หากใครกำลังมีแผนอยากไปเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องภาษาเวียดนามกันอยู่เพราะเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคยและไม่ค่อยมีการเรียนการสอนในไทยอย่างแพร่หลาย หากเมื่อไหร่ที่คิดจะไปเที่ยวเวียดนามก็อาจจะทำให้สนุกไม่สุดอันเนื่องมาจากติดปัญหาเรื่องการสื่อสารก็ได้ ดังนั้นก่อนที่จะไปเที่ยวเวียดนามเมืองแห่งภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งทะเล, ภูเขาและเมืองเก่า ให้มีแต่เรื่องราวน่าตื่นเต้นและได้มีเพื่อนใหม่จากเวียดนามด้วย เราต้องมาฝึกเรียนภาษาเวียดนามเบื้องต้นแบบง่ายๆ สำหรับเอาไว้ใช้พูดกับผู้คนในตอนที่เราจะไปเที่ยวเวียดนามกันดีกว่า
ภาษาเวียดนามเบื้องต้นที่ควรฝึกไว้ เป็นภาษาเวียดนามน่ารักใช้ทักทายกันง่ายๆ อย่างเป็นมิตร ท่องเอาไว้ ได้มิตรภาพดีแน่นอน
1. สวัสดี Xin chào (ซิน-จ่าว )
2. ขอบคุณ Cảm ơn (ก๊าม-เอิน)
3. ฉันชื่อ… tên tôi là… (เตน-โตย -หล่า…)
4. สบายดีไหม Bạn khỏe chứ (บัด-แขว่-จือ)
5. ฉันสบายดี Tôi ổn (โตย-โอน)
สำหรับเรื่องช้อปปิ้งนี่เรื่องใหญ่เลย ต้องฝึกภาษาเวียดนามในเรื่องเหล่านี้เอาไว้เวลาไปเที่ยวที่นั่น จะได้สื่อสารกับแม่ค้าพ่อค้าเวลาซื้อของได้ง่ายขึ้น
1. ราคาเท่าไหร่ Bao nhiêu (บาว-เญียว)
2. ลดราคาหน่อย giảm giá (ส่าม-สา)
3. ฉันต้องการซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต Tôi muốn mua một gói internet (โตย-เกิ่น-มัว-ก๋อย-ก่าย-ดัด-อินเทอร์เน็ต )
4. ชอบ thích (ทิ้ก)
5. ไม่ชอบ không thích (คง-ทิ้ก)
สุดท้ายภาษาเวียดนามที่ควรฝึกไว้คือ ประโยคเกี่ยวกับการสอบถามเส้นทางต่างๆ จะทำให้คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากชาวเวียดนามได้ เพียงแค่จำประโยคภาษาเวียดนามนี้เอาไว้ ได้ใช้แน่นอน
1. ฉันต้องการเช่ามอเตอร์ไซต์ Tôi muốn thuê một chiếc xe máy. (โตย-หมวน-เทิ่น-โมด-ชิก-แซ-ไหม)
2. ฉันต้องการจองตั๋วเครื่องบิน Tôi muốn đặt vé máy bay. (โตย-หมวน-ดัด-แว้-ไหม-ไบ)
3. มีใครพอจะช่วยฉันได้บ้างไหม Có ai có thể giúp tôi không?(ก๋อ-อาย-ก๋อ-เถ่-ยุ้บ-โตย-คง)
4. คุณไปส่งฉันได้ไหม Bạn có thể thả tôi xuống được không? (บ่าน-โค-เถ่-ท่า-โตย-สง-เดอก-คง)
5. ฉันต้องการเดินทางไปโฮจีมิน Tôi muốn đi du lịch đến Hồ Chí Minh. (โตย-หมวน-ดี-ซู-ลิก-เดน-โฮจีมิน)
หลังจากฝึกภาษาเวียดนามกันจนคล่องแล้ว ก็เตรียมตัวเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองกันได้เลย รับรองสนุกกว่าเดิมแน่ ใช้เวลาบินตรง 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ไปถึงเวียดนามได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่าอีกด้วย ขอมีเพียงพาสปอร์ตก็เข้าไปเที่ยวได้เลย แต่อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางไปเวียดนาม ก็คือประกันเดินทางต่างประเทศที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัยตลอดทริป สนใจเลือกซื้อประกันออนไลน์ insurverse คลิกที่นี่ได้เลย คุณจะได้รับความคุ้มครองอย่างคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นเพียงหลักสิบเท่านั้น แต่รับความคุ้มครองสูงสุดถึงหลักล้านเลยทีเดียว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ