ใครไม่แน่ใจเรื่องการเคลมพ.ร.บ.รถยนต์ระหว่างที่กำลังหัดขับรถกับโรงเรียนสอนขับรถอยู่ insurverse จะมาเผยคำตอบที่คุณควรรู้! พร้อมเผยข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจและเตรียมตัวฝึกให้พร้อมสำหรับการขับรถออกสู่ถนนใหญ่อย่างปลอดภัยมาฝาก! หากไม่อยากเสียเวลามาติดตามกันต่อหากเกิดอุบัติเหตุตอนเรียนขับรถจะทำยังไงดี? ไปดูเลย!
การเรียนรู้เรื่องความคุ้มครองของพ.ร.บ.รถยนต์เอาไว้มีประโยชน์แน่นอน! แม้ว่าอุบัติเหตุระหว่างฝึกขับกับโรงเรียนสอนขับรถยนต์พร้อมใบขับขี่จะเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้! มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกัน จะได้มีความรู้รับมือกับทุกความเสี่ยงบนท้องถนนทั้งในโรงเรียนและบนถนนจริง!
หากคุณเป็นมือใหม่ที่ยังฝึกขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถใกล้ฉัน แต่ไม่จบคอร์สและมีความเป็นกังวลว่าจะเคลมความคุ้มครองจากพ.ร.บ.รถยนต์ได้ไหม? เพราะยังไม่มีใบขับขี่เป็นของตัวเอง insurverse ขอตอบชัดตรงนี้! คุณมีสิทธิในการเคลมความคุ้มครองแน่นอน! ตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในพ.ร.บ. โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วน คือ
แน่นอนว่ารถยนต์ที่คุณใช้ฝึกขับที่โรงเรียนสอนขับรถใกล้ฉันทุกแห่งย่อมไม่ใช่รถยนต์ของคุณ แต่! ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ทุกคัน โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถยนต์หรือไม่! แต่จะให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ความผิดว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูก เพื่อเคลมค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ประสบภัยได้ถูกต้อง ดังนั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุตอนเรียนขับรถ แม้ไม่ใช่เจ้าของรถก็เคลมได้!
หากคุณยังไม่รู้ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุเบิกอะไรได้บ้าง? insurverse จะมาอธิบายรายละเอียดให้คุณเก็บไว้เป็นความรู้พื้นฐานเผื่อจำเป็นต้องใช้ในยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ไม่อยากให้เกิด!
ความคุ้มครองส่วนแรกให้ความคุ้มครองโดยไม่สนใจว่า คุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก โดยสามารถเคลมค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้
ความคุ้มครองในส่วนนี้ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยที่เป็นฝ่ายถูก โดยสามารถเคลมค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้
การปล่อยให้พ.ร.บ.รถยนต์ขาดเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย! หากเจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจพบว่าคุณฝ่าฝืนขับรถไม่มีพ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทและไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้จนกว่าจะดำเนินการต่อพ.ร.บ.ให้เรียบร้อย ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณหมดเงินไปกับค่าปรับโดยใช่เหตุเท่านั้น! คุณยังจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ.ด้วย! ยกเว้นว่าคุณจะเฉี่ยวชนกับคู่กรณีและเป็นฝ่ายถูก ถึงจะสามารถเรียกเคลมพ.ร.บ.จากรถยนต์คู่กรณีได้
หากคุณเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องหาเงินมาจ่ายและรับผิดชอบเอง สามารถเลือกซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ ราคาไม่แรงด้วยตัวเองผ่านช่องทางได้ที่เว็บไซต์ insurverse ได้เลย! จะได้รับความคุ้มครองครบ! จบทุกเหตุการณ์! โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุอีกต่อไป!
พ.ร.บ.รถยนต์เป็นความคุ้มครองผู้ประสบภัยขั้นพื้นฐานที่รถยนต์ทุกคันต้องมี! ซึ่งคุณสามารถซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ insurverse ราคาถูกที่สุดในตอนนี้! เริ่มต้นเพียง 499 บาท แต่ที่นี่ทำให้คุณได้รับความคุ้มครองครบและครอบคลุมแน่นอน พร้อมบริการหลังการขายโดนใจ มีบริการแจ้งเตือนวันหมดอายุฟรี, ทันสมัยด้วยกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ส่งผ่านอีเมลสามารถนำไปต่อภาษีออนไลน์ที่เว็บกรมขนส่งได้ทันที! หากต้องการต่อพ.ร.บ.ด่วน นาทีนี้ต้อง insurverse เท่านั้น! ซื้อผ่านออนไลน์ได้เลย ดีต่อใจทุกเหตุการณ์!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์