หากใครอยากลองไปท่องเที่ยวในโซนยุโรป แต่ยังไม่อยากไปไกลจากแถบเอเชียมากนัก ลองมองมาที่ดินแดนสองทวีปอย่าง “ตุรกี” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพื่อให้การไปเที่ยวตุรกีกับเพื่อนๆ สนุกแบบไร้ที่ติ ให้ทุกคนไปเปิดประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่อ้าปากค้างแต่ยังตาค้าง กับความงดงามของประเทศตรุกีด้วย โดยไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเดินทางไปยากไหม สามารถวางแผนไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองได้หรือไม่ บอกเลยว่าเราได้เตรียมที่เที่ยวตุรกีงบน้อยมาให้เรียบร้อยแล้ว คัดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ให้คุณได้ไปชื่นชมสถาปัตยกรรมที่งดงามจากยุคโรมันโบราณ ที่ดีต่อใจมากกว่านั้นก็คือค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไม่แพง แล้วยังเที่ยวง่ายสะดวกสบายที่สุด
ก่อนจะไปลุยเที่ยวตุรกีสไตล์คนเฟียสๆ เรามารู้จักกับประเทศนี้กันแบบคร่าวๆ ก่อนดีกว่า “ตุรกี” นั้นเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางฝั่งเอเชียตะวันตกติดกับยุโรป จึงได้ชื่อว่าเป็นดินแดนสองทวีป โดยในฝั่งทวีปเอเชียเรียกว่า “อนาโตเลีย” ส่วนในฝั่งทวีปยุโรป เรียกว่า “เทรซ” ทำให้ใครที่ได้ไปเที่ยวตรุกี จำเป็นต้องเลือกว่าจะไปในโซนเอเชียหรือโซนยุโรปดี
ส่วนอีกเรื่องที่ต้องรู้ก็คือเรื่องช่วงเวลาและฤดูกาลของตุรกี เมื่อเราต้องวางแผนเที่ยวตุรกี ให้เรารู้เอาไว้ว่าหากเป็นเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม จะเป็นฤดูหนาว (เวลาที่ตรุกีจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม.) ส่วนช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะเป็นฤดูร้อน/ฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง (เวลาที่ตรุกีจะช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม.)
เมื่อเรารู้แล้วก็จะช่วยทำให้เราวางแผนได้ดีขึ้นว่าจะเที่ยวตุรกีเดือนไหนดีและช่วยในเรื่องของการปรับเวลาก่อนเดินทางได้ดีขึ้น แล้วถ้าเราไปเที่ยวตุรกี แต่งตัวอย่างไรดี เราก็สามารถกำหนดชุดให้เข้ากับฤดูกาลในช่วงที่เราจะไปเที่ยวได้เลย ที่เหลือเราก็เลือกสถานที่ว่าอยากจะไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองที่ไหนกันบ้าง
เมืองคัปปาโดเกีย ถือว่าเป็นเมืองไฮไลต์ของตุรกีเลย เพราะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ฮอตฮิตตลอดกาลของตุรกี ที่ไม่ว่าใครไปเที่ยวตุรกีก็ต้องไปเก็บภาพบอลลูนหลากสีสันที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างสวยงาม ใครได้ไปเที่ยวจะรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว นอกจากนี้คัปปาโดเชียยังเป็นเมืองมรดกโลกที่อยู่ห่างจากอิสตันบูลประมาณ 800 กม. มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เที่ยวมากมายอย่างเช่นปล่องนางฟ้าและพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม เป็นที่เที่ยวตุรกี รีวิวเยอะมาก แต่ละสถานที่นั้นสวยงามมากรอให้เราเข้าไปเยือนสักครั้ง รับรองเลยว่าใครได้ไปต้องกดชัตเตอร์ถ่ายรูปรัวๆ จนเมมเต็มกันไปเลย
สุเหร่าสีน้ำเงิน ถือเป็นจุดเช็คอินขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวตุรกีไม่ควรพลาด ที่นี่โดดเด่นเพราะสถาปัตยกรรมที่มีความงามสง่า ภายในของหอมินาเร็ตได้ตกแต่งเอาไว้อย่างงดงาม ด้วยกระเบื้องโทนฟ้าสบายตาพร้อมลวดลายดอกไม้นานาพันธุ์ อีกทั้งประดับด้วยกระจกกว่า 280 บานรอบสุเหร่า ใครมาเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองได้เข้ามาชื่นชมที่นี่อาจจะต้องตาค้างและอ้าปากค้าง เพราะอึ้งในความสามารถของผู้สร้าง แม้แต่เดิมสุเหร่าแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ จนหลายๆ คนคิดว่านี่อาจจะเกิดจากพระเจ้าบันดาลใจให้สร้างหรือเปล่า แต่เปล่าเลยที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างจากฝีมือของมนุษย์ทั้งนั้นและยังติดท็อปเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก ปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้ผู้คนได้เข้าไปชมความงดงาม แถมยังเปิดให้เข้าชมฟรีอีกด้วย ใครอยากมาที่นี่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเที่ยวตุรกี แต่งตัวอย่างสุภาพให้มากที่สุดด้วย เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่นั่นเอง
ใครมาเห็นที่นี่แล้วจะต้องตาค้างเลยจริงๆ กับ ปามุคคาเล หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เป็นแอ่งน้ำหินปูนสีขาวด้านในมีน้ำสีฟ้าตัดกันดูงดงามมากและเป็นความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากธารน้ำในดินมีแร่ธาตุต่างๆ เอ่อล้นออกมาและจับตัวกันจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่เรียงลดหลั่นเป็นขั้นๆ อย่างกับใครไปจับวาง นั่นทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่เที่ยวตุรกีที่มีธรรมชาติงดงาม ใครอยากเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองห้ามพลาดที่จะมาเยือนตุรกีพิกัดนี้
ลองมาดูสถานที่ท่องที่เที่ยวตุรกียอดฮิตในเมืองอิสตัลบูลฝั่งยุโรปกันดูบ้าง ด้วยที่เที่ยวหอคอยแห่งประวัติศาสตร์อย่างหอคอยกาลาตา มีลักษณะเป็นหอคอยหินสไตล์โรมันทรงกระบอกส่วนบนคล้ายกับรูปกรวยหมวก เป็นหอคอยเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1891 ด้านในมีทั้งหมด 9 ชั้นด้วยกัน ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นหอสังเกตการณ์ แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดในฝั่งยุโรปของตุรกีเลยทีเดียว ใครอยากเที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง 2023 ให้ได้อารมณ์เที่ยวฝั่งยุโรป ก็มาเดินเล่นแบบสับๆ ที่นี่ได้เลย มีมุมให้ถ่ายรูปสวยชิลๆ ได้ทั้งวัน
หากใครอยากเห็นที่เที่ยวนอกเหนือไปจากสถานที่เที่ยวที่ให้ชื่นชมสถาปัตยกรรมและธรรมชาติของตุรกีแล้ว ขอแนะนำสถานที่เที่ยวที่มีแหล่งชอปปิง ให้การมาเที่ยวตุรกีรู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้นด้วยตลาดแกรนด์บาร์ซาร์ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งเมืองอิสตันบูล มีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้านรองรับสายชอปจากทั่วทุกสารทิศ ให้เข้ามาชอปปิงกันได้อย่างบ้าคลั่ง เพราะมีแต่ของสวยๆ ถูกใจกันแน่นอน ทั้งเครื่องประดับ, เซรามิก, เครื่องหนังและของฝากอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าใครมาเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองแล้วอยากได้ของฝากกลับบ้านไปเยอะๆ อย่าลืมจัดงบเที่ยวตุรกีงบสำหรับซื้อของแยกเอาไว้โดยเฉพาะ เพื่อที่จะได้ชอปปิงกันให้เพลิน ได้ของที่ถูกใจอย่างที่ต้องการ
สิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวลใจก่อนไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองก็คือ ต้องทำวีซ่าไหม จะไปเที่ยวตุรกีต้องทำวีซ่าหรือไม่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิต ที่คนไทยอยากรู้กันมากที่สุด ขอบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวตุรกีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถท่องเที่ยวได้ถึง 30 วัน ใครที่กำลังเล็งอยากจัดทริปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง 2566 อย่ารอช้า รีบเตรียมตัวแพ็คกระเป๋าจองตั๋วตุรกีเที่ยวเองได้เลย
เมื่อวางแผนเที่ยวตุรกีแบบใหม่กันแล้ว ไม่ว่ากำลังคิดจะไปเที่ยวตุรกี 5 วันหรือใครอยากจะเที่ยวนานกว่านั้นก็เลิศเลย เพราะงบประมาณค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวตุรกีงบไม่ต้องมากมายก็เที่ยวได้แล้ว จะไปเที่ยวตุรกีด้วยตัวเองคนเดียวหรือรวมกลุ่มแก๊งไปตะลุยตุรกีกันก็วางแผนเรื่องความปลอดภัยกันให้ดี เพราะชีวิตมักไม่แน่นอน อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ฉะนั้นเพื่อให้การท่องเที่ยวสนุกแบบปลอดภัยเราคอยป้องกันเอาไว้ดีกว่าเจอปัญหาแล้วมาตามแก้ทีหลัง การซื้อประกันเดินทางต่างประเทศก่อนเดินทางจึงเป็นเรื่องของความจำเป็น เพื่อให้ทุกคนที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันอุ่นใจกับทริปตุรกี ลองดูแพ็กเกจประกันเดินทางต่างประเทศจาก Insurverse ที่เป็นประกันภัยที่ไม่แพงจ่ายเริ่มต้นเบาๆ หลักร้อย ก็ได้รับความคุ้มครองอย่างคาดไม่ถึง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ