การบำรุงรักษารถยนต์ไม่ใช่แค่ภายนอกอยากเป็นตัวตึงต้องรักษาทั้งภายนอกและภายใน เพราะรถยนต์มีระบบต่างๆ มากมายเพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนและพาเราไปถึงจุดหมายได้ มีหลายๆ จุดที่ต้องตรวจเช็คให้ดีเช็คให้ชัวร์เอาให้แม่น อะไหล่พังแค่ชิ้นเดียวก็ส่งผลกระทบให้ทั้งเครื่องยนต์พังไปด้วยได้อย่ามองข้ามเด็ดขาด!
ปัจจัยที่จะทำให้รถของเราพังมีอยู่ 108 อย่างถ้าไม่มีความรู้เรื่องการบำรุงรักษารถยนต์ค่าใช้จ่ายก็จะมาอีก 108 บิลเหมือนกัน! วันนี้จึงจะมาแชร์เทคนิคที่ดีและถูกต้องตามเลขไมล์ เรียนรู้การรักษารถเบื้องต้นเพื่อเอาไปใช้จริงกับรถที่ขับอยู่ จะมีอะไรบ้าง? มาดูกัน
การบำรุงรักษารถยนต์ที่ควรตรวจเช็คเป็นอันดับ 1 คือน้ำมันเครื่อง เพราะน้ำมันเครื่องมีหน้าที่ในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ภายใน ถ้าน้ำมันเครื่องแห้งความสามารถในการขับขี่ก็จะลดลง ความรู้พื้นฐานเราสามารถเช็คจากก้านวัดน้ำมันถ้าระดับน้ำมันเครื่องไม่ได้อยู่ระหว่างตัว F และตัว L เป็นสัญญาณเตือนว่าระดับน้ำมันเครื่องผิดปกติแล้ว
ต่อมาคือการเช็คหัวเทียนการบำรุงรักษารถยนต์ด้วยการเช็คหัวเทียนเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะพังเพราะหัวเทียนเป็นจุดระเบิด เป็นหัวใจของกลไกการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นเครื่องแก๊ส, ก๊าซหรือเบนซิน เลขไมล์เกิน 50,000 ถึง 100,000 กิโลเมตรเมื่อไหร่ควรจัดการทันที!
การบำรุงรักษารถยนต์ที่ถูกต้องควรหมั่นเช็คระดับน้ำหล่อเย็นไว้ให้อยู่ในระดับ Full ตามกลไกของรถ ถ้าขับจนน้ำมันหล่อเย็นแห้งผลที่จะตามมาปัญหาเกิดแน่ ไม่พังอย่างใดก็อย่างหนึ่ง จะโชคร้ายมากถ้าปัญหาไปเกิดกับอะไหล่ที่ราคาแพงเจอค่าซ่อมจุกๆ แน่ ราคาเบี้ยประกันรถยนต์ยังต้องยอมเช็คราคาประกันรถยนต์แล้วน่าจะแพงกว่าค่าซ่อมหลายเท่า!
น้ำกลั่นแบตเตอรี่ที่ถูกต้องต้องอยู่ในจุด UPPER หรือ LEVEL ไม่น้อยไปไม่มากไป เพราะน้ำกลั่นมีสารที่เอาไว้สำหรับละลายกรด ส่งผลเสียให้กับรถและคนขับเพราะสารสามารถระเหยเข้ามาในห้องเครื่องได้!
น้ำมันเบรกสำคัญถ้ากระปุกน้ำมันเบรกตกลงไปอยู่ที่ระดับ MIN ลงไปตามเลขไมล์รู้ไว้เลยว่าต้องเปลี่ยนด่วน อันตรายมากเพราะจะส่งปัญหาในการเบรก เวลาใช้รถใช้ถนนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยคือเสียความสามารถในการเบรกหรือเบรกไม่ทัน เพราะระบบเบรกมีปัญหาจนคุมรถไม่อยู่ เป็นสาเหตุที่รถทุกคันควรซื้อประกันรถยนต์และต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ไว้อย่าให้ขาด เกิดเหตุเมื่อไหร่อย่างน้อยจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจได้ในระดับหนึ่งเลย!
ระบบไฟต้องได้รับการบำรุงรักษารถยนต์ที่สำคัญมาก เพราะเป็นข้อพิพาทของอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยมากเวอร์! ชนกันเพราะไม่เปิดไฟเลี้ยวคือบ่อยที่สุด ถ้าระบบไฟมีปัญหาการขับรถในเวลากลางคืนไม่ควรอย่างยิ่งเพราะอันตรายมากความเสี่ยงสูง ยิ่งถ้าไม่อยู่ในระยะสายตาของรถใหญ่ความเสียหายที่ตามมาบอกเลยว่ารุนแรงแน่ทั้งรถทั้งคน
การบำรุงรักษารถยนต์ดีการขับขี่ก็ดีตาม ก่อนออกเดินทางต้องตรวจเช็คความพร้อมของเครื่องยนต์ทุกครั้ง ถ้าหากว่าเราฝืนใช้รถที่ไม่พร้อมสิ่งที่จะตามมาคืออุบัติเหตุบนท้องถนน อนาคตไม่แน่นอนแต่เสริมความอุ่นใจได้ด้วยประกันภัยรถยนต์ Safe ตัวเองไว้ก่อนดีที่สุด ถึงเวลาก็ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ตามกำหนดจะได้ไม่เครซี่!
ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ การบำรุงรักษารถยนต์ทั้งหมดเป็นประโยชน์ได้จริงแน่นอน ถ้ารักตัวเอง รักรถ ต้องสมัครประกันรถยนต์ออนไลน์กับ insurverse ไปไหนก็อุ่นใจเพราะมีประกันดูแล 24 ชั่วโมง! เช็คราคาประกันรถยนต์แล้วจะเห็นความมั่นคงในชีวิต ตลอดจนแผนการเงินที่ประกันช่วย Safe เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม สมัครผ่านช่องทางออนไลน์รับความคุ้มครองในไม่กี่ขั้นตอน มีระบบที่ทันสมัยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ทุกข้อ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง