สำหรับใครที่เคยใช้แอป SSO Connect มาแล้ว ต้องเตรียมตัวอัปเดตด่วน เพราะตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2567 แอป SSO Connect จะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ และถูกแทนที่ด้วยแอปใหม่อย่าง SSO Plus ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ล้ำ ๆ ที่พัฒนาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ม.33 ม.39 หรือ ม.40 ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ครบทุกสิทธิประโยชน์ในมือคุณ
นอกจากแอป SSO Plus ที่ทำให้ชีวิตผู้ประกันตนง่ายขึ้น การ เช็คเบี้ย พ.ร.บ. รถยนต์ผ่าน insurverse ก็ช่วยให้เรื่องภาษีรถยนต์หรือการต่ออายุไม่ใช่เรื่องยุ่งอีกต่อไป ซื้อออนไลน์ได้ล่วงหน้า พร้อมอัปเดตรายชื่อที่กรมขนส่งทันที
อยากใช้แอป SSO Plus แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะขั้นตอนติดตั้งง่ายมาก ถึงขนาดคนที่ไม่เก่งเทคโนโลยีก็ทำได้แบบสบาย ๆ มาเริ่มกันเลย
เปิดมือถือแล้วเข้าไปที่ App Store สำหรับคนใช้ iPhone หรือ Google Play สำหรับคนใช้ Android จากนั้นพิมพ์คำว่า “SSO Plus” ในช่องค้นหา แอปนี้โลโก้ชัดเจน หาเจอแล้วกดเข้าไปเลย
แนะนำ: ถ้าขี้เกียจหาเอง ลองเข้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม เพราะเขามีลิงก์ตรงให้กดโหลดได้ทันที
เมื่อเจอแอป SSO Plus แล้ว กดปุ่ม “ติดตั้ง” (Install) หรือ “รับ” (Get) ถ้าเป็น iPhone จากนั้นรอแอปดาวน์โหลด ใช้เวลาไม่นาน (เว้นแต่ว่าสัญญาณเน็ตจะแอบช้า)
โหลดเสร็จแล้วจะมีไอคอน SSO Plus โผล่ขึ้นมาที่หน้าจอมือถือ คุณก็พร้อมเข้าสู่โลกของสิทธิประโยชน์แบบเต็มรูปแบบ
เปิดแอป SSO Plus แล้วเจอกับหน้าลงทะเบียนครั้งแรก ใครที่ยังไม่เคยสมัครใช้งาน ให้เตรียมข้อมูลสำคัญให้พร้อม ได้แก่
กรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ อย่าลืมตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนกดยืนยัน
พอกรอกข้อมูลส่วนตัวครบถ้วนแล้ว ระบบจะให้คุณยืนยันตัวตนด้วยการ สแกนใบหน้า อันนี้ไม่มีอะไรยาก แค่ยกมือถือขึ้นมาสแกนหน้าให้พอดีกับกรอบบนหน้าจอ
แนะนำ: อย่าลืมถอดแว่นตา หมวก หรือสิ่งที่บดบังใบหน้า เพื่อให้ระบบสแกนได้แม่นยำที่สุด ถ้าสแกนแล้วไม่ผ่าน ลองขยับหน้าเข้าหรือออกเล็กน้อย
เมื่อยืนยันตัวตนผ่าน ระบบจะส่งรหัส OTP (ตัวเลข 6 หลัก) ไปที่เบอร์มือถือที่ลงทะเบียนไว้ เอารหัสนี้มากรอกในช่อง OTP บนแอป
จากนั้นตั้ง รหัส PIN (6 หลัก) เพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบในครั้งถัดไป จำให้แม่น หรือถ้ากลัวลืมก็จดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย กดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” แล้วใส่หมายเลขบัตรประชาชนกับรหัส PIN ที่ตั้งไว้ แค่นี้ก็พร้อมใช้งาน SSO Plus แบบจัดเต็ม
ถ้าพูดถึงแอป SSO Plus บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะเขาอัดฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม เพื่อให้ชีวิตผู้ประกันตนทุกคนสะดวกสุด ๆ ใครยังไม่ได้ลอง รีบโหลดให้ไว แล้วมาดูกันว่าแอปนี้ทำอะไรได้บ้าง
หมดเวลามึนงงว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง เพราะใน SSO Plus เขาจัดข้อมูลมาแบบละเอียดสุด ๆ ทั้งยอดเงินสมทบที่จ่ายไป สิทธิรักษาพยาบาลที่คุณมี หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่อาจไม่เคยรู้ว่าตัวเองได้รับ เช่น เงินชดเชยหรือเงินทดแทนกรณีเจ็บป่วยหรือว่างงาน
แค่เปิดแอป เข้าไปที่เมนูสิทธิประโยชน์ ก็จะเห็นข้อมูลทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องโทรถาม ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานให้เสียเวลา
ใครเคยปวดหัวกับการเปลี่ยนสิทธิรักษาพยาบาลยกมือขึ้น! แต่ปัญหานี้จะหมดไป เพราะ SSO Plus ช่วยให้คุณเปลี่ยนสิทธิสถานพยาบาลได้ง่าย ๆ ผ่านแอป ไม่ต้องเดินเอกสารหรือรอนานอีกต่อไป
เช่น ถ้าอยู่แถวลาดพร้าวแล้วอยากเปลี่ยนโรงพยาบาลมาเป็นที่ใกล้บ้านมากขึ้น ก็เข้าแอป เลือกโรงพยาบาลที่ต้องการ แล้วกดยืนยัน ระบบจะจัดการให้เสร็จสรรพ บอกเลยว่าใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที!
อยากรู้ว่าตอนเกษียณจะได้บำเหน็จหรือบำนาญเท่าไหร่? ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะ SSO Plus มีเครื่องมือคำนวณให้คุณได้ลองคาดการณ์ตัวเลขล่วงหน้า ช่วยวางแผนอนาคตได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่าง: แค่ใส่จำนวนปีที่ส่งเงินสมทบ และเลือกประเภทสิทธิที่คุณได้รับ ระบบจะคำนวณให้เสร็จสรรพในพริบตา แบบนี้ไม่ต้องเดาให้ปวดหัวอีกต่อไป
ใครเป็นผู้ประกันตน ม.39 หรือ ม.40 ที่เคยลืมจ่ายเงินสมทบจนสิทธิขาด ฟีเจอร์นี้คือพระเอกของคุณ! แอปจะส่งแจ้งเตือนล่วงหน้าให้คุณรู้ตัวก่อนถึงวันชำระเงิน
เช่น เดือนนี้ต้องจ่ายเงินสมทบวันที่ 15 แอปจะเตือนล่วงหน้าสองสามวันให้เตรียมตัว พร้อมบอกขั้นตอนการชำระเงินที่ง่ายสุด ๆ ไม่ต้องกลัวพลาดอีกต่อไป
นอกจาก SSO Plus ที่ช่วยแจ้งเตือนล่วงหน้าเรื่องการชำระเงินสมทบแล้ว ใครที่ต้องการความคุ้มครองเรื่องรถยนต์ก็อย่าลืมซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์กับ insurverse ได้ง่าย ๆ พ.ร.บ. ราคาดีต่อใจ ซื้อปุ๊บคุ้มครองปั๊บ นำไปต่อภาษีออนไลน์ได้ทันทีเลย
ไม่ต้องกลัวตกข่าวเรื่องสิทธิประโยชน์หรือกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ เพราะ SSO Plus มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารล่าสุดให้คุณอัปเดตแบบเรียลไทม์
แถมยังมี ระบบแชทบอท 24 ชั่วโมง ไว้ช่วยตอบคำถามทุกข้อสงสัย จะถามเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล เงินชดเชย หรือกฎใหม่ ๆ ก็ได้หมด ระบบนี้ตอบไวทันใจ ไม่ต้องรอคิวนาน
ใครยังไม่โหลด ต้องรีบจัด เพราะแต่ละฟีเจอร์นี่ออกแบบมาเพื่อทำให้ชีวิตผู้ประกันตนง่ายขึ้นจริง ๆ จะเช็กสิทธิ เปลี่ยนสถานพยาบาล หรือดูข่าวสาร ทุกอย่างอยู่ในมือคุณแล้ว ไม่ต้องวุ่นวายเดินทางไปสำนักงานอีกต่อไป
ด้วยการรวมทุกสิทธิประโยชน์ไว้ในแอปเดียว การใช้งาน SSO Plus จึงช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเรื่องประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเช็กข้อมูล เปลี่ยนสิทธิ หรือขอรับเงินทดแทน ทุกอย่างทำได้ผ่านปลายนิ้ว
อย่ารอช้า รีบดาวน์โหลดแอป SSO Plus วันนี้ เพื่อจัดการสิทธิประโยชน์ของคุณให้สะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะยุคนี้เรื่องประกันสังคมไม่ควรเป็นเรื่องยากอีกต่อไป
SSO Plus เป็นแอปพลิเคชันใหม่ที่พัฒนามาแทน SSO Connect โดยเพิ่มฟีเจอร์ที่ครอบคลุมทุกสิทธิประโยชน์ เช่น การตรวจสอบข้อมูล การเปลี่ยนสถานพยาบาล แจ้งเตือนการชำระเงินสมทบ และบริการแชทบอทตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39, 40 รวมถึงนายจ้างและลูกจ้าง สามารถดาวน์โหลดและใช้งานแอปนี้ได้
เข้าสู่ระบบในแอป SSO Plus ไปที่เมนู “เปลี่ยนสิทธิสถานพยาบาล” จากนั้นเลือกสถานพยาบาลใหม่ที่ต้องการ แล้วกดยืนยัน ระบบจะแสดงข้อมูลอัปเดตทันที
หากลืมรหัส PIN สามารถรีเซ็ตได้โดยกดปุ่ม “ลืมรหัส PIN” บนหน้าจอเข้าสู่ระบบ จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าและตั้งรหัสใหม่
SSO Plus รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Google Play
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ