สายเที่ยวทั้งหลายต้องกรี๊ดลั่นเลยงานนี้ เพราะประเทศแคนนาดา เปิดเมืองต้อนรับให้คนไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้แบบชิลล์ๆ โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องขอวีซ่าแคนาดากันแล้ว ถือได้ว่าเป็นประเทศในฝันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามที่ผสมผสานกับความทันสมัยเข้ากันได้อย่างลงตัว
การไปท่องเที่ยวประเทศแคนนาดาเรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายคนและขณะนี้ความฝันของใครหลายคนก็จะกลายเป็นจริง เพราะทางฝั่งรัฐบาลประเทศแคนนาดาได้มีการเปิดไฟเขียว ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วีซ่าแคนาดา 2566 แต่เปลี่ยนรูปแบบในการเข้าเมืองด้วยการมายื่นขอ eTA หรือใบอนุญาตการเดินทางอิเล็กทรอนิกส์แทน ซึ่งประเทศที่สามารถใช้วิธีการเข้าเมืองในรูปแบบนี้ประกอบไปด้วยกันทั้งหมด 13 ประเทศ 1 ในนั้นก็คือประเทศไทย
อย่างไรก็ตามแล้วแม้ทางฝั่งประเทศแคนนาดาจะมีการเปิดไฟเขียวให้ประเทศไทย ให้สามารถเดินทางเข้าเมือง เพื่อเที่ยวแคนาดาได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วีซ่า แต่เงื่อนไขของการฟรีวีซ่าได้นั้น ก็จะต้องมีคุณสมบัติ 3 เงื่อนไขที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ ดังนี้
1. ผู้ที่เคยถือวีซ่าการท่องเที่ยวแคนาดาช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหรือได้มีการถือวีซ่าสหรัฐอเมริกาชั่วคราวที่ยังไม่หมดอายุในปัจจุบัน
2. ผู้ที่พักอาศัยในประเทศแคนนาดาระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนเพื่อการท่องเที่ยว, การเยี่ยมเยือนหรือเพื่อการทำธุรกิจ
3. ให้สิทธิ์เดินทางเข้าเมืองได้ จำกัดเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้าประเทศแคนนาดาด้วยเครื่องบินเท่านั้น
กรณีของนักเรียนนักศึกษาที่เดินทางเพื่อเข้ามาเรียนต่อที่ประเทศแคนนาดารวมไปถึงบุคคลที่ไม่ได้มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข 3 ข้อที่ทางฝั่งรัฐบาลกำหนดไว้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเหมือนเดิม
แม้ว่าการเดินทางไปเยือนแคนนาดาครั้งนี้ไม่ต้องยื่นขอวีซ่าก็จริง แต่เมื่อเราไปเยือนต่างประเทศจะพบกับสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคย อาจจะส่งผลให้ไม่สบายได้หรือยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดได้ ดังนั้นการทำประกันต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ ควรทำไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อออกเดินทางจะได้สบายใจ คลิกตรวจสอบรายละเอียดประกันต่างประเทศออนไลน์ของ insurverse ได้เลยที่นี่ รับรองว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความราบรื่น ไม่มีสะดุดแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ