ใครที่กำลังงงกับคำว่า หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี หรือมีปัญหาเรื่องค่างวดรถแล้วรถโดนยึด ขายทอดตลาดไปแล้วแต่ยังโดนทวงหนี้เพิ่มอีก อย่าเพิ่งมึน เพราะนี่แหละคือที่มาของ “หนี้ส่วนต่างรถยนต์” หลายคนอาจสงสัยว่าหนี้แบบนี้มีอายุความกี่ปี ทวงได้ยาวแค่ไหน และทำไมยังโดนทวง ทั้ง ๆ ที่รถถูกยึดไปแล้ว บทความนี้จะมาอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ เอาให้เคลียร์กันไปเลย
หนี้ส่วนต่างรถยนต์ เกิดขึ้นเมื่อผู้เช่าซื้อรถยนต์ไม่สามารถจ่ายค่างวดรถได้ตามสัญญา จนทำให้รถถูกยึดจากไฟแนนซ์ แล้วนำไปขายทอดตลาด แต่ราคาที่ขายได้นั้น ไม่เพียงพอ กับยอดหนี้ที่ค้างอยู่ ส่วนต่างที่เหลือจากการหักราคาขายรถกับหนี้ที่ค้างจึงกลายมาเป็น “หนี้ส่วนต่าง” ที่เจ้าหนี้สามารถทวงถามจากผู้เช่าซื้อเดิมได้
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่าคุณค้างค่างวดรถอยู่ 300,000 บาท แล้วไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาดได้ราคา 200,000 บาท ส่วนต่าง 100,000 บาทที่เหลือ นี่แหละคือหนี้ที่คุณต้องรับผิดชอบต่อจากนี้
ตามกฎหมายไทย หนี้ส่วนต่างรถยนต์จะมีอายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่เกิดหนี้ส่วนต่างขึ้นมา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว จะเริ่มนับจากวันที่ไฟแนนซ์ขายรถทอดตลาดเสร็จสิ้นและแจ้งยอดส่วนต่างให้กับผู้เช่าซื้อ
โดยเจ้าหนี้หรือไฟแนนซ์จะต้องฟ้องร้องภายในระยะเวลา 10 ปีนี้ ถ้าพ้นจากอายุความแล้ว เจ้าหนี้จะไม่สามารถบังคับฟ้องคดีได้ แต่ต้องระวัง เพราะหากคุณยอมรับหนี้หรือมีการจ่ายเงินบางส่วนเข้าไปก่อนที่หนี้จะหมดอายุความ อายุความจะเริ่มนับใหม่ทันที
หนี้ส่วนต่างรถยนต์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากสาเหตุเหล่านี้
หนี้ส่วนต่างรถยนต์จะเริ่มนับอายุความจาก วันที่ไฟแนนซ์ขายรถทอดตลาดเสร็จสิ้น และแจ้งยอดหนี้ส่วนต่างให้ผู้เช่าซื้อทราบ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
หลายคนเข้าใจผิดว่าหนี้ที่ขาดอายุความแล้วจะหายไปทันที ความจริงคือหนี้ยังคงอยู่ แต่เจ้าหนี้จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ได้ ดังนั้นหากคุณถูกทวงหนี้ที่ขาดอายุความไปแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้
และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ส่วนต่างโดยไม่จำเป็น การทำประกันรถยนต์จาก insurverse จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า หากเกิดอุบัติเหตุจนรถต้องถูกตีเป็นซาก ประกันจะช่วยคุ้มครองความเสียหายให้ ไม่ต้องมานั่งเครียดกับภาระหนี้ตามมา
ถ้าไม่อยากเจอปัญหาหนี้ส่วนต่างรถยนต์ตามมาหลังรถถูกยึด ควรป้องกันไว้ก่อนด้วยวิธีเหล่านี้
หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนี้ส่วนต่างรถยนต์ เช่น
กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามเจ้าหนี้ทวงหนี้ที่ขาดอายุความ เพียงแค่ห้ามนำหนี้นั้นไปฟ้องศาลบังคับชำระหนี้ แต่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิ์
แต่ลูกหนี้สามารถปฏิเสธได้ หากหนี้นั้นหมดอายุความแล้ว และไม่จำเป็นต้องจ่ายหนี้ดังกล่าว เว้นแต่จะตกลงยอมจ่ายเอง
หากคุณไม่สามารถจ่ายหนี้ส่วนต่างได้เต็มจำนวนในคราวเดียว การเจรจากับไฟแนนซ์เป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยทำตามขั้นตอนนี้
หนี้ส่วนต่างรถยนต์มี อายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ไฟแนนซ์ขายรถทอดตลาดและแจ้งหนี้ให้ผู้เช่าซื้อทราบ หากเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายในเวลานี้ หนี้จะขาดอายุความ แต่ต้องระวัง เพราะการยอมรับหนี้หรือจ่ายเงินบางส่วนจะทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ทันที
และเมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า หนี้ส่วนต่างรถยนต์อายุความกี่ปี ก็อย่าลืมว่า วิธีที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ส่วนต่างรถยนต์ตั้งแต่แรก ด้วยการจ่ายค่างวดให้ตรงเวลา หรือหาทางออกก่อนโดนยึด เช่น ขายรถเองหรือปรับโครงสร้างหนี้ และที่สำคัญคือ การทำประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้านอย่างประกันรถยนต์ชั้น 1 เพื่อไม่ให้ภาระหนี้กลายเป็นปัญหาที่ตามมาในอนาคตที่อาจจะการชนบนท้องถนน
คดีหนี้ส่วนต่างรถยนต์เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ดังนั้นผู้ค้างหนี้จะไม่ติดคุก แต่หากมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้แล้วไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้สามารถบังคับคดี เช่น ยึดทรัพย์สินบางส่วนได้
คดีไฟแนนซ์รถยนต์อยู่ภายใต้สัญญาเช่าซื้อ ซึ่งมีอายุความ 10 ปี นับจากวันที่เกิดหนี้ หรือวันที่ไฟแนนซ์ขายทอดตลาดรถยนต์และแจ้งยอดหนี้ส่วนต่างให้ผู้เช่าซื้อทราบ
หากยอดขายทอดตลาดต่ำกว่ายอดหนี้คงค้าง ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบส่วนต่างนั้น เว้นแต่ว่าจะมีการเจรจาลดหย่อนกับไฟแนนซ์
หากไฟแนนซ์ฟ้องคดี หมายศาลจะถูกส่งไปยังที่อยู่ปัจจุบันของลูกหนี้ ตามทะเบียนราษฎร์ หรือที่อยู่ที่ลูกหนี้แจ้งไว้ในสัญญาเช่าซื้อ ควรตรวจสอบที่อยู่ให้ถูกต้องเพื่อไม่พลาดการติดต่อ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง