สะพานทศมราชัน หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อสะพานพระราม 10 เป็นสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการเดินทางในกรุงเทพฯ โครงสร้างนี้ไม่ใช่แค่สะพานธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางด่วน พระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกตะวันตก ซึ่งเป็นทางด่วนที่ช่วยให้การสัญจรเชื่อมต่อระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนครสะดวกยิ่งขึ้น
สะพานแห่งนี้เคยถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ก่อนที่จะได้รับพระราชทานชื่อว่า “ทศมราชัน” ในปี 2567 ชื่อนี้แปลว่า “พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 10” ซึ่งสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจและความสำคัญของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่มีต่อประชาชนชาวไทย
สะพานทศมราชันมีระยะทางรวมประมาณ 2 กิโลเมตร โดยฝั่งธนบุรีเริ่มต้นที่เขตราษฎร์บูรณะ ส่วนฝั่งพระนครเริ่มต้นที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ เขตยานนาวา สะพานนี้เชื่อมต่อกับทั้งทางด่วนศรีรัชและทางด่วนเฉลิมมหานคร ทำให้การเดินทางสะดวกสบาย และช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณสะพานพระราม 9 ที่ปัจจุบันรองรับการใช้งานอย่างหนัก
สะพานทศมราชันออกแบบให้รองรับแรงลมและแผ่นดินไหว เช่นเดียวกับ insurverse ที่ออกแบบแผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้ครอบคลุมและเชื่อถือได้ พร้อมปรับแผนความคุ้มครองได้เองตามต้องการ
สะพานทศมราชันไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างเหล็กและปูนซีเมนต์ แต่ยังมีงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่สื่อความหมายถึงในหลวง รัชกาลที่ 10 อย่างลึกซึ้ง เช่น
ก่อนการเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2568 สะพานทศมราชันจะจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น งานวิ่งมาราธอนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสัมผัสบรรยากาศของสะพานในมุมมองที่ไม่เคยมีมาก่อน และงานมหกรรมที่เน้นเฉลิมฉลองการเปิดตัวสะพานแห่งนี้
กิจกรรมเดิน-วิ่งเปิดสะพานพระราม 10 เป็นส่วนหนึ่งของงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองก่อนเปิดใช้งานสะพานอย่างเป็นทางการ โดยจะมีนักวิ่งและผู้ร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศมารวมตัวกันเพื่อสัมผัสประสบการณ์การวิ่งบนสะพานสุดอลังการแห่งนี้
สะพานนี้ใช้เทคโนโลยีเคเบิลสเตย์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะถูกติดตั้งเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพสะพานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ใช้งานทุกคน
สะพานทศมราชันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะลดความหนาแน่นของการจราจร และเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับปริมณฑลอย่างมีนัยสำคัญ
การเดินทางผ่านสะพานทศมราชันช่วยลดความซับซ้อนของการจราจร เช่นเดียวกับ ประกันภัยรถยนต์ insurverse ที่ช่วยลดความยุ่งยากของการซื้อประกันผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย
สะพานทศมราชันมีกำหนดเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มกราคม 2568 หลังจากนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับการเดินทางและพัฒนาเมืองหลวงของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21
สะพานพระราม 10 เริ่มต้นฝั่งธนบุรีที่เขตราษฎร์บูรณะ และฝั่งพระนครที่ทางแยกต่างระดับบางโคล่ เขตยานนาวา เชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชและทางด่วนเฉลิมมหานคร
จุดจอดรถที่ใกล้สะพาน ได้แก่ ซอยราษฎร์อุทิศ 1, ใต้สะพานพระราม 9, ใต้ทางด่วนด่านบางโคล่ และโลตัสพระราม 3
สะพานนี้มีความกว้างที่สุดในประเทศไทย (42 เมตร) พร้อมช่องจราจร 8 เลน และถูกออกแบบให้รองรับแรงลม 270 กม./ชม. รวมถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว
กิจกรรมจัดในวันที่ 26 มกราคม 2568 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ ค่าสมัคร 499 บาท
มีกำหนดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 29 มกราคม 2568 พร้อมช่วยบรรเทาการจราจรในกรุงเทพฯ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างฝั่งธนบุรีและพระนคร
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ