ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวกรุงเก่า ห้ามพลาด! เพราะอยุธยาไม่ได้มีดีแค่โบราณสถานเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ 10 วัดในอยุธยานี้ นอกจากจะสวยงามตระการตาแล้ว ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ บางแห่งมีเจดีย์เก่าแก่ บางที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่ามาขอพรแล้วสมหวัง และเมื่อพูดถึงการเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปไหว้พระหรือเที่ยวก็ตาม อย่าลืมว่าการมี ประกันรถชั้น 2+ ติดรถไว้ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้เหมือนกัน โดยเฉพาะ insurverse ที่ให้คุณปรับแผนประกันได้ตามใจ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินจำเป็น แถมซื้อออนไลน์ได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องผ่านตัวแทนอีกด้วย
วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดที่ไม่ว่าใครมาอยุธยาต้องแวะ! จุดเด่นของที่นี่คือเจดีย์องค์ใหญ่โตที่สูงสง่า โดดเด่นจนมองเห็นได้แต่ไกล เชื่อกันว่าเจดีย์นี้ถูกปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากการมีชัยชนะเหนือกองทัพพม่า นอกจากนี้ภายในเจดีย์ยังมีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ เพิ่มความขลังเข้าไปอีกหลายเท่า
ไม่ใช่แค่เจดีย์ใหญ่เท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานพระนอนขนาดใหญ่ ให้ผู้คนได้มากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่มีผู้คนมากราบไหว้ขอพรเรื่องความกล้าหาญและชัยชนะกันเป็นประจำ
ที่ตั้ง: 40/3 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.00-17.00 น.
วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญในอยุธยาที่ต้องแวะไปเยือน วัดนี้ไม่เพียงแต่เก่าแก่ แต่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “หลวงพ่อโต” หรือ “เจ้าพ่อซำปอกง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลายที่ใหญ่ที่สุดในอยุธยา
ทุกปีในช่วงเดือนเมษายนจะมีงานสรงน้ำและห่มผ้าหลวงพ่อโตอย่างยิ่งใหญ่ โดยผ้าห่มเก่าจะถูกตัดแจกให้ผู้ศรัทธาเก็บไว้บูชา เชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาให้
ที่ตั้ง: หมู่ 2 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.00-17.00 น.
วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สิ่งที่น่าสนใจคือปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่สร้างในรูปแบบศิลปะขอม และพระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ที่ยังคงความสง่างาม
วัดนี้ยังรอดพ้นจากการทำลายล้างในช่วงเสียกรุงครั้งที่ 2 จึงทำให้โบราณสถานต่าง ๆ ยังคงสภาพสมบูรณ์ให้ชมได้จนถึงทุกวันนี้
ที่ตั้ง: หมู่ 8 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.00-17.00 น.
วัดไชยวัฒนาราม เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสวยงามและโดดเด่นมากที่สุดในอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททองเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระราชมารดา วัดนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ ของกษัตริย์ในยุคนั้น
จุดเด่นคือระเบียงคดที่ล้อมรอบพระปรางค์ประธาน มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยจำนวน 120 องค์ประดิษฐานเรียงราย แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงบางองค์ที่ยังคงมีพระเศียรอยู่ แต่ความสง่างามของที่นี่ก็ยังคงตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยวไม่เสื่อมคลาย
ที่ตั้ง: ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.00-16.30 น.
วัดพระศรีสรรเพชญ์คืออดีตวัดหลวงประจำพระราชวัง เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เปรียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในกรุงเทพฯ จุดเด่นคือเจดีย์ทรงลังกาจำนวน 3 องค์ที่เรียงตัวอย่างสง่างาม โดยเจดีย์เหล่านี้บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
การเดินชมรอบวัดจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของราชธานีเก่าในยุครุ่งเรืองอย่างแท้จริง
ที่ตั้ง: ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.30-16.30 น.
วัดมหาธาตุเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีพระบรมธาตุประดิษฐานอยู่ใจกลางพระนคร อีกทั้งยังเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีด้วย
จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ ที่มีรากไม้แผ่ล้อมเศียรพระพุทธรูปอย่างงดงาม เป็นหนึ่งในภาพที่คนชอบถ่ายรูปไม่ควรพลาด
ที่ตั้ง: เชิงสะพานป่าถ่าน ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรีเวลาเปิด-ปิด: 08.30-16.30 น.
วิหารพระมงคลบพิตรเป็นวิหารที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ซึ่งนับว่าเป็นพระพุทธรูปโลหะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แม้จะได้รับความเสียหายในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะอย่างงดงามจนถึงปัจจุบัน
ภายในวิหารยังคงความสงบและศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับการเข้าไปนั่งสมาธิและขอพรให้ชีวิตราบรื่น
ที่ตั้ง: ถนนนเรศวร ตำบลประตูชัยเวลาเปิด-ปิด: 08.30-16.30 น.
วัดราชบูรณะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยพระปรางค์วัดราชบูรณะที่ภายในบรรจุพระบรมธาตุและกรุสมบัติที่เคยถูกขุดค้นพบ
การเดินชมภายในวัดนี้จะได้สัมผัสกับความอลังการของศิลปะสมัยอยุธยาอย่างแท้จริง
ที่ตั้ง: ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรีเวลาเปิด-ปิด: 08.30-16.30 น.
วัดธรรมิกราชเป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่พระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยาเสด็จมาฟังธรรมกันเป็นประจำ ที่นี่มีเศียรพระธรรมิกราชซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย ปัจจุบันเศียรนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ทรงกลมที่มีปูนปั้นรูปสิงห์ล้อมรอบ เป็นอีกหนึ่งความสวยงามที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม
ที่ตั้ง: ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.00-17.00 น.
วัดกษัตราธิราชวรวิหารเป็นพระอารามหลวงเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวัดมีพระปรางค์เป็นประธาน และพระอุโบสถที่มีแท่นฐานผ้าทิพย์ปูนปั้นอย่างประณีต ใบเสมาของพระอุโบสถก็มีการแกะสลักลวดลายที่ละเอียดอ่อน
การเดินชมวัดนี้จะทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุครุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา
ที่ตั้ง: 33/5 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด: 08.30-16.30 น.
การเที่ยวอยุธยาไม่ว่าจะสายบุญหรือสายประวัติศาสตร์ ก็มีอะไรให้ได้ซึมซับและเรียนรู้เพียบ 10 วัดในอยุธยาที่แนะนำไปนี้ นอกจากจะได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมและเรื่องราวในอดีตอีกด้วย และที่สำคัญ ก่อนเดินทางออกทริปไหว้พระหรือเที่ยวที่ไหนก็ตาม อย่าลืม เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ กับ insurverse เพราะแผนประกันที่คุณออกแบบได้เองจะช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย และสบายใจมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือการเคลมที่ยุ่งยากอีกต่อไป
วัดมหาธาตุและวัดไชยวัฒนารามเป็นสองวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของโบราณสถานและบรรยากาศแบบกรุงเก่า เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแนวประวัติศาสตร์หรือภาพถ่ายแนวศิลป์สุด ๆ
วัดพนัญเชิงวรวิหารเหมาะสำหรับการพาครอบครัวไปเที่ยว เพราะเป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่นและมีหลวงพ่อโตที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพ สามารถพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลิน
วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยตรง เพราะเจดีย์ใหญ่ของวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพระองค์ในการศึกยุทธหัตถีกับพม่า
ได้แน่นอน! มีบริการล่องเรือชมวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้การล่องเรือชมวัดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยม
วัดมหาธาตุเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะมีพระพุทธรูปเศียรติดอยู่ในรากไม้ ซึ่งเป็นจุด Unseen ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลย!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท
“เซ็นทรัลเวิลด์” (centralwOrld) ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางย่านราชประสงค์ คือแลนด์มาร์กสำคัญที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ และอีเวนต์ระดับประเทศไว้มากมาย ในแต่ละวันจึงมีผู้ขับขี่รถยนต์แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนขับรถไปเที่ยว ทานอาหาร หรือดูหนัง คำถามยอดฮิตที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนออกเดินทางคือ “ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์” คิดราคาเท่าไหร่ มีสิทธิ์จอดฟรีหรือไม่ และต้องรวมยอดใบเสร็จกี่บาทจึงจะสแตมป์บัตรได้ บทความนี้สรุปเกณฑ์ล่าสุดมาให้ครบถ้วน เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางราชประสงค์ กับพื้นที่จอดรถกว่า 7,000 คัน centralwOrld มีอาคารจอดรถขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 7,000 คัน โดยมีทางเข้า-ออกเชื่อมต่อทั้งจากถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพชรบุรี ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงโซนต่างๆ ของห้างได้อย่างรวดเร็ว สรุปอัตราค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ อัปเดตล่าสุด อัตราค่าบริการที่จอดรถของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีรายละเอียดดังนี้ สิทธิ์จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรกสำหรับทุกคน สำหรับลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ ทางศูนย์การค้ามอบสิทธิ์ “จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก” ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมียอดซื้อสินค้าหรือประทับตราใบเสร็จใดๆ อัตราค่าบริการรายชั่วโมงหลังจากหมดเวลาจอดฟรี หากจอดรถเกิน 2 ชั่วโมงแรกและไม่มีการประทับตราใบเสร็จ จะคิดค่าบริการดังนี้: เงื่อนไขการประทับตราใบเสร็จช้อปปิ้งและทานอาหาร เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการภายในศูนย์การค้า สามารถนำใบเสร็จไปประทับตราเพื่อขยายเวลาจอดฟรีได้: สิทธิ์จอดรถฟรีสำหรับลูกค้าโรงภาพยนตร์… Continue reading ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ สรุปอัตราค่าบริการ พร้อมเงื่อนไขจอดฟรี