ถ้าย้อนกลับไปในช่วงปี 2010 สำหรับคนที่ชื่นชอบหรือติดตามข่าวสารเรื่องรถยนต์ จะทราบกันดีอย่างแน่นอนว่าในช่วงนั้นเป็นปีที่ nissan ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ เป็นรถอเนกประสงค์หรือรถ SUV ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์สุดแปลก ว่ากันว่าเป็นรถที่ได้ฉายาหน้าแปลกนั่นคือ Nissan Juke ส่วนจะแปลกอย่างไรมาติดตามกัน
Nissan Juke เป็นรถอเนกประสงค์ หรือครอสโอเวอร์ SUV ขนาดเล็ก ซึ่งรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นนี้ดีไซน์ทันสมัย มีเอกลักษณ์ ในขณะก็มีหลายคนมองว่าแปลก โดยดีไซน์มาจากแรงบันดาลใจในการออกแบบของทาง Nissan ที่ต้องการผสานระหว่างรถ SUV หรือรถอเนกประสงค์ บวกกับรถ Hatchback ที่สามารถเปิดท้ายรถได้ ยังไม่พอเพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถบักกี้หรือรถออฟโรด ทำให้ช่วงที่เปิดตัวกลายเป็นภาพจำและได้ฉายาว่าเป็นรถหน้าแปลก
ด้านเครื่องยนต์ Nissan Juke มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร ที่ใช้ระบบหัวฉีดคู่ Dual Injector System ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Nissan Sylphy และ Nissan Pulsar ในยุคนั้น โดยทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่และประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นิสสัน Juke มี 3 รุ่นย่อย เช่น คือ
ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสไตล์ที่แตกต่างของผู้ใช้งาน
ในช่วงปีแรกต้องยอมรับว่า Nissan Juke ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย ทำให้ได้เห็นรถรุ่นนี้แล่นอยู่บนท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง แต่พักหลังถ้าได้ลองสังเกตก็แทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะในประเทศไทย Nissan Juke ได้ยุติการจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2019 อย่างไรก็ตาม Nissan Juke ยังไม่ได้เลิกผลิตในตลาดโลก หากอยากเป็นเจ้าของไม่ยาก คุณสามารถเลือกซื้อรถได้จากแหล่งซื้อเหล่านี้
วันนี้คุณสามารถที่จะซื้อรถมือสอง Nissan Juke ในตลาดรถยนต์ไทยได้ มีหลายรุ่นและหลายราคาให้เลือกตามความต้องการ ราคาเริ่มต้น 199,000 บาท ยกตัวอย่าง Nissan Juke ในราคามือสอง
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับรถ Nissan Juke จะเห็นว่าเป็นรถที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถขนาดเล็ก สไตล์ทันสมัยดูแปลกตาแต่มีเอกลักษณะ ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์เครื่องยนต์ HR16 ขนาด 1,600 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว และมาพร้อมระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันด้วย อย่างไรก็ตามมีข้อด้อยอยู่คือภายในรถมีพื้นที่จำกัดเมื่อลองเทียบกับรุ่นอื่นในค่าย Nissan
วันนี้นอกจากเลือกซื้อรถยนต์แล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการทำประกันภาคสมัครใจ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ อย่าง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ จากบริษัทประกันรถออนไลน์อินชัวร์เวิร์ส ที่นี่มีหลายกรมธรรม์ให้เลือก สามารถเช็กและเลือก ประกันรถ ด้วยตัวเองวันนี้ผ่านเว็บไซต์โดยตรง สะดวกสบาย อยู่ที่ไหนก็ซื้อประกันได้
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ลำดับเหตุการณ์สลดบนถนน AH16 เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.20 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงแผ่นดินสาย AH16 (กาฬสินธุ์–มุกดาหาร) บริเวณพื้นที่อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรถตู้โดยสารเช่าเหมาคันนำพาชาว สปป.ลาว รวม 13 คน เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าด่านพรมแดนจังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการต่ออายุหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัว ระหว่างการเดินทาง รถตู้คันดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนแท่งคอนกรีตแบริเออร์กั้นขอบทางอย่างรุนแรง ก่อนจะพลิกคว่ำไถลตกลงไปในคูน้ำข้างทาง และเกิดประกายไฟลุกไหม้ท่วมห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้โดยสารหญิงติดอยู่ภายในและถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ และคนขับรวม 12 ราย ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน โดยพนักงานสอบสวนสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนขับอาจเกิดอาการหลับในจากการขับรถระยะไกลข้ามคืน ประเด็นกฎหมายและความรับผิด 1. ความรับผิดทางอาญาของผู้ขับขี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 (กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท) และมาตรา 300… Continue reading รถตู้รับจ้างคว่ำไฟลุกท่วม ดับ 2 เจ็บ 12 : เปิดข้อกฎหมาย สิทธิผู้โดยสาร และการเบิกเคลม พ.ร.บ.
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ได้นำหลักฐานการแชตข้อความและสลิปการทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ศรีสะเกษ ของพรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับอดีตผู้สมัคร สส. รายนี้เป็นการส่วนตัว ต่อมาฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่ามีโควตาพิเศษและสามารถใช้เส้นสายวิ่งเต้นช่วยเหลือให้บุคคลสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้อย่างแน่นอน ด้วยความหวังอยากให้ลูกหลานมีความมั่นคงในอาชีพ ตนจึงหลงเชื่อและรวบรวมเงินเก็บส่วนตัวรวมทั้งสิ้น 2,350,000 บาท มอบให้เพื่อเป็นค่าดำเนินการฝากลูกหลานจำนวน 5 คน แต่เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศผลการสอบอย่างเป็นทางการ กลับปรากฏว่าไม่มีรายชื่อลูกหลานของตนแม้แต่คนเดียว เมื่อตนพยายามทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง อ้างว่าเดินทางไปต่างจังหวัดและอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงและตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด การจ่ายเงินวิ่งเต้นสอบราชการ แล้วถูกหลอก สามารถฟ้องร้องเรียกเงินคืนตามกฎหมายได้หรือไม่? ในทางกฎหมาย ประเด็นการฟ้องเรียกเงินวิ่งเต้นคืนมีความซับซ้อนและมีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้: 1. ในทางแพ่ง: สัญญาเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 150) ข้อตกลงหรือสัญญาจ้างวานเพื่อวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการ ถือเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ส่งผลให้สัญญานั้นตกเป็น… Continue reading สูญเงิน 2.3 ล้านชวดบรรจุ! แจ้งจับอดีตผู้สมัคร สส. หลอกฝากลูกหลานสอบ อปท. : เปิดข้อกฎหมาย สัญญาวิ่งเต้นเป็นโมฆะ ฟ้องเรียกเงินคืนได้อย่างไร?
เกิดอะไรขึ้น? กลายเป็นคดีทุจริตเชิงโครงสร้างที่สั่นสะเทือนระบบทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย เมื่อกรุงเทพมหานครได้ออกคำสั่งลงนามเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนรวม 3 ราย “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” โดยมีผลบังคับใช้ทันที การดำเนินการเด็ดขาดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษร่วมกับรายการ The EXIT สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และตำรวจ บก.ปปป. เปิดโปงขบวนการนายหน้าลักลอบนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์และเลขประจำตัวประชาชนของคนไทย ไป “สวมสิทธิ” ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู หรือ ท.ร.38/1) ให้แก่กลุ่มบุคคลต่างด้าวและเด็กต่างด้าวมากกว่า 1,000 ราย โดยเรียกรับผลประโยชน์รายละ 30,000 ถึง 50,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ด้านปลัดกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมสั่งการทุกสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ปูพรมตรวจสอบรายการย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่ผิดปกติย้อนหลังทันที หากเจ้าของบ้านพบว่ามี “ชื่อแปลกปลอม” หรือถูกสวมสิทธิในทะเบียนบ้าน จะส่งผลกระทบทางกฎหมายอย่างไร? การถูกสวมสิทธิทางทะเบียนราษฎร์ถือเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของบ้านและผู้มีสิทธิโดยตรง ดังนี้: 1. ความเสี่ยงด้านนิติกรรมและหนี้สิน มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลทะเบียนบ้านไปใช้เปิดบัญชีม้า สมัครสินเชื่อ… Continue reading เชือดข้าราชการทุจริต! กทม. สั่ง 3 จนท. เอี่ยวสวมสิทธิ ‘บัตรสีชมพู’ ให้ออกทันที : เตือนภัยเจ้าของบ้าน เช็กด่วนมีชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้านหรือไม่ และโทษหนักทางกฎหมาย