ถ้าอยากได้กลิ่นอายของวัฒนธรรมที่แตกต่าง ที่หาดูไม่ได้จากในประเทศไทย เราจำเป็นต้องออกเดินทางเพื่อเปิดการรับรู้ใหม่ๆ พาตัวเราเองออกไปท่องโลกกว้าง ไปเที่ยวต่างประเทศ 2023 ในโซนยุโรป ที่มีความท้าทายสุดมหัศจรรย์ในแบบที่เราคาดไม่ถึง แต่เดี๋ยวก่อน การที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศได้แบบไม่มีสะดุด เราจำเป็นต้องรู้จักว่าวีซ่าเชงเก็นคืออะไร มีดีแบบไหน แล้วทำไมเราต้องมี ซึ่งบอกเลยว่าวีซ่าเชงเก้นนั้นเป็นดั่งใบเบิกทางสำคัญ เหมือนเรามีผู้ช่วยนำทางเที่ยวในยุโรปได้อย่างมั่นใจ โดยที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องด่านตรวจคนเข้าเมืองอีกต่อไป
โดยปกติแล้วหากเราต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ จะต้องมีการยื่นขอวีซ่าทุกครั้งก่อนออกเดินทาง หากไม่ขออนุญาตเอาไว้ก่อน เราก็จะไม่สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ได้ นอกจากนี้หากเราขอวีซ่าประเทศใดประเทศหนึ่ง เราสามารถเที่ยวได้เพียงประเทศที่เราขออนุญาตเท่านั้น ไม่สามารถไปเที่ยวประเทศอื่นต่อได้เพราะยังไม่ได้รับการอนุญาตนั่นเอง การยื่นขออนุญาตวีซ่าเชงเก้นจึงเป็นวีซ่าที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยุโรปต้องการ เพียงยื่นขอใบอนุญาตเพียงประเทศเดียว ก็สามารถทำให้เราไปเที่ยวต่อได้อีกหลายประเทศที่เข้าร่วมกลุ่มเชงเก้นได้เลย
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องชื่อ เชงเก้น เกิดจากข้อตกลงสัญญาระหว่างประเทศ ในปี 2528 ร่วมกันทำภาคีข้อตกลงในเขตเชงเก้น ให้ยกเลิกการใช้หนังสือเดินทาง แล้วมีนโยบายให้ใช้วีซ่าร่วมกัน นั่นก็คือวีซ่าเชงเก้น ที่ทำให้สามารถเดินทางไปได้ทั่วเขตพื้นที่เชงเก้น แล้ววีซ่าเชงเก้น มีกี่ประเทศ ก็มีทั้งหมด 27 รัฐในทวีปยุโรปนั่นเอง
ประเภทของวีซ่าเชงเก้นที่เราสามารถยื่นเรื่องขอเข้าประเทศได้มีดังต่อไปนี้
การยื่นเรื่องขอวีซ่าเชงเก้น 2023 ให้เราจำกฎเหล็กสำคัญง่ายๆ ดังนี้
1. พาสปอร์ตตัวจริง พร้อมกับสำเนา 2 ชุด
เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ต้องเสียเวลากลับบ้านไปเตรียมเอกสารใหม่ ตรวจสอบพาสปอร์ตว่ามีอายุเหลือมากกว่า 3 เดือนและที่สำคัญภายในเล่มจะต้องมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 2 หน้าขึ้นไป
2. พาสปอร์ตเล่มเก่าและวีซ่าที่เคยได้รับ 1ชุด (ถ้ามี)
3. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อนามสกุล (ถ้ามี)
4. รูปถ่ายจำนวน 2 รูป
ถ้าไม่อยากตกม้าตายเพราะเรื่องรูปภาพวีซ่าเชงเก้น 2023 เราควรเตรียมรูปภาพดังนี้
5. หนังสือรับรองการทำงาน
5.1. กรณีพนักงานบริษัท
ให้เตรียมหนังสือรับรองการทำงานในเวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยมีอายุไม่เกิน 1 เดือน สิ่งสำคัญคือจะต้องมีข้อมูลตำแหน่งในบริษัทและข้อมูลระบุวันลาพักร้อนเพิ่มเติมด้วย
5.2. กรณีเจ้าของธุรกิจ
เตรียมใบทะเบียนพาณิชย์ของบริษัท ที่มีชื่อของเจ้าของธุรกิจตรงกันกับบัตรประจำตัวประชาชนด้วยหรือหากมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจก็ให้แนบไปด้วย
5.3. กรณีนักเรียนนักศึกษา
ให้ยื่นขอหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษามาประกอบเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม
6. หนังสือรับรองทางการเงิน
จำเป็นต้องใช้รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน ที่มีตราประทับของธนาคารในเอกสาร
7. แบบฟอร์มคำร้องวีซ่าเชงเก้น
กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้เรียบร้อย ครบถ้วนมากที่สุด สามารถขอได้จากเจ้าหน้าที่หรือดาวน์โหลดที่หน้าเว็บไซต์สถานทูตประเทศที่เราต้องการไปเดินทางไปได้เลย
8. เอกสารการจองที่พักและตั๋วโดยสาร
จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีชื่อของเราในใบจองตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน ยิ่งถ้าหากไปเที่ยวกันหลายคน ต้องมีชื่อทุกคนในเอกสารใบจองด้วย พร้อมกับมีวันที่เดินทางไปกลับอย่างชัดเจน
9. รายละเอียดแผนการเดินทาง
ถือว่าเป็นอีกจุดสำคัญที่ต้องเตรียม ให้เราส่งรายละเอียดแผนการเดินทางเที่ยวต่างประเทศ 2023 ที่เราต้องการเดินทางไปเที่ยวอย่างชัดเจน ตั้งแต่วันแรกไปจนถึงวันสุดท้าย ว่าเราจะเข้าพักที่ไหน ประเทศอะไรบ้าง ในวันใด ประกอบเอกสารอื่นๆ ด้วย
10. หนังสือเชิญ (หากมี)
ถ้าหากเรามีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ เราสามารถทำใบรับรองความสัมพันธ์ว่ามีครอบครัวอยู่ที่ประเทศนั้น โดยมีใจความว่าได้รับคำเชิญจากครอบครัวให้มาเที่ยวต่างประเทศหรือหากมีหนังสือจากหน่วยงานบริษัทใดๆ รับรองว่าเราจะเดินทางไปที่นั่น ก็จะทำให้เรามีโอกาสได้รับการอนุมัติง่ายยิ่งขึ้น
11. ฟอร์มข้อมูลต่างๆ ของแต่ละประเทศ (ถ้ามี)
12. หลักฐานการประกันเดินทางต่างประเทศ
เรื่องสำคัญที่สุดในการเดินทางไปต่างประเทศ ก็คือการซื้อประกันเดินทางต่างประเทศก่อนเดินทาง ถือได้ว่าเรามีหลักประกันชั้นดีว่าเราได้รับความคุ้มครองตลอดการเดินทาง ช่วยทำให้การยื่นขอวีซ่าเชงเก้นผ่านการพิจารณาได้ง่ายยิ่งขึ้น
13. ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่า
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท
เราจะพาไปรู้จักกับสถานที่รับคำร้องวีซ่าเชงเก้นในปี 2023 นี้ สะดวกที่ไหนสามารถยื่นเรื่องที่นั่นได้เลย
1. ศูนย์ VFS กรุงเทพ
อาคารเดอะเทรนดี้ เลขที่ 10/104-106 ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท
เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:30 น. โทรติดต่อ 02-460-7054
2. ศูนย์ VFS เชียงใหม่
อาคารศิริพานิช ชั้น 6B ถนนห้วยแก้ว
เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:30 น. โทรติดต่อ 02-460-7059
3. ศูนย์ VFS ภูเก็ต
อาคารซีซีเอ็ม คอมเพล็กซ์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9
เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:00 น. โทรติดต่อ 02-460-7059
4. ศูนย์ TLS Contact
สาทรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้นที่ 12 ถนนสาทรใต้
เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:00 น. โทร. 02-838-6699
5. ศูนย์ BLS International
อาคารอินเตอร์เชนจ์ชั้น B2 ห้อง A/1 ถนนสุขุมวิท
เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:00 น. โทร. 02-258-3524
เพียงแค่เรายื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้ด้วยตัวเอง เราก็ไม่จำเป็นต้องง้อกรุปทัวร์อีกต่อไป อยากไปเที่ยวในโซนยุโรปสถานที่ไหน ก็วางแผนการเดินทางได้ตามใจเลย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกประกันเดินทางต่างประเทศตามประเภทความคุ้มครองที่เราต้องการได้อีกด้วย เพื่อให้การเที่ยวต่างประเทศ 2566 นี้ปลอดภัยแบบอุ่นใจได้มากกว่าเดิม สำหรับเรื่องประกันเดินทางต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก หากยังไม่รู้ว่าซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ ที่ไหนดี 2566 สามารถคลิกซื้อประกันกับ insurverse ที่นี่ได้เลย มีแพ็คเกจให้เลือกตามใจ รับความคุ้มครองสูงสุด 3 ล้าน ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงหลักสิบเท่านั้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ