เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักประเทศไต้หวัน จากชื่อเสียงที่เป็นต้นตำรับชาไข่มุกและเป็นศูนย์รวมอาหารเลิศรส แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว Taiwan เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวด้วย โดยที่เที่ยวไต้หวันแต่ละแห่งล้วนน่าไปและมีเสน่ห์แบบไม่เหมือนใคร ด้วยเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมประเพณีความเป็นอยู่ที่ดีของชาว Taiwan ทำให้ใครที่วางแผนเที่ยวต่างประเทศ ต้องห้ามพลาดกิจกรรมที่เที่ยวไต้หวัน 2023 เป็นอันขาด
มีหลายเหตุผลที่เราควรไปไต้หวัน เพื่อเที่ยวและเพื่อทำกิจกรรม โดยเราได้รวบรวมมานำเสนอให้ทุกคนได้รู้ ดังนี้
เมื่อใดก็ตามที่ไปไต้หวัน 2566 นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่เที่ยวแนวการทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มประสบการณ์ในการเที่ยวได้อย่างเต็มที่ให้กับทุกท่าน สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในประเทศ Taiwan มีดังนี้
Taipei 101 เป็นที่เที่ยวไต้หวัน pantip ที่ได้รับความนิยมสูง สามารถไปทำกิจกรรมชิลล์ๆ ด้วยการนั่งจิบกาแฟชมวิวจากบนตึกที่สูงที่สุด, ชมลูกตุ้มยักษ์เครื่องมือป้องกันแผ่นดินไหมและรับมือกับพายุที่ชั้น 88, ไปลองขึ้นลิฟต์ตั้งแต่ชั้น 5 ไปให้ถึงชั้น 89 เพื่อทดสอบความเร็วและไปชมวิวชั้น 91 เพื่อท้าทายความสูงกันได้เลย
การได้เดินเล่นในตลาดกลางคืนของไต้หวันร่วมกันกับคนในครอบครัว เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ เพราะตลาดกลางคืนใน Taiwan เต็มไปด้วยสีสัน, เครื่องดื่ม, ของที่ระลึกรวมไปถึงอาหารเลิศรสมากมาย นอกจากจะได้เที่ยวสนุกยังได้ของเต็มไม้เต็มมืออีกด้วย
ทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นหนึ่งในที่เที่ยวไต้หวันด้วยตัวเอง 2023 ที่น่าสนใจ เปิดให้นักท่องเที่ยวและคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีทั้งกิจกรรมนั่งเรือ, สำรวจวัดรวมไปถึงปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ
เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่าไปเที่ยวไต้หวันต้องขอวีซ่าไหม เรื่องนี้จำเป็นต้องขอ เพราะวีซ่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยในประเทศไต้หวันและยังมีผลต่อการเข้าพัก, รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย ส่วนเรื่องที่คนส่วนใหญ่สงสัยว่าไปเที่ยวไต้หวันงบเท่าไหร่ เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าเข้าทำกิจกรรมและงบประมาณของนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ประมาณ10,000-30,000 บาท
การเดินทางท่องเที่ยวและทำกิจกรรมในไต้หวัน จะทำให้เรารู้สึกเบิกบานใจ อีกทั้งยังทำให้เราได้ซึมซับกับวัฒนธรรมอันน่าหลงใหล อย่างไรก็ตามเพื่อให้การท่องเที่ยวและการทำกิจกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้น เราไม่ควรมองข้ามประกันอุบัติเหตุต่างประเทศ โดยสามารถ ซื้อประกันภัยได้ที่ insurverse คลิกที่นี่เพื่อดูแผนความคุ้มครองได้เลย เพื่อให้มีผู้ช่วยส่วนตัวคอยคุ้มครองความปลอดภัยและช่วยตัดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายอันเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ