สำหรับคนที่มีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการทำงานประจำหรือรายได้จากการทำงานอาชีพอิสระ แน่นอนว่าทุกคนต้องมีกองทุนประกันสังคม โดยในแต่ละเดือนนั้นจะต้องชำระเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามฐานรายได้ เพื่อเป็นหลักประกันการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งการชำระเงินเข้ากองทุนประกันสังคมนั้นฝั่งนายจ้างจะหักค่าใช้จ่ายไว้ทุกเดือน โดยอัตราการหักเงินของผู้ประกันตนแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปตามฐานรายได้และตามเงื่อนไขกองทุนประกันสังคม และสำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าประกันสังคมหักเท่าไหร่ วันนี้ insurverse มีข้อมูลมาให้หายสงสัย อัปเดตล่าสุดปี 2568
แม้ว่าหลายคนจะถูกหักเงินเพื่อจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบว่าประกันสังคมคืออะไร ประกันสังคมหักเท่าไหร่ มีรูปแบบใดบ้าง บอกเลยว่าหากไม่อยากเสียสิทธิต้องทราบไว้ โดยประกันสังคมคือหลักประกันชีวิตของกลุ่มผู้มีรายได้ มีเงื่อนไขว่าผู้มีรายได้จะต้องจ่ายเงินเข้าสมทบทุนประกันสังคมทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย เสียชีวิต อุบัติเหตุ สงเคราะห์บุตร และว่างงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลและมีรายได้ชดเชย
สำหรับผู้ที่จ่ายเงินเข้าประกันสังคมจะถูกเรียกว่าผู้ประกันตน ซึ่งผู้ประกันตนถูกแบ่งออกเป็น 3 มาตรา นั่นคือ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สำหรับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 1 คน ผู้ประกันตนมาตรา 39 สำหรับลูกจ้างที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน แต่ลาออกมาทำงานอิสระ และผู้ประกันตนมาตรา 40 สำหรับกลุ่มคนทำงานอาชีพอิสระและไม่มีนายจ้าง
เมื่อทราบแล้วว่าผู้ประกันตนแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ เพราะฉะนั้นลองมาดูกันว่า ปี 2568 ประกันสังคมหักเท่าไหร่กันบ้าง
ผู้ประกันตนมาตรา 33 อาจจำว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายเงินสมทบ 5% ของรายได้ต่อเดือน โดยคำนวณจากเพดานรายได้สูงสุด 15,000 บาท นั่นคือผู้ประกันตนจะจ่ายเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาทเท่านั้น แต่ล่าสุดจะมีการปรับปรุงเพดานค่าจ้างเงินสมทบให้เป็นแบบขั้นบันได 3 ขั้น โดยมีเกณฑ์การคำนวณเงินสมทบประกันสังคมแบบใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ดังนี้
จากตารางนี้จะเห็นว่าในปี 2568 ผู้ประกันตนมาตรา 33 ยังคงจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวนเงินเท่าเดิม แต่ในปี 2569 เป็นต้นไป แน่นอนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนการคำนวณใหม่ เพราะฉะนั้นอย่าลืมวางแผนการเงินกันให้พร้อม
จ่ายเงินสมทบ 432 บาท ต่อเดือน
จ่ายเงินสมทบเป็น 3 อัตรา ได้แก่ อัตรา 70 บาทต่อเดือน อัตรา 100 บาทต่อเดือน และอัตรา 300 บาทต่อเดือน
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าแต่ละเดือน ประกันสังคมหักเท่าไหร่ และตนเองในฐานะผู้ประกันตนมีสิทธิอะไรบ้าง สามารถเช็กสิทธิประกันสังคมได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ประกันสังคมหรือ www.sso.go.th และเลือก “ตรวจสอบสิทธิ” รวมถึงแอปพลิเคชัน SSO Plus โดยสามารถตรวจสอบสิทธิได้ผ่านการกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก สำหรับรายละเอียดที่จะแสดงในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจะมีข้อมูลหลายอย่าง รวมถึงมีฟังก์ชันเพื่อให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลบางอย่างได้ด้วยตนเอง ได้แก่
เมื่อทราบแล้วว่าประกันสังคมหักเท่าไหร่ และผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิกรณีใดบ้างก็อย่าลืมใช้สิทธิประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ คลอดบุตร ว่างงาน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และถึงแม้ว่าจะมีประกันสังคมทำหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกรณีเหล่านี้แล้ว การมีประกันภัยเพิ่มขึ้นมาจากการประกันสังคมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างเบาใจ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างน้อยก็มีประกันเหล่านี้ทำหน้าที่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ หรือประกันเดินทาง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจ เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็มีประกันทำหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดประกันได้ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท