การปลูกต้นไม้มงคลหน้าบ้านเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมพลังดี ๆ ให้กับเจ้าของบ้าน ทั้งในด้านโชคลาภ ความมั่นคง และสุขภาพ แต่แค่มีต้นไม้มงคลอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะภัยต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า กระจกแตก หรือโจรกรรม
การมี ประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse จะช่วยให้มั่นใจว่าทรัพย์สินและโครงสร้างบ้านได้รับการคุ้มครองจากเหตุไม่คาดฝัน ทั้งอุบัติเหตุจากไฟฟ้า ภัยธรรมชาติ และความเสียหายจากบุคคลภายนอก บ้านที่ดีไม่ใช่แค่สวยงามและเสริมโชค แต่ต้องมีความปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “กวนอิมทอง” แค่ได้ยินก็รู้สึกถึงความเฮง ความปังกันเลย ต้นนี้ถือเป็นต้นไม้มงคลสายเงินทองที่คนไทยนิยมปลูกกันมานาน เชื่อกันว่าช่วยดึงดูดทรัพย์สิน และเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับเจ้าของบ้าน จุดเด่นของต้นนี้คือใบสีเขียวมันเงาที่มีขอบเหลืองทอง ให้ฟีลหรูหราดูแพงไปอีก!
ดูแลง่ายมาก ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพราะเป็นไม้ที่ทนแล้งได้ดี ชอบแสงแดดรำไร ไม่ต้องห่วงเรื่องแมลงรบกวนให้วุ่นวาย ใครที่ทำธุรกิจหรือค้าขาย ถ้ามีต้นกวนอิมทองประดับหน้าบ้าน เชื่อกันว่าจะช่วยเรียกลูกค้าให้เข้ามาแบบไม่ขาดสาย เป็นอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่เหมาะกับการเสริมดวงการเงินสุด ๆ
ต้นไผ่กวนอิม เป็นพืชที่คนจีนเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความเจริญรุ่งเรือง ถ้าสังเกตดี ๆ ตามร้านค้าหรือสำนักงานมักจะมีต้นนี้ตั้งไว้เสมอ เพราะเค้าว่ากันว่าช่วยดึงดูดพลังงานดี ๆ และขจัดสิ่งอัปมงคลออกจากบ้านได้ แถมยังเป็นต้นไม้ที่ช่วยเพิ่มความสงบให้กับบ้านและคนในครอบครัวอีกด้วย
การดูแลต้นนี้ก็ง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ สามารถปลูกในกระถางแล้ววางไว้หน้าบ้านได้เลย แค่รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะมาก และตั้งไว้ในที่มีแสงแดดรำไร ก็อยู่ได้ยาว ๆ ไปเลย ต้นไผ่กวนอิมยังเป็นไม้มงคลที่เหมาะกับคนที่อยากเสริมฮวงจุ้ยให้บ้านดูมีพลังงานดี ๆ อีกด้วย
ถ้าพูดถึงต้นไม้มงคลที่ช่วยเรื่องโชคลาภ ต้องมีต้นโป๊ยเซียนติดโผแน่นอน คนจีนเชื่อว่าต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพ 8 องค์ที่ช่วยคุ้มครองและเสริมโชคลาภให้กับเจ้าของบ้าน ที่สำคัญยังเชื่อกันว่าถ้าต้นโป๊ยเซียนออกดอกมากเท่าไหร่ ยิ่งนำโชคมาให้มากเท่านั้น
จุดเด่นของต้นนี้คือมีดอกหลายสีให้เลือก ตั้งแต่สีแดง ชมพู ขาว เหลือง แต่ละสีก็มีความหมายแตกต่างกันไป เช่น สีแดงเสริมความมั่งคั่ง สีชมพูเสริมความรัก สีเหลืองเสริมโชคลาภ ใครอยากได้โชคด้านไหนก็เลือกปลูกได้เลย ดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แค่ตั้งไว้หน้าบ้านให้ได้รับแสงแดดเพียงพอ ก็พร้อมออกดอกสวย ๆ ให้ได้ชมกัน
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “เงินไหลมา” ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้นนี้ช่วยเรื่องอะไร! ถือเป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านการเงิน และยังเชื่อกันว่าช่วยดึงดูดเงินทองเข้าบ้านแบบไม่ขาดสาย ด้วยลักษณะของใบที่เป็นรูปหัวใจและเงางาม ทำให้ดูเหมือนเงินกำลังไหลเข้ามาอยู่ตลอดเวลา
การดูแลไม่ยุ่งยาก แค่รดน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และตั้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร หลีกเลี่ยงแดดจัด เพราะใบอาจจะไหม้ได้ ต้นนี้ยังช่วยฟอกอากาศได้ดีอีกด้วย นอกจากจะช่วยเรื่องเงินทองแล้ว ยังช่วยให้บรรยากาศรอบบ้านดูสดชื่นขึ้นอีกต่างหาก
ต้นวาสนาเป็นต้นไม้มงคลที่คนไทยเชื่อว่าปลูกแล้วจะเสริมโชคให้กับคนในบ้าน โดยเฉพาะเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และการมีชีวิตที่ราบรื่น ไร้อุปสรรค เชื่อกันว่าถ้าต้นวาสนาออกดอกเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงโชคใหญ่กำลังจะเข้ามาเยือน!
จุดเด่นของต้นนี้คือเป็นไม้พุ่มสูง ใบเรียวยาวมีลวดลายสวยงาม สามารถปลูกเป็นไม้ประดับหน้าบ้านได้ดี แถมยังดูแลง่าย ทนแดดทนฝนได้สบาย ๆ แค่รดน้ำให้ชุ่มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็ช่วยให้ต้นแข็งแรง ใครที่อยากให้ชีวิตเฮง ๆ ปัง ๆ ลองหาต้นวาสนามาปลูกไว้หน้าบ้าน รับรองว่าเสริมดวงให้ปังขึ้นแน่นอน
ต้นไม้ที่ชื่อมงคลสุด ๆ เพราะคำว่า “แก้ว” เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งล้ำค่า ความโชคดี และความบริสุทธิ์ เชื่อกันว่าบ้านไหนปลูกต้นแก้วไว้ จะช่วยให้คนในบ้านมีแต่เรื่องดี ๆ ทำอะไรก็สำเร็จราบรื่น ต้นแก้วออกดอกสีขาวกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ จะยิ่งส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ ช่วยให้บ้านสดชื่นและผ่อนคลายสุด ๆ
ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลอะไรมาก แค่ให้โดนแดดเยอะ ๆ รดน้ำเช้าเย็น ดินระบายน้ำดี ๆ ก็โตเร็วและแตกพุ่มสวย แถมยังเป็นไม้พุ่มที่นิยมตัดแต่งเป็นรั้วธรรมชาติ เพิ่มความสวยงามให้หน้าบ้านได้อีกด้วย
ต้นนี้สายมูห้ามพลาด เพราะชื่อ “โกศล” พ้องกับคำว่า “กุศล” หมายถึงบุญกุศล เชื่อว่าถ้าปลูกไว้หน้าบ้าน จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล ปกป้องคุ้มครองให้บ้านสงบสุข ไม่เจอเรื่องร้าย ๆ จุดเด่นของต้นโกศลอยู่ที่ใบหลากสีสัน มีทั้งแดง ส้ม เหลือง เขียว ไล่เฉดกันแบบสวยสุด ๆ เหมาะกับคนที่ชอบต้นไม้ที่มีสีสดใสและมีเอกลักษณ์
เลี้ยงง่าย ไม่จุกจิก แค่ให้โดนแดดบ้าง ไม่ชอบน้ำขัง ถ้าดินชื้นเกินไปอาจทำให้รากเน่าได้ ใครอยากเพิ่มความโดดเด่นให้หน้าบ้าน ต้นโกศลคือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องมี!
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ขนุน” หมายถึงการหนุนให้มีโชคลาภ เงินทอง และความมั่นคง ใครที่อยากให้ชีวิตมีแต่เรื่องดี ๆ ทำอะไรก็ได้รับการสนับสนุน ควรหามาปลูกไว้ โดยเฉพาะทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน ตามความเชื่อโบราณจะช่วยให้เจ้าของบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง
ต้นขนุนเป็นไม้ผลขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาดี ใบเขียวตลอดปี แถมยังให้ผลผลิตที่กินได้ ออกลูกเป็นพวงใหญ่และมีกลิ่นหอม รสชาติหวานอร่อย การดูแลก็ไม่ยุ่งยาก แค่รดน้ำให้ชุ่ม ดินร่วนซุย และหมั่นตัดแต่งกิ่งบ้างก็พอ
ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงเรื่องความเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าถ้าปลูกสารภีไว้หน้าบ้าน จะช่วยให้คนในบ้านมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัย อายุยืนยาว ต้นสารภีเป็นไม้ยืนต้นที่ออกดอกสีขาวกลิ่นหอมจาง ๆ ทำให้บรรยากาศบ้านดูสดชื่นและสงบ ดอกสารภียังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงหัวใจและลดความเครียดตามตำรับยาไทยอีกด้วย
ดูแลง่าย ชอบแดดรำไรถึงแดดจัด รดน้ำปานกลาง ไม่ต้องกังวลเรื่องแมลงรบกวน แถมยังเป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพอากาศในไทยได้ดี ใครอยากให้บ้านร่มรื่นและมีพลังบวก ต้นสารภีคืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
มะขามเป็นต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกหน้าบ้านมาตั้งแต่โบราณ เพราะเชื่อว่าช่วยเสริมอำนาจบารมี ทำให้คนในบ้านเป็นที่น่าเคารพยำเกรง ใครที่ทำงานด้านการบริหาร ผู้นำ หรืออาชีพที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ปลูกต้นมะขามไว้จะช่วยเสริมให้ดวงชะตาดียิ่งขึ้น
ต้นมะขามเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ มีใบเป็นพุ่มแน่น ให้ร่มเงาได้ดี และยังให้ฝักมะขามที่กินได้อีกด้วย การดูแลไม่ซับซ้อน แค่รดน้ำให้พอดีและปลูกในดินที่มีการระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง ใครที่อยากให้บ้านดูขลังและมีพลัง ต้นมะขามเป็นอีกหนึ่งต้
นไม้มงคลที่ควรมีติดบ้าน
อย่าลืม เช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse ที่เป็นตัวช่วยที่คุ้มค่า เพราะให้ความคุ้มครองรอบด้าน ตั้งแต่ ไฟฟ้าลัดวงจร ไปจนถึงภัยจากธรรมชาติ ทำให้บ้านปลอดภัยและลดความเสี่ยงทางการเงิน บ้านที่ดีควรมีทั้ง โชคลาภและความมั่นคง เพื่อให้เจ้าของบ้านอุ่นใจในทุกสถานการณ์
ตามหลักฮวงจุ้ย ทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้ เหมาะสำหรับต้นไม้ที่ช่วยเสริมโชคลาภ ส่วนต้นที่ให้ร่มเงา เช่น มะขามหรือขนุน ควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ไม่จำเป็น ต้นไม้มงคลส่วนใหญ่ เช่น ต้นไผ่กวนอิม ต้นวาสนา หรือเงินไหลมา เป็นไม้ที่ดูแลง่าย แค่ให้แสงแดดและน้ำเพียงพอก็เจริญเติบโตดี
มีหลายต้นที่เหมาะกับการปลูกในกระถาง เช่น ต้นโป๊ยเซียน กวนอิมทอง หรือโกศล ช่วยเสริมโชคได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ
ตามความเชื่อ ต้นไม้มงคลช่วยดูดซับพลังงานลบ และเสริมพลังบวก เช่น ต้นแก้วช่วยเสริมโชคลาภ ต้นโกศลช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี
บางต้นช่วยเพิ่มความปลอดภัย เช่น ต้นขนุนช่วยบังสายตาผู้บุกรุก ต้นมะขามเสริมความน่าเกรงขาม แต่ ควรมีประกันบ้าน ควบคู่ไปด้วยเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้หรือโจรกรรม
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ