การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นวิธีการเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกสบายมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลไปต่างเมืองหรือต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในสายการบินที่ได้รับความนิยมเลือกเดินทางมากที่สุดในไทยก็คือสายการบินไทย บทความนี้เลยอยากจะมาแชร์วิธีการจองตั๋วการบินไทย ทั้งบินในประเทศและต่างประเทศแบบที่อ่านจบแล้วจองตั๋วเองได้ทันที
สายการบินไทยหรือ Thai Airways เป็นสายการบินประจำชาติที่ให้บริการฟูลเซอร์วิส รองรับเส้นทางบินที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งการจองตั๋วการบินไทยนั้นก็ไม่ได้อยากเลย วันนี้เรามี How to วิธีการจองตั๋วการบินไทยแบบฉบับทำตามได้มาฝาก
การจองตั๋วการบินไทยนั้นสามารถจองได้ด้วยกัน 2 วิธี คือ จองตรงกับสายการบินไทย และจองผ่านเอเจนซีหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
1.จองตั๋วการบินไทยโดยตรงกับสายการบิน
วิธีแรกเป็นวิธีที่เราเดิน walk in ไปจองตั๋วด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์หรือจุดจำหน่ายตั๋ว แจกความต้องการกับเจ้าหน้าที่ถึงจุดหมายปลายทาง วันและเวลาเดินทาง พร้อมกับชำระเงินและรับตั๋วจากเจ้าหน้าที่ได้เลยทันที
จองตั๋วการบินไทย ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ www.thaiairways.com เข้าไปกดเมนูจองเที่ยวบิน จากนั้นก็ระบุข้อมูลการเดินทางตามที่ระบบกำหนดมา ไม่ว่าจะเป็นวันที่ต้องการเดินทาง สนามบินต้นทาง สนามบินปลายทาง เดินทางแบบเที่ยวเดียวหรือไปกลับ ชั้นที่นั่งโดยสายบนเครื่อง จำนวนและประเภทผู้โดยสาร
หากเราต้องการจองตั๋วแบบไม่ได้กำหนดช่วงเวลาเดินทางที่แน่นอน สามารถเข้าไปเปรียบเทียบราคาเที่ยวบินเองได้เลย ซึ่งระบบจะมีตารางบินพร้อมราคาตั๋วสรุปมาให้เราเลือก
จากนั้นระบบจะพาไปสู่หน้าให้ออกข้อมูลส่วนบุคคล เลือกบริการเสริมพวกประกันเดินทางและบริการพิเศษ จากนั้นก็จะเข้าสู่ระบบการชำระเงิน เมื่อชำระเงินเสร็จแล้วจะได้รับตั๋วทางอีเมล
นอกจากจะจองตั๋วการบินไทย ด้วยตัวเองผ่านทางเว็บไซต์แล้วเรายังสามารถจองผ่าแอปพลิเคชัน Thai Airways Mobile App บนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ใช้งานง่าย เข้าไปเช็กเที่ยวบิน เวลาบิน และเปรียบเทียบราคาในแต่ละเที่ยวบินได้
เมื่อเข้าไปในแอปพลิเคชันแล้วก็ระบุข้อมูลการเดินทางต่าง ๆ เช่นเดียวกับในเว็บไซต์ เลือกเที่ยวบินที่ต้องการ และกรอกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โดยสาร จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการชำระเงิน แล้วรอรับตั๋วที่จะแสดงผ่านทางแอปพลิเคชันได้เลย
2. จองผ่านเอเจนซีหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
อีกหนึ่งวิธีจองตั๋วการบินไทย ก็คือการจองผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Agoda, Traveloka, Expedia, Skyscanner เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีโปรโมชั่นและข้อเสนอส่วนลดมากมายเพื่อให้เราได้ตั๋วราคาถูกลง
การจองตั๋วการบินไทยผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้จะแตกต่างกันตรงที่เราไม่สามารถระบุสายการบินโดยตรงได้ ทำได้เพียงแต่เข้าไปกรอกข้อมูลการเดินทางว่าจะเดินทางวันไหน ไปเมืองอะไร เดินทางกี่คน แล้วระบบจะคัดเที่ยวบินจากทุกสายการบินมาให้เราเลือก ให้เรามองหาเที่ยวบินจากสายการบินไทย
จากนั้นก็กดเลือกแล้วเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เลือกที่นั่ง ซื้อบริการเสริมต่าง ๆ แล้วเข้าสู่กระบวนการชำระเงิน จะได้รับตั๋วผ่านทางอีเมล
การจองตั๋วการบินไทยทางออนไลน์ไม่ว่าจะจองตรงผ่านแพลตฟอร์มของสายการบินหรือจองผ่านแพลตฟอร์มอื่น เราจะได้รับตั๋วผ่านทางอีเมล ซึ่งจะมีเลขอ้างอิงการจองอยู่ เราไม่สามารถถือตั๋วใบนี้เข้าเกตได้ทันที จะต้องนำไปเช็กอินก่อน ซึ่งการเช็กอินก็สามารถทำได้ 2 วิธี คือ เช็กอินที่เคาน์เตอร์เช็กอิน และเช็กอินออนไลน์
หากเป็นการเดินทางที่ต้องโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องแนะนำให้ไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์พร้อมกับโหลดกระเป๋าเลยจะสะดวกกว่า ส่วนการเช็กอินออนไลน์นั้นสามารถทำได้ทั้งผ่านเว็บไซต์ของสายการบินไทยและผ่าน Thai Airways Mobile App ซึ่งสามารถเช็กอินล่วงหน้าได้สูงสุด 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง พร้อมรับบอร์ดดิ้งพาสออนไลน์เข้าเกตได้ทันที
ข้อดีของการเช็กอินผ่านแอปพลิเคชันก็คือมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสถานะเที่ยวบิน พร้อมจัดการเปลี่ยนแปลง การเลือกที่นั่งและอาหาร รวมถึงการจองคำขอบริการพิเศษได้อย่างง่ายดาย
การจองตั๋วการบินไทยออนไลน์ไม่ว่าจะจองผ่านแพลตฟอร์มของสายการบินหรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะมีวิธีการชำระเงินไม่ต่างกัน ซึ่งจะรองรับทั้งจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หักจากบัญชีธนาคาร สแกนคิวอาร์โค้ด รวมไปถึงการผ่อนชำระ เราสามารถเลือกช่องทางที่สะดวกได้เลย
วิธีการจองตั๋วการบินไทย ให้ได้ราคาถูกราคาประหยัดก็คือแนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนเดินทาง และจองตั๋วชั้นประหยัดหรือ Economy Class ก็จะได้ตั๋วราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับชั้นอื่น ๆ ในเที่ยวบินเดียวกัน นอกจากนั้นอาจจะต้องพิจารณาใช้โปรโมชั่นส่วนลดจากคะแนนสะสมหรือไมล์สะสมจากบัตรเครดิตก็จะช่วยประหยัดราคาค่าตั๋วเครื่องบินลงได้
การจองตั๋วการบินไทยนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย มีหลากหลายวิธีที่เราจะได้ตั๋วเดินทาง ยิ่งเทคโนโลยีรองรับการจองตั๋วที่ง่ายและสะดวกสบายขึ้น ลองเลือกวิธีที่ตัวเองถนัดแล้วก็จองตั๋วเองได้ทันที แต่สำคัญเลยอย่าลืมวางแผนเช็คเบี้ยประกันเดินทางเพื่อสร้างความอุ่นใจให้การเดินทางครั้งนี้ของคุณด้วยนะ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ