ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่หันมาใช้กุญแจแบบรีโมทแทนการใช้กุญแจจริง ๆ กันเกือบหมดแล้ว เพราะนอกจากจะใช้งานได้สะดวกสบายกว่าแล้ว ยังไม่ต้องกังวลว่าจะโดนปั๊มลูกกุญแจอีกด้วย แต่ถึงแม้จะมีประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองรถยนต์ของคุณอย่างครอบคลุม แต่การที่แบตรีโมทหมดก็อาจสร้างความไม่สะดวกได้ไม่น้อย เนื่องจากรีโมทรถยนต์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้ถ่านเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้เมื่อถ่านหมดก็จะใช้งานไม่ได้ชั่วคราวจนกว่าจะเปลี่ยนถ่านใหม่ ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาคุณไปดูกันว่า เมื่อ ถ่านรีโมทรถยนต์ เริ่มอ่อนจะมีอาการอะไรบ้าง และควรทำอย่างไรเมื่อถ่านหมด
ก่อนที่ถ่านรีโมทรถยนต์จะหมดมักมีอาการผิดปกติเป็นเหมือนสัญญาณเตือนเจ้าของรถระยะหนึ่งก่อนที่ถ่านจะหมดแบบถาวร ซึ่งจะส่งผลให้รีโมทใช้งานไม่ได้ชั่วคราวจนกว่าจะเปลี่ยนถ่านใหม่ โดยสัญญาณเตือนที่ว่ามีดังนี้
จากเดิมที่สามารถกดรีโมทปลดล็อกประตูรถได้จากระยะ 5 – 6 เมตร แต่เมื่อถ่านรีโมทเริ่มมีพลังงานอ่อนลงก็อาจจะเหลือเพียง 2 – 3 เมตร หรือบางกรณีอาจต้องยืนอยู่ใกล้กับประตูรถจึงจะใช้งานได้
อีกหนึ่งสัญญาณเตือนคือเมื่อกดรีโมทแล้วไม่มีสัญญาณตอบสนองใด ๆ ไม่มีทั้งสัญญาณไฟหรือเสียงตอบรับ ต้องกดรีโมทซ้ำ ๆ หรือเคาะรีโมทเบา ๆ ถึงกลับมาใช้งานได้
กดรีโมทแล้วมีสัญญาณดังตามปกติ แต่ไฟรถไม่กระพริบหรือไม่สามารถสตาร์ทรถได้ หรือกดรีโมทแล้วไฟรถกระพริบ แต่ประตูไม่ปลดล็อกหรือปลดล็อกเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
รถยนต์รุ่นใหม่บางรุ่นจะมีฟังก์ชันแสดงสถานะแบตเตอรี่รีโมทรถยนต์บนแผงหน้าปัดหรือจอแสดงผลบริเวณคอนโซลหน้า โดยจะมีสัญญาณหรือข้อความแจ้งเตือนเมื่อถ่านรีโมทใกล้หมด
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือน ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วถ่านรีโมทรถยนต์นั้นจะมีรหัสเป็นตัวอักษรและตัวเลขที่จะเป็นตัวระบุว่าถ่านก้อนนั้น ๆ เหมาะจะใช้กับรีโมทของรถยนต์รุ่นไหนบ้าง
ปัจจุบันถ่านรีโมทรถยนต์สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ อย่าง 7-Eleven, Lotus Express, Big C Mini, FamilyMart รวมถึงตามร้านซ่อมนาฬิกาหรือร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น Homepro, Lazada, Shopee เป็นต้น ส่วนราคาหากเป็นการซื้อถ่านมาเปลี่ยนเองก็จะอยู่ที่ราว ๆ ก้อนละ 50 – 100 บาท แต่หากใช้บริการช่างตามร้านซ่อมนาฬิกาหรือร้านซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าตามห้างสรรพสินค้าก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ประมาณ 300 – 500 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์
ในกรณีที่ถ่านรีโมทรถยนต์หมดกะทันหัน เบื้องต้นคุณยังสามารถทำการปลดล็อกรถยนต์และสตาร์ทรถได้ด้วยการใช้กุญแจที่ซ่อนอยู่ในรีโมทรถยนต์ ซึ่งรถแต่ละรุ่นจะมีวิธีการถอดกุญแจที่แตกต่างกันออกไป โดยคุณสามารถใช้กุญแจดังกล่าวไขประตูและสตาร์ทรถได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่สะดวกเท่ากับการใช้รีโมท แนะนำให้เปลี่ยนถ่านรีโมทเร็วที่สุด ไม่ควรทิ้งไว้นาน ๆ เพราะอาจทำให้รีโมทไม่สามารถใช้งานกับรถคันเดิมได้อีกหรือที่เรียกว่าอาการรีโมทลืมรถนั่นเอง ทั้งหมดนี้คือสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับถ่านรีโมทรถยนต์ หากเจ้าของรถไม่แน่ใจว่ารีโมทรถยนต์ของตัวเองใช้ถ่านแบบไหนและควรถอดเปลี่ยนยังไง สามารถตรวจสอบจากคู่มือรถหรือปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่ซื้อถ่านมาเปลี่ยนเองควรซื้อจากร้านค้าหรือแหล่งที่น่าเชื่อถือและต้องตรวจสอบดูวันหมดอายุของถ่านที่ซื้อมาก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง