ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าร้อยละ 90 ของคนที่ออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ มักเลือกเดินทางด้วยการขึ้นเครื่องบิน แต่ทำไมพกโลชั่นไปทีไร เจ้าหน้าที่กลับไม่ให้นำขึ้นเครื่อง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เราจำเป็นต้องศึกษาเรื่องการพกของเหลว ขึ้นเครื่อง กี่ ml. แล้วเกิน 100 มิลลิลิตรได้ไหม แล้วมีของเหลวอะไรบ้างที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ไปไขข้อสงสัยกันเลยดีกว่า
เป็นของเหลวที่สามารถพกขึ้นเครื่องได้ แม้ปริมาณเกิน 100 ml แต่เจ้าหน้าจะพิจารณาให้เป็นรายบุคคลไป เพื่อตรวจสอบปริมาณที่เหมาะสมในการใช้งานพอดีกับระยะการเดินทาง ไปดูกันว่าของเหลวที่ได้รับการยกเว้นมีอะไรบ้าง
คลายข้อสงสัยทำไมไม่สามารถที่จะนำของเหลวที่มีปริมาณเกินกว่า 100 ml ขึ้นเครื่องบินได้ นั่นเพราะของเหลวสามารถนำไปใช้เป็นสารประกอบในการทำระเบิดได้หรืออาจผสมสารบางอย่าง จึงทำให้ทางกรมการขนส่งทางอากาศในประเทศไทยจึงอนุญาตให้นำของเหลวขึ้นเครื่อง 100 ml ได้พอดีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในประเทศหรือระหว่างประเทศก็ตาม
หลายคนมีความสงสัย ทำไมของเหลวที่ซื้อจากร้านปลอดอากรที่สนามบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ล่ะ ก็เพราะว่าของเหลวทุกชิ้น มีการผ่านการตรวจสอบส่งตรงจากท่าอากาศยาน ดังนั้นทางสนามบินจึงมีการอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบินได้ แต่ก็มีข้อกำหนดที่จะต้องบรรจุไว้แบบปิดผนึก ไม่มีร่องรอยของการแกะ การฉีกขาดและต้องแสดงหลักฐานว่ามีการซื้อในวันที่เดินทางไว้ชัดเจน
วางแผนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ด้วยเครื่องบินต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการนำของเหลวขึ้นเครื่องไว้ด้วย เพราะแต่ละประเทศจะมีกฎที่มีความแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้แล้วการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากบ้านเรา ดังนั้นขอแนะนำให้ทำประกันการเดินทางต่างประเทศเอาไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตัวเราเอง คลิกเลือกซื้อแผนประกันเดินทางต่างประเทศจาก insurverse ได้ที่นี่ เริ่มต้นเพียงหลักสิบ แต่คุ้มครองสูงสุดถึงหลักล้าน รับรองได้รับความคุ้มครองแบบจัดเต็มอุ่นใจทุกการเดินทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท