การเดินทางเข้าเมืองด้วยรถยนต์บางครั้งก็อาจทำให้ใครหลายคนหนักใจเพราะไม่อยากฝ่ารถติดเข้ากรุงเทพฯ หรือไม่อยากเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นใครอยู่โซนบางนา แบริ่ง สมุทรปราการ อยากนั่ง BTS เข้าเมืองแบบง่าย ๆ ลองมาทำความรู้จักกับ ลานจอดรถ APT แบริ่ง ลานจอดรถใกล้ BTS เอาใจคนมีรถที่อยากเข้าเมืองแบบสะดวกด้วยรถไฟฟ้า
ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่งมีบริการที่จอดรถชั่วคราวขนาดใหญ่ รองรับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีทั้งที่จอดรถในร่มและกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นที่น่าสนใจสำหรับคนเดินทาง อย่างระบบเข้า – ออกด้วยคีย์การ์ด มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วบริเวณ เดินทางง่าย สะดวก ใกล้รถไฟฟ้าเพียง 30 เมตร ที่สำคัญยังมีป้ายรถเมล์รองรับการเดินทางหลายเส้นทางมากขึ้น เหมาะสำหรับคนทำงานและคนที่ต้องเดินทางเข้าเมืองโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
ส่วนที่จอดรถใกล้ BTS แบริ่งอีกแห่งจะขยับมาโซนของ BTS บางนา อย่างอาคารภิรัชบุรี แอท ไบเทค ซึ่งอยู่ติดกับ BTS บางนา เดินทางจากลานจอดรถมา BTS ได้สะดวกด้วยสกายวอล์ค เปิดให้บริการทุกวัน จอดฟรี 30 นาทีแรก หากจอดเกิน 30 นาที คิดเหมาเป็น 1 ชั่วโมง ไม่มีบริการจอดค้างคืน หากจอดเกินเวลาให้บริการหรือจอดค้างคืนมีค่าปรับ 1,000 บาท จึงเหมาะเป็นที่จอดรถชั่วคราวสำหรับคนใช้รถที่ต้องการเดินทางด้วย BTS แบบรายวันมากกว่า
ลานจอดรถ APT แบริ่ง อยู่ใกล้ BTS แบริ่ง เพียง 30 เมตร ช่วงซอยสุขุมวิท 70/5 เดินทางง่าย สะดวก รวดเร็ว จุดสังเกตง่าย ๆ คืออยู่หลังโซนตลาดต้นไทร ตลาดนัดของชาวแบริ่งที่รวบรวมของกิน ของแฮนด์เมด และของใช้น่าช้อปเอาไว้มากมาย สามารถใช้บริการได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
หากใครต้องการเดินทางมาใช้บริการ ลานจอดรถ APT แบริ่ง สิ่งที่คุณควรรู้มีดังนี้
ปักหมุด GPS มาที่ลานจอดรถ APT ได้เลย ไม่ต้องขับไปไหนไกลเพราะลานจอดรถแห่งนี้อยู่ติด BTS เพียง 30 เมตร ในซอยสุขุมวิท 70/5
หมดห่วงเรื่องจ่ายค่าปรับหากจอดเกินเวลาให้บริการเพราะสามารถจอดรถได้ 24 ชั่วโมง หรือค้างคืนได้ คิดราคาเหมารายวัน และหากจอดเกินวันคิดราคาเพิ่มตามจริงเป็นชั่วโมง
นอกจากบริการจอดรถแบบรายวันแล้ว ยังสามารถสมัครใช้บริการที่จอดรถรายเดือนได้อีกด้วย โดยใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาเล่มรถเป็นเอกสารในการสมัครใช้บริการ
ลานจอดรถ APT แบริ่ง รักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิดทั้งบริเวณ มีคีย์การ์ดสำหรับเข้า – ออก และยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
รถยนต์
รถจักรยานยนต์
เปลี่ยนการเดินทางเข้าเมืองให้ง่ายและสะดวกขึ้น หมดห่วงเรื่องรถติดหรืออุบัติเหตุด้วยบริการ ลานจอดรถ APT แบริ่ง ที่จอดรถชั่วคราวใกล้ BTS แต่หากใครจำเป็นต้องใช้รถเข้าเมืองจริง ๆ อย่าลืมซื้อ ประกันภัยรถยนต์ ติดไว้ให้อุ่นใจ และคุ้มค่ากว่าเมื่อเลือกซื้อ ประกันรถชั้น 3+ เพราะคุ้มครองครอบคลุมส่วนที่คนใช้รถเป็นกังวล ให้คุณสบายใจกว่าเมื่อต้องขับรถในทุก ๆ วัน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ