณีฉุกเฉิน เพราะการเคลมประกันชั้น 1 ในกรณีที่เกิดความเสียหายกับตัวรถ จะช่วยให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท