แค่พูดคำว่า ใบขับขี่ บางคนก็อาจจะส่ายหัวใส่แล้ว เพราะเรารู้กันดีว่าในสมัยก่อนการทำใบขับขี่นั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ขั้นตอนเยอะแยะวุ่นวายจนไม่อยากไปทำเลยทีเดียว แต่ทุกวันนี้สบายใจได้ เพราะปัจจุบันการทำใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป แค่มีมือถือเครื่องเดียว ก็สามารถอบรมใบขับขี่ ออนไลน์ ได้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นในวันนี้สำหรับใครที่ใบขับขี่หมดอายุ และต้องการต่อใบขับขี่ เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับขั้นตอนการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ แบบง่าย ๆ ที่ไม่ต้องออกไปข้างนอก ไม่ต้องไปที่กรมขนส่ง แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถอบรมใบขับขี่ได้
ก่อนที่เราจะไปเริ่มอบรมใบขับขี่ออนไลน์ เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนเลยดีกว่า จะได้อบรมกันแบบสบาย ๆ ไม่มีปัญหามากวนใจ
ให้คุณใช้อุปกรณ์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเลต เปิดบราวเซอร์ที่สะดวกใช้งาน แนะนำให้เป็น Google Chrome เพราะสะดวกและสเถียรที่สุด ไปที่ลิงค์ www.dlt-elearning.com ที่สำคัญคือระวังเว็บปลอม เพราะอาจจะโดนดูดข้อมูล หรือเป็นเว็บมิจฉาชีพหลอกเอาข้อมูลได้
ตัวเว็บไซต์จะขึ้นหน้าเว็บเป็นช่องให้กรอกข้อมูล ได้แก่ เลขบัตรประชาชน เบอร์มือถือ และวันเดือนปีเกิด สาเหตุที่ต้องกรอกข้อมุลในส่วนนี้เพื่อยืนยันตัวตนว่าผู้เข้าเว็บไซต์เป็นเจ้าของข้อมูลนี้จริง ๆ ดังนั้นจึงต้องกรอกให้ถูกต้อง และกดยืนยัน
เมื่อกรอกข้อมูลถูกต้องแล้ว ต่อไปตัวเว็บไซต์จะพาคุณมายังหน้าตัวเลือก โดยคุณจะต้องเลือกประเภทใบขับขี่รถยนต์ที่คุณต้องการอบรม โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่
โดยทั้งหมดจะมีข้อสอบและวิดิโอการอบรมที่แตกต่างกันออกไป แต่จะมีขั้นตอนเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อเลือกประเภทของใบขับขี่แล้ว ต่อไปก็คือการทำแบบทดสอบก่อนเริ่มอบรม โดยจะมีทั้งหมด 3 ข้อ ในขั้นตอนนี้ไม่ต้องกังวลเพราะคุณสามารถทำผิดได้โดยไม่ต้องเริ่มทำใหม่ หรือไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เข้าอบรม เมื่อทำเรียบร้อยแล้วก็ไปยังขั้นตอนต่อไปได้เลย
สำหรับขั้นตอนนี้ ตัวเว็บไซต์จะขึ้นวิดิโอการ อบรม ใบขับขี่ ออนไลน์ ให้คุณได้รับชม เนื้อหาในวิดิโอก็จะเป็นสิ่งที่คุณต้องรู้สำหรับการขับขี่บนท้องถนน กฎหมาย มารยาทต่าง ๆ การทำความเข้าใจในการขับขี่รถยนต์และการจราจร ซึ่งคุณไม่สามารถปิดเว็บไซต์ ปิดมือถือ ดูไม่จบ หรือกดข้ามวิดิโอได้ ต้องดูจนจบเท่านั้น หากดูไม่จบก็จะต้องเริ่มดูใหม่ตั้งแต่ต้น โดยวิดิโอก็จะมีเวลาในการรับชมแตกต่างกันออกไปตามแต่ประเภทของใบขับขี่รถยนต์ที่คุณเลือก
เมื่อดูวิดิโออบรมใบขับขี่ออนไลน์จบแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการทำแบบทดสอบหลังอบรม ในส่วนนี้จะมีทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน
หลังจากทำบททดสอบหลังอบรมใบขับขี่ออนไลน์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าเว็บไซต์ก็จะขึ้นผลการอบรมว่าผ่านหรือไม่ ให้บันทึกภาพหน้าจอในส่วนนี้ไว้เป็นหลักฐานเพื่อยื่นต่ออายุใบขับขี่รถยนต์
หลังจากอบรมใบขับขี่ออนไลน์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการจองคิวทำใบขับขี่ผ่านระบออนไลน์ DLT smart queue ซึ่งก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เหมือนกับการ อบรม ใบขับขี่ ออนไลน์ เลยล่ะ ขั้นตอนก็มีไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สามารถเดินทางไปยังกรมขนส่งเพื่อทำใบขับขี่ได้เลย
นอกจากการอบรมใบขับขี่ที่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้แล้ว การซื้อประกันรถ เคลมประกันรถ ก็สามารถทำได้ผ่านทางออนไลน์เช่นเดียวกัน เพราะที่ insurverse เรารวบรวมความสะดวกสบายทุกอย่างเข้ามาไว้ที่มือถือของคุณ ไม่ว่าจะอุบัติเหตุร้ายแรงแล้วอยากขอความช่วยเหลือ ต้องการแจ้งเคลม หรือไม่รู้จะทำยังไงดี ก็แค่เปิดมือถือแล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย เราพร้อมให้บริการและเป็นเพื่อนตลอดการเดินทางของคุณ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ