จะเดินทางไปเที่ยวทั้งทีเรื่องวางแผนการใช้จ่ายตลอดทริปยังไงก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้รัดกุม โดยเฉพาะ pocket money หรือเงินสำหรับช้อปและใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว ซึ่งบัตร SCB Planet นั้นตอบโจทย์มากเรื่องการใช้จ่ายในต่างประเทศ บทความนี้เรามาทำความรู้จักกับบัตร SCB Planet นี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า
แน่นอนว่าถ้าเป็นในยุคก่อนเวลาที่เราจะเดินทางไปต่างประเทศก็จะต้องมานั่งคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และทำการแลกเงินของประเทศนั้น ๆ ให้เสร็จสิ้นก่อนเดินทาง แล้วพกเอาเงินสดนั้นติดตัวไป แต่ทุกวันนี้ที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดเราสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรข้ามประเทศแบบไม่มีค่าธรรมเนียมแบบง่าย ๆ แล้ว ซึ่งบัตร SCB Planet เป็นบัตรแทนเงินสดที่เราสามารถพกพาไปใช้จ่ายต่างประเทศได้ ที่สำคัญยังใช้กดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้อีกด้วย โดยบัตร SCB Planet นั้นรองรับหลายสกุลเงินครอบคลุมทั่วโลก เรียกว่าพกใบเดียวกิน เที่ยว ชม ช้อป ได้ทุกที่ทั่วโลกไม่เกินจริง
บัตร SCB Planet เป็นบัตรในกลุ่ม Travel Card ที่เราจะต้องโอนหรือย้ายเงินเข้ามาในบัตรเพื่อทำการแลกเปลี่ยนเงินก้อินนั้นเป็นสกุลเงินประเทศต่าง ๆ ไว้สำหรับไปใช้จ่ายในต่างประเทศ ซึ่งข้อดีของบัตร SCB Planet ก็มีดังนี้
บัตร SCB Planet เป็นบัตรในเครือ VISA สามารถใช้ทำธุรกรรมทางการเงินพื้นฐานสำหรับการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการในต่างประเทศ ไม่ว่าจะใช้แตะหรือรูดจ่ายที่หน้าร้าน หรือจะใช้จ่ายผ่านทางออนไลน์ก็ทำได้ นอกจากนั้นยังสามารถใช้กดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้ง่าย ๆ ไม่ต้องหาจุดรับบริการแลกเงินตราให้ยุ่งยาก โดยสามารถแลกเปลี่ยน (ซื้อและขาย) เงินตราต่างประเทศได้ไม่เกิน 5 ครั้ง ต่อวัน แต่จะไม่สามารถใช้บัตร SCB Planet ผ่อนชำระได้แบบบัตรเครดิต และยังไม่สามารถรูดเงินนอกเหนือจากสกุลเงินที่ซื้อไว้ในบัตร แลกเปลี่ยนสกุลเงินไหนไว้ต้องใช้จ่ายสกุลเงินนั้น
1.สะดวกสบาย พกติดตัวใบเดียวใช้ได้ครอบคลุมทั่วทั้งโลก ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมหรือถูกตกทรัพย์ในระหว่างท่องเที่ยวต่างประเทศได้
2.ใช้กดเงินผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศสูงสุดเทียบเท่า 100,000 บาทต่อวัน และรูดใช้จ่ายหน้าร้านหรือช้อปออนไลน์สูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาทต่อวัน ได้ทั่วโลก
3.หากมีเงินคงเหลือในบัตรจะต้องแปลงเป็นสกุลเงินบาทก่อน แล้วสามารถโอนเข้าบัญชีที่ผูกกับแอป SCB EASY ได้
4.ใช้จ่ายได้ไม่มีสะดุดด้วยระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติ (Auto Conversion) โดยระบบจะหักเงินจากสกุลเงินบาทอัตโนมัติทันทีในกรณีที่ยอดเงินคงเหลือของสกุลที่เราแลกไว้นั้นไม่เพียงพอ
5.รับส่วนลดสูงสุด 30% เมื่อจองรถลีมูซีนรับ-ส่งสนามบินในประเทศไทย และรับส่วนลดสูงสุด 120 บาท เมื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่ม ผ่านแอป LINE MAN นอกจากนั้นยังได้สิทธิประโยชน์และส่วนลดจากร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมบริการด้วย
วิธีการสมัครบัตร SCB Planet นั้นสามารถสมัครขอใช้บริการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศและยังสามารถสมัครด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY โดยจะมีค่าธรรมเนียม 200 บาท สำหรับการออกบัตรใหม่
เงื่อนไขของผู้ถือบัตรต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป และต้องมีบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ และต้องใช้บริการแอปพลิเคชัน SCB EASY หลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการสมัครก็คือบัตรประชาชน เมื่อสมัครครบตามขั้นตอนแล้วทางธนาคารจะส่งบัตร SCB Planet ตามที่อยู่ที่ให้ไว้ภายใน 7 วันทำการ
เมื่อได้รับบัตร SCB Planet มาแล้วจำเป็นจะต้องลงทะเบียนเปิดใช้งานบัตรอีกหนึ่งขั้นตอนจึงจะสมบูรณ์ โดยเข้าไปเปิดใช้งานด้วยตัวเองที่แอปพลิเคชัน SCB EASY เลือกเมนูบัตรเดบิตและ SCB Planet เข้าไปกรอกหมายเลขหน้าบัตร 16 หลัก แล้วตั้งค่ารหัส PIN ส่วนตัว 6 หลัก ยืนยันเบอร์โทรศัพท์และรอรับรหัส OTP ทาง SMS แล้วนำมากรอกยืนยันถือว่าเป็นอันเสร็จขั้นตอนการเปิดใช้งานบัตร SCB Planet
จากนั้นก็เติมเงินเข้าในบัตรจามที่ต้องการแลกเปลี่ยนแล้วกดยืนยัน เงินในบัญชีเงินฝากของเราที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชัน SCB EASY จะถูกโอนย้ายเข้าสู่ในบัตร SCB Planet จากนั้นเราก็จะสามารถทำการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินที่อยู่ในบัตรเป็นสกุลเงินต่าง ๆ ได้แล้ว
ใครแพลนไว้จะไปเที่ยวต่างประเทศอย่าลืมพกบัตร SCB Planet ติดตัวไป รับรองเลยว่าทุกการจับจ่ายของคุณจะไหลลื่นคล่องตัวไม่มีสะดุด ไม่มีเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เที่ยวได้อย่างสบายใจ แต่ก็อย่าลืมสร้างความอุ่นใจด้วยการมองหาประกันเดินทางที่ครอบคลุมคุ้มครองตลอดทริป เพื่อให้ทริปนี้ของคุณเที่ยวได้อย่างไร้กังวล แนะนำประกันเดินทางจากอินชัวร์เวิร์สที่นอกจากให้ความคุ้มครองจริงตามแผนประกันที่คุณเลือก วันนี้ยังมาพร้อมความสะดวก เช็คเบี้ยประกันเดินทาง และซื้อประกันผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ