ใครที่เป็นสายแต่งรถ ชอบดัดแปลงนี่นิด เปลี่ยนแปลงนู่นหน่อย อาจจะเกิดคำถามสงสัยว่าถ้าเราดัดแปลงจากรถยนต์คันเดิมของเราให้มีความแตกต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะส่วนใดก็ตาม โดยเฉพาะแม็กรถยนต์ เราจำเป็นต้องแจ้งบริษัทประกันรถยนต์หรือไม่ เพราะบางคนก็กลัวว่าหากแต่งเติมอะไรไปแล้ว จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ อย่าเพิ่งเป็นกังวลใจไป เพราะวันนี้เราจะมาชี้แจงให้ฟังกันว่า การเปลี่ยนล้อแม็กหลังจากที่ซื้อประกันรถยนต์ไปแล้ว เราจะสามารถเคลมประกันได้หรือไม่ พร้อมแล้วมาอ่านกันเลย!
ก่อนอื่นต้องบอกว่าก่อนจะเริ่มติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถอื่นๆ ที่ติดตั้งใหม่จากตัวรถคันเดิมที่เคยทำประกันรถยนต์เอาไว้ สิ่งแรกที่เจ้าของรถต้องทำก็คือการแจ้งให้บริษัทประกันรับทราบถึงการแต่งเติมในส่วนต่างๆ หากรถยนต์ของคุณมีการติดตั้งอะไรเพิ่มเติม ก็ควรแจ้งหน้าที่ในส่วนนั้นให้หมด แม้กระทั่งแม็กรถยนต์ที่เปลี่ยนมาใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้บริษัทประกันรถยนต์ได้พิจารณาความคุ้มครองที่เพิ่มเข้ามา เพราะการที่คุณต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมจากอุปกรณ์เสริมต่างๆ นั้นอาจจะต้องจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์เพิ่มเติม แล้วแต่เงื่อนไขของบริษัทประกันภัยรถยนต์แต่ละแห่ง
หากคุณเปลี่ยนแม็กรถยนต์หรือติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถเสริมอื่นๆ โดยไม่แจ้งบริษัทประกันก่อน ก็เท่ากับว่าคุณไม่ได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของอุปกรณ์ที่เปลี่ยน ค่าชดเชยที่คุณจะได้รับจากความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นความคุ้มครองตามที่ตกลงกันไว้ในวันทำประกันแรก ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ วันแรกที่คุณทำประกันเอาไว้ได้รับความคุ้มครองในส่วนไหน เป็นวงเงินเท่าไหร่บ้าง ก็จะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเท่ากับที่ตกลงไว้วันนั้น ส่วนอุปกรณ์เสริมหรือแม็กรถยนต์ที่คุณเพิ่งเปลี่ยนใหม่และเกิดความเสียหาย ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองนั่นเอง
ขั้นตอนในการแจ้งประกันหากคุณมีการเปลี่ยนล้อแม็กรถยนต์ก็คือ ถ่ายรูปบริเวณรถที่มีการเปลี่ยนแปลง ในกรณีที่เปลี่ยนล้อ ให้คุณถ่ายรูปแม็กรถยนต์ให้ชัดเจน จากนั้นให้ติดต่อบริษัทประกันภัยที่คุณเอาประกันอยู่ พร้อมแจ้งเลขที่กรมธรรม์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการพิจารณาและแจ้งเบี้ยเพิ่มเติมที่คุณต้องจ่ายเพิ่มจากยอดเดิม หลังจากขั้นตอนนี้ก็เป็นอันว่าล้อแม็กของคุณจะได้รับความคุ้มครองแล้ว
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่ประกันทุกประเภทจะครอบคลุมคุ้มครองในกรณีเกิดความเสียหายของล้อแม็ก หากคุณต้องการให้ล้อแม็กของคุณได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ ควรทำประกันชั้น 1 เอาไว้จะดีที่สุด เพราะประกันชั้นหนึ่งจะครอบคลุมในกรณีที่เกิดความเสียหายกับล้อในกรณีที่ไม่มีคู่กรณีด้วย หากเป็นประกันชั้นอื่น จะคุ้มครองเฉพาะที่มีคู่กรณีเท่านั้น
รู้กันแบบนี้แล้ว ถ้าจะเปลี่ยนอะไรก็อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันก่อนนะ โดยเฉพาะล้อแม็กรถยนต์ ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของรถแสนรักของคุณ เพราะถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้วไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น มันอาจจะทำให้คุณลำบากกว่าเดิมก็เป็นได้ ดังนั้นซื้อประกันรถยนต์กับ insurverse เอาไว้จะดีที่สุด เพราะเขาคุ้มครองถึงใจ ให้ความดูแลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรก็ตาม ยกหูกริ๊งกร๊างมาคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาเบี้ยประกันเพิ่มเติมได้ บอกเลยว่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่เพิ่มมาก็ยังคุ้มค่า ถูกใจคนรักรถอย่างแน่นอน ให้ insurverse เป็นประกันรถยนต์ออนไลน์คำตอบสุดท้ายในการดูแลรักษารถของคุณ มันจะดีแน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง