รถโดนทุบกระจก! ทรัพย์สินมีค่าในรถถูกขโมยไป! แบบนี้ประกันรถยนต์จะช่วยได้หรือไม่ เคลมอะไรได้บ้าง ใครที่กลัวว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับเราในสักวันแล้วสงสัยว่าประกันรถยนต์แต่ละประเภท ทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3 จะครอบคลุมในกรณีนี้หรือไม่ ทำประกันประเภทไหนถึงจะดีที่สุดถ้าไม่อยากให้รถยนต์เกิดความเสียหายและถูกโจรกรรมของมีค่าไป วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน
เข้าใจว่าหลายๆ คนก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับตัวเอง แต่ก็ต้องไม่ลืมนะว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันไม่ว่าจะในรูปแบบใดอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้นการซื้อประกันรถยนต์เอาไว้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณตัดความเสี่ยงในเรื่องร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณและรถยนต์ของคุณได้ เพราะเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว คุณจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่จากเงินชดเชยความเสียหายจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่จะช่วยลดทอนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นความสบายใจมากขึ้น ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าประกันรถยนต์ประเภทไหนบ้างที่จะคุ้มครองคุณในกรณีนี้กันบ้าง
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าความคุ้มครองในกรณีรถโดนทุบกระจกแตกหรือทรัพย์สินมีค่าในรถถูกขโมยไป ประกันรถยนต์แต่ละประเภทไม่ได้คุ้มครองเหมือนกันหมด เนื่องด้วยเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์นั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท อีกทั้งแม้จะครอบคลุมดูแลในส่วนของกรณีรถถูกโจรกรรม แต่ก็ยังมีเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันจะต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์
แต่ถ้าว่าจะกันถึงประเภทของประกันรถยนต์ที่คุ้มครองแน่นอน ก็คือประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งหลายๆ ที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีรถถูกโจรกรรมและทรัพย์สินในรถถูกขโมยไป โดยเฉพาะที่ประกันรถยนต์ insurverse นอกจากจะคุ้มครองในกรณีโดนทุบกระจกและของในรถถูกขโมยแล้ว ก็ยังจะดูแลให้ความช่วยเหลือในกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้รถยนต์ด้วย เรียกว่าตอบโจทย์ตอบใจคนรักรถสุดๆ
สำหรับประกันรถยนต์ชั้น 2 หลายๆ ที่ก็ยังถือว่าคุ้มครองครอบคลุมในกรณีรถหาย แต่ถ้าหากกรณีรถโดนทุบกระจกรถอาจจะต้องลองมองมาที่ประกันชั้น 1 แทน ที่ช่วยมีความคุ้มครองครอบคลุมเรื่องความเสียหายของรถทั้งแบบมีคู่กรณีและแบบไม่มีคู่กรณี ส่วนเรื่องของภายในรถหายจากการงัดแงะ ทุบกระจกเพื่อขโมยของ ทางประกันรถยนต์ชั้น 1 จะไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ ผู้เอาประกันจะต้องเช็คเบี้ยประกันรถยนต์และอ่านรายละเอียดก่อนซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ให้ถี่ถ้วนด้วยเพราะเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละที่นั้นไม่เหมือนกัน ส่วนประกันชั้น 3 นั้นจะเป็นประกันรถยนต์เพียงประเภทเดียวที่ไม่คุ้มครองในกรณีรถถูกทุบกระจกและของมีค่าหายไป เพราะประกันรถชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น ดังนั้นถ้าจะให้สบายใจมากขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในทุกกรณี การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ถือว่าตอบโจทย์ที่สุดแล้ว
ใครที่กำลังลังเลว่าประกันรถยนต์แต่ละประเภทจะซื้อแบบไหนดี ทางเราขอแนะนำให้คุณเลือกประกันรถยนต์ประเภท 1 เอาไว้จะอุ่นใจในทุกๆ เหตุการณ์มากที่สุด ยิ่งเป็นรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงและใช้งานบ่อยๆ ด้วยแล้ว ยิ่งต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดในทุกๆ กรณี แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดี ก็ต้องบอกเลยว่าที่ insurverse คือประกันรถยนต์ออนไลน์อันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่คุณจะได้รับความคุ้มครองและการดูแลอย่างดีตลอด 24 ชั่วโมง จะเช็คเบี้ยประกันรถยนต์เพื่อหาข้อเสนอในประกันอุบัติเหตุรถยนต์ที่ใช่ที่สุดหรือปรึกษาปัญหาประกันรถยนต์ออนไลน์ต่างๆ ก็สะดวกสบายๆ ทำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว เพียงเท่านี้ชีวิตการขับขี่ของคุณก็จะแฮปปี้ขึ้นในทุกๆ วันอย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง