สายกินต้องรีบตามมาตะลุยร้านอาหารจีนกันบ้าง เพราะอาหารจีนขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยมาก แถมยังดีต่อสุขภาพ ใครที่อยากลิ้มลองอาหารจีนแบบจริงจัง จำเป็นต้องจัดทริปออกเดินทางไปเยือนประเทศจีนสักครั้งให้ได้ เพื่อลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆ เพื่อให้ทริปการเดินทางเที่ยวจีน 2566 มีไกด์ไลน์ในการไปตะลุยอาหารต้นตำรับในเซี่ยงไฮ้ได้อย่างง่ายดายขึ้น เราจึงได้คัดร้านยอดนิยม 5 อันดับที่รับรองเลยว่าใครได้ไปก็ต้องชอบมาฝากกัน
ที่นี่เป็นร้านอาหารจีนร้านดังที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศจีน ต้องแวะมาร้าน Fu 1015 ด้วย เป็นร้านอาหารจีนอร่อยไม่แพงที่ผสมผสานระหว่างจีนและตะวันตกเข้ากันได้อย่างลงตัว เป็นเมนูฟิวชั่นที่ให้รสชาติดีเยี่ยมไม่เหมือนใคร
ลองเดินทางไปสัมผัสร้านอาหารจีน Dining Room สักครั้ง รับรองว่าจะทำให้คุณรู้สึกดี! รู้ซึ้งถึงรสชาติแบบต้นตำรับชาวจีนอย่างแท้จริง ด้วยสภาพแวดล้อมของร้านค่อนข้างเงียบสงบ ตัดกับบรรยากาศอันสว่างไสวริมวิวแม่น้ำ ที่ทำให้สามารถนั่งรับประทานอาหารไปแล้วชมวิวแม่น้ำไป ได้ทั้งอิ่มท้อง ได้ทั้งอิ่มบรรยากาศไปในตัว
วางแผนตะลุยร้านอาหารจีน ต้องลองมาชิมเมนูเด็ดของร้าน MOOSE กันได้เลย แค่บรรยากาศร้านก็ว่าร้ายแล้ว มาเจอเมนูปลานึ่งไวน์แกะสลักดอกไม้ ที่ใครได้ชิมเข้าไปจะต้องรับรู้ได้ถึงรสชาติเนื้อปลาที่นุ่มเด้ง สดใหม่เคี้ยวง่าย ฉ่ำไปด้วยรสชาติหอมหวานของปลาและไวน์แบบฟูลบอดี้รับรองเข้ากั๊นเข้ากัน
เที่ยวจีนครั้งนี้ต้องไม่พลาดเวียนมาที่ร้าน Ren He Guan แค่ได้เดินเข้าไปในย่านนี้ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกของกลิ่นอายเซี่ยงไฮ้เก่า ประหนึ่งหลุดออกมาจากหนังเจ้าพ่อเรื่องไหนสักเรื่อง แต่กบรรยากาศในการรับประทานอาหารภายในร้านขอบอกเลยว่าบรรยากาศดีมากๆ เพียงแค่เสิร์ฟเมนูอาหารจีนอร่อย ร้อนๆ ออกมา พร้อมกับฟังเสียงดนตรีสดจากทางร้านเบาๆ คลอไปด้วย ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารให้ได้ฟีลมากๆ บอกได้คำเดียวต้องมาให้ได้
ถ้ามองหาร้านอาหารจีนฉบับชาวจีนแท้แน่นอน ต้องมองหาร้าน Fu 1039 ที่มีการตกแต่งร้านภายใต้ Concept อาคารสีขาวบริสุทธิ์ ผสมผสานกับบรรยากาศภายในร้านเข้ากับเมนูอาหารจีนอันจัดจ้าน จึงทำให้ทุกเมนูของเชฟชาวจีน ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ใครมาที่นี่ต้องลองสั่งเมนูปลาหมึกผัดขี้เมา ที่คัดสรรปลาหมึกสดใหม่มารังสรรค์เป็นเมนู คลุกเคล้าผัดจนเข้าเนื้อ จนกลายมาเป็นเมนูแนะนำสุดเด็ดของที่นี่ที่ต้องลอง
การเที่ยวต่างประเทศเพื่อตะลุยร้านอาหารจีนครั้งนี้ ก็อย่าลืมซื้อประกันเดินทางออนไลน์ติดตัวไว้ด้วยโดยเฉพาะผู้ที่เลือกเที่ยวจีนด้วยตัวเอง หากเจ็บป่วยขึ้นมาก็ยังมีแผนประกันการเดินทางต่างประเทศช่วยคุ้มครองและดูแลท่านได้ คลิกซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศได้ที่นี่ สามารถเลือกซื้อประกันการเดินทางเท่าจำนวนวันที่ต้องการเดินทางได้เลย รับความคุ้มครองแบบจัดเต็ม เดินทางไปชิมอาหารที่ไหนของเซี่ยงไฮ้ก็ไร้กังวล
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ