โตเกียวเป็นเมืองที่มีทุกอย่างครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นแสงสีแห่งชินจูกุ วัฒนธรรมเก่าแก่ในอาซากุสะ หรือเทคโนโลยีสุดล้ำในโอไดบะ ทริปนี้จะพาไปสำรวจมุมต่าง ๆ ของเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและความตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยกินราเม็งเจ้าดัง เดินช้อปปิ้งในย่านแฟชั่น หรือแชะภาพกับวิวเมืองจากจุดชมวิวที่ดีที่สุด ทุกจุดหมายล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว และเพื่อให้ แพลนเที่ยวญี่ปุ่น นี้สนุกได้เต็มที่ ควรมีประกันเดินทางติดตัวไว้ insurverse พร้อมดูแลคุณทุกจังหวะของการเดินทาง ให้คุณเที่ยวได้แบบสบายใจไร้กังวล
มาถึงโตเกียวทั้งที ต้องหาที่พักให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะเน้นหรูหรา หรือแนวคอสต์เซฟก็จัดไป แต่ถ้าอยากได้ที่สะดวก เดินทางง่าย ชินจูกุคือที่สุด เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของรถไฟหลายสาย จะไปไหนก็สะดวก โรงแรมที่แนะนำ เช่น Hotel Gracery Shinjuku มีจุดเด่นคือห้องพักวิวเมืองและเจ้า “ก็อดซิลล่า” ที่โผล่หัวจากตึกแบบเท่ ๆ หรือถ้าชอบแบบมินิมอลอบอุ่นต้อง OMO5 Tokyo Otsuka by Hoshino Resorts ที่บรรยากาศดีเว่อร์ มีโซนชิล ๆ ให้ได้นั่งชิค ๆ ด้วย
ร้านนี้ไม่ต้องพูดเยอะ คิวแน่นทุกวัน แต่คุ้มค่าแน่นอน! จุดเด่นคือการกินราเม็งในบูธส่วนตัว พร้อมสั่งปรับระดับความเผ็ด ความเข้มของซุปได้แบบตามใจ อร่อยแบบจุก ๆ จนต้องสั่งเพิ่มเส้นกลางทาง เมนูแนะนำคือราเม็งทงคตสึซุปเข้มข้น ท็อปด้วยไข่ต้มยางมะตูม บอกเลยว่าฟิน
เดินย่อยกันหน่อย แนะนำให้ไปที่ Tokyo Metropolitan Government Building จุดชมวิวฟรีที่สูงถึง 202 เมตร! วิวคือเว่อร์วังสุด ๆ มองเห็นเมืองโตเกียวแบบพาโนราม่า ถ้าวันฟ้าเปิดดี ๆ อาจจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิไกล ๆ ด้วย
มาถึงโตเกียวแล้วไม่แวะ ห้าแยกชิบุยะ ถือว่าพลาด! ที่นี่เป็นแยกที่คนข้ามเยอะที่สุดในโลก เดินข้ามแล้วต้องถ่ายคลิปสโลว์โมชั่นเก็บไว้ให้ได้ แถมมีรูปปั้นหมาฮาจิโกะสุดน่ารักที่เป็นเหมือนไอคอนของที่นี่ ใครเป็นสายประวัติศาสตร์ต้องลองไปอ่านเรื่องราวความซื่อสัตย์ของเจ้าหมาตัวนี้ ดูแล้วซึ้งแน่นอน
ร้านนี้เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ สไตล์มินิมอล แต่กาแฟคือดีมาก คนรักกาแฟต้องมา! บาริสต้าของร้านคือมือโปรสุด ๆ มีเมล็ดกาแฟจากหลายที่ให้ลอง บรรยากาศอบอุ่นแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ มีโต๊ะเล็ก ๆ ให้ยืนจิบกาแฟหน้าร้าน ถ้าโชคดี อาจจะได้เจอเจ้าถิ่นมานั่งจิบกาแฟเม้าท์กันเพลิน ๆ ด้วย
ถ้าชอบอะไรที่อลังการแบบจัดเต็ม ต้องแวะ TeamLab Planets พิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบดิจิทัลสุดล้ำที่ให้คนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ มีห้องน้ำตก ห้องกระจกอินฟินิตี้ และโซนดอกไม้ลอยน้ำ สายถ่ายรูปบอกเลยว่าต้องชาร์จแบตมาให้เต็ม เพราะทุกมุมคือสวย
วัดเซ็นโซจิ หรือวัดอาซากุสะ เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ไฮไลต์อยู่ที่โคมแดงยักษ์หน้าประตูคามินาริมง และถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านของฝากและสตรีทฟู้ด ถ้ามาแล้วต้องลองโมจิย่างกับมันเผา อร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
เปลี่ยนบรรยากาศมาชิลกับเรือสำราญล่องแม่น้ำสุมิดะ ดูวิวตึกสูงกับสะพานสีสันสดใส ถ้ามาช่วงซากุระบานจะยิ่งโรแมนติกเป็นพิเศษ มีเรือหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่เรือธรรมดาไปจนถึงเรือสำราญหรูพร้อมอาหาร
ถึงแม้ตลาดปลาแบบดั้งเดิมจะย้ายไปที่โทโยสุแล้ว แต่โซนร้านอาหารของตลาดปลาสึกิจิยังคงมีชีวิตชีวาอยู่ สายซูชิต้องมาลอง Sushi Dai หรือ Daiwa Sushi ที่ซูชิคือสดระดับพรีเมียม ใครไม่กินซูชิก็มีของกินเล่นเพียบ เช่น ทามาโกะยากิ หอยเชลล์ย่างเนย และไคเซนด้งหน้าล้น
ย่านนี้คือที่รวมตัวของแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่น ถนนทาเคชิตะโดริเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแนวสตรีท คาเฟ่สุดคิวท์ และขนมหน้าตาน่ารัก ไฮไลต์ต้องลองเครปฮาราจูกุไส้แน่น หรือสายแฟชั่นต้องแวะร้าน WEGO กับ BAPE รับรองได้ของชิค ๆ ติดมือกลับบ้านแน่นอน
อยากซื้อของฝากต้องแวะ ดองกิโฮเต้ มีทุกอย่างตั้งแต่ขนม ของใช้ ไปจนถึงเครื่องสำอางญี่ปุ่น หรือถ้าอยากได้ของฝากแนวดีไซน์เก๋ ๆ ต้องไป LOFT มีพวกเครื่องเขียน ของแต่งบ้าน และของใช้แปลก ๆ ให้เลือกเพียบ
โอไดบะเป็นเกาะที่รวมความบันเทิง มีแลนด์มาร์กอย่างหุ่นกันดั้มตัวใหญ่ยักษ์ ที่ยืนเด่นเป็นสง่า แถมยังมี DiverCity Tokyo Plaza ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีทั้งร้านแบรนด์เนม ร้านอาหาร และโซนเกมคาเฟ่ให้เล่นเพียบ
ก่อนกลับไทยถ้ามีเวลาเหลือ แนะนำให้แวะสนามบินนาริตะ หรือฮาเนดะเช้า ๆ เพราะมีร้านค้าปลอดภาษีให้เดินช้อปแบบเพลิน ๆ ถือเป็นการปิดท้ายทริปญี่ปุ่นแบบสมบูรณ์
ทริปโตเกียวครั้งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลาย ตั้งแต่บรรยากาศยามค่ำคืนสุดคึกคักที่ชินจูกุไปจนถึงความเงียบสงบของวัดเซ็นโซจิ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกิน สายช้อป หรือสายธรรมชาติ ก็สามารถปรับ แพลนเที่ยวญี่ปุ่น ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้แบบจัดเต็ม สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมให้ดี ทั้ง แพลนเที่ยวญี่ปุ่น และความคุ้มครองที่อุ่นใจไปตลอดทริป เช็กเบี้ยประกันเดินทางกับ insurverse ได้ง่าย ๆ ราคาเริ่มต้นสบายกระเป๋า เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความสนุกไร้กังวล
โตเกียวมีเสน่ห์ในทุกฤดู แต่ช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) เพราะเป็นช่วงซากุระบาน และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ที่อากาศเย็นสบายและต้นไม้เปลี่ยนสีสวยงาม ส่วนฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ก็มีเทศกาลคริสต์มาสและไฟประดับทั่วเมือง
ถ้าเที่ยวเฉพาะในโตเกียว แนะนำให้ใช้บัตร Suica หรือ Pasmo เพราะสะดวก ใช้ได้กับรถไฟและรถบัสทุกสายในเมือง แต่ถ้าจะเดินทางข้ามเมืองไปยังโอซาก้า เกียวโต หรือฮอกไกโด JR Pass อาจคุ้มค่ามากกว่า ควรเช็ก แพลนเที่ยวญี่ปุ่น ก่อนตัดสินใจ
โตเกียวเป็นเมืองที่มีร้านมิชลินสตาร์เยอะที่สุดในโลก สายซูชิต้องลอง Sukiyabashi Jiro หรือ Sushi Saito ส่วนสายราเม็งห้ามพลาด Tsuta Ramen ที่ได้มิชลินหนึ่งดาว และถ้าชอบเนื้อวากิว ต้องไป Kobe Beef 511 หรือ Shima Steakhouse
โตเกียวเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวคนเดียว ระบบขนส่งมวลชนมีความเป็นระเบียบ ตำรวจก็พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา แม้เดินเที่ยวตอนกลางคืนก็ยังมีความปลอดภัยสูง แต่ก็ควรระวังของมีค่าในที่คนพลุกพล่าน เช่น ชิบุยะและชินจูกุ
แอปที่ควรมีติดเครื่อง ได้แก่ Google Maps (นำทางและหาตารางรถไฟ), Japan Travel by NAVITIME (ช่วยวางแผนเส้นทางเดินทาง), Google Translate (แปลภาษาญี่ปุ่น), Tabelog (รีวิวร้านอาหาร), และ Suica App (เติมเงินบัตร Suica ผ่านมือถือ)
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท