การเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกนะ แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็น่าจะมีความสงสัยกันอยู่แหละว่าจะต้องทำยังไง? เคยได้ยินกันไหมว่าประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำสอง เพราะบนทางด่วนรถยนต์แต่ละคันก็ต่างใช้ความเร็วกันสูงมาก หากเกิดอุบัติเหตุซ้อนอุบัติเหตุบนทางด่วนขึ้นมา มันก็จะแย่คูณสองไปอีก ดังนั้น insurverse จะพามาดู ว่าถ้าเกิดรถชนบนทางด่วนแล้ว อยากเรียกประกันรถยนต์มาเคลมเราจะต้องทำยังไงบ้าง?
ใครที่ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ จำเอาไว้เลยว่าประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วนเด็ดขาด! แต่จะเพราะอะไร? ทำไมประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วนแบบนั้น? ถ้าเกิดรถชนบนทางด่วน การเคลมประกันบนทางด่วนจะต้องทำยังไงดี? เรามาปลดล็อกเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันเลย
หากเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน ประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วนโดยเด็ดขาด! นี่คือข้อกำหนดที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน เนื่องด้วยการเคลียร์ประกันบนทางด่วนอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเติม เนื่องจากรถยนต์ที่สัญจรผ่านเคลื่อนที่กันด้วยความเร็วสูง หากมีการเคลียร์กันบนทางด่วนนอกจากจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากมีรถจอดขวางการจราจร อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้การจราจรบนทางด่วนเกิดการติดขัดมากกว่าเดิมได้ ส่งผลต่อผู้ใช้ทางด่วนรายอื่นๆ ขับไปไหนไม่ได้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ประกันที่เข้ามาเคลียร์ โดยส่วนมากมักเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ จึงเป็นเหตุผลให้ไม่สามารถขับรถขึ้นทางด่วนเพื่อมาเคลียร์เรื่องให้ได้และยังเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเก็บหลักฐานหรือการพยายามเคลื่อนย้ายรถในพื้นที่ที่มีรถวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมายืนรอนอกรถกลางทางด่วน แบบนี้จะทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตหลายๆ ด้านได้
หากเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน สิ่งแรกที่ควรทำก็คือต้องเคลื่อนย้ายรถไปยังที่ที่ปลอดภัยหรือบริเวณไหล่ทาง หลังจากเกิดอุบัติเหตุห้ามลืมเด็ดขาด ให้เปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ตลอดเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้รถสัญจรคันอื่นๆ ทราบว่ามีเหตุฉุกเฉิน หากมีป้ายเตือนใกล้ๆ ให้ตั้งป้ายนั้นเอาไว้ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน
จากนั้นให้คุณอยู่ภายในรถยนต์และรัดเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย แล้วรีบติดต่อขอความช่วยเหลือและปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องอุบัติเหตุรถชนบนทางด่วน โดยเบื้องต้นให้เริ่มขอความช่วยเหลือจากทางด่วน กทพ. เพื่อขอความช่วยเหลือ
หากรถไม่สามารถขับเคลื่อนเองได้ เจ้าหน้าที่จะใช้รถยกมาลากจูงรถยนต์ของคุณและคู่กรณีออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อเคลื่อนย้ายรถออกมาจากถนนทางด่วนแล้วลากลงไปพื้นที่ที่เหมาะสม จากนั้นจึงจะสามารถติดต่อบริษัทประกันรถยนต์เพื่อมาเคลียร์เรื่องได้ ให้ทำตามนี้เพราะประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วนเด็ดขาด!
ท่องจำให้ขึ้นใจประกันห้ามเคลียร์บนทางด่วน จะได้ไม่เกิดเหตุร้ายหรืออุบัติเหตุขึ้นมาซ้ำสอง สำหรับใครที่มีประกันรถยนต์เอาไว้แล้วก็อุ่นใจได้เลย เพราะหลังจากเกิดอุบัติเหตุคุณจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ แต่สำหรับใครที่ยังไม่มี ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์กับ insurverse เอาไว้จะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยในทุกๆ การเดินทาง อย่างเช่น ถ้าคุณรถชนบนทางด่วนแล้วไม่ได้ทำประกันรถยนต์ออนไลน์เอาไว้ ค่าเสียหายทั้งตัวรถยนต์ของคุณและคู่กรณี คุณก็จะเป็นคนที่จะต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง แต่ถ้ามีประกันรถยนต์โดยเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 ของ insurverse บริษัทประกันรถก็จะเคลียร์แทนคุณทั้งหมด แค่ถ่ายรูปหลักฐานแล้วดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้เลย แล้วไปทำงานหรือธุระของคุณต่อ ก็จะได้รับความคุ้มครองทั้งคุณและคู่กรณีแบบเน้นๆ โดยที่คุณไม่ต้องรับผิดชอบเองสักบาท ดีแบบนี้ซื้อประกันภัยรถยนต์กับ insurverse ได้เลยนะ คุ้มค่าและอุ่นใจทุกการขับขี่แน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง