ประเทศที่หลายคนต่างหลงรักและอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต คงหนีไม่พ้นไปจากประเทศญี่ปุ่น ที่ไปกี่ครั้งๆ ก็ยังอัดแน่นไปด้วย Landmark สุดโดดเด่นมากมาย มีให้เที่ยวเยอะจนเลือกไม่ถูก ด้วยบรรยากาศที่สมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม, วัฒนธรรมชาวญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์และสถาปัตยกรรมอันสวยงาม จึงกลายเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้เข้ามาเที่ยวกันแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า insurverse จึงขอนำเสนอ 5 แลนด์มาร์กใหม่ที่น่าไป ใครได้ไปเที่ยวจะต้องร้องว้าวแน่นอน แต่จะมีที่เที่ยวญี่ปุ่น 2023 ที่ไหนบ้างไปดูกันเลย
เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยไปเที่ยวอาจจะไม่เคยรู้ว่า ป่าไผ่กับญี่ปุ่นนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมานาน เป็นเหมือนการนำโชคให้กับผู้ที่เข้าไปพบเห็น ให้มีแต่ความสุขสมหวังในชีวิต เพียงแค่ได้ก้าวขาเข้าไปสัมผัสก็พบกับความร่มรื่น ร่มเย็นและความสบายตาเสมอ โดยเฉพาะที่เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต ที่กลายเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตในญี่ปุ่นที่เขียวชอุ่ม สบายตา สบายใจ พร้อมกับมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าที่เข้มขลังในเรื่องความรักอย่าง Nonomiya Jinja ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปขอพรอีกด้วย
มาเที่ยวญี่ปุ่นต้องห้ามพลาดแลนด์มาร์กสำคัญอย่างภูเขาไฟฟูจิ เพราะที่นี่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความเก่าแก่และมีระดับความสูงถึง 3,776 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลจนต้องอ้าปากค้าง เป็นสถานที่แม้เพียงได้ถ่ายรูปคู่ด้วยจากมุมไกลๆ ก็เหมือนได้ใบผ่านทางว่าได้มาเที่ยวญี่ปุ่นจริงๆ แล้วนะ
จัดทริปทัวร์ญี่ปุ่นทั้งทีต้องแวะมาปราสาทโอซาก้า แลนด์มาร์คญี่ปุ่นสุดเก่าแก่ เพื่อมาชื่นชมเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมจาก ค.ศ. 1583 ที่เป็นช่วงศึกสงครามแย่งดินแดนและอำนาจของผู้คนในสมัยนั้น แต่ปราสาทยังคงตระหง่านคงความงดงามและอบอวลไปด้วยเอกลักษณ์ฉบับญี่ปุ่นของแท้มาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างสง่างาม สามารถเดินทางมาชมวิวแสนสงบร่มรื่นได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะการเดินทางมาช่วงปลายกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม จะได้เห็นดอกบ๊วยบานที่ทั้งหอมทั้งสวยบริสุทธิ์ หากมาเที่ยวในช่วงเดือนเมษายนก็จะได้ชมความงดงามจากดอกซากุระบานแทน ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ต้องเตรียมกล้องและชุดให้พร้อม เพราะวิวที่นี่พร้อมให้ถ่ายหลากหลายมุมมากๆ
สวนฮิตาชิ Landmark ญี่ปุ่น ที่โดดเด่นไปด้วยสวนดอกไม้ที่มีวิวริมทะเลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะดอกกุหลาบเกือบ 4000 ต้น ไหนจะดอกทิวลิป, ดอกคอสมอสรวมถึงดอกทานตะวันที่มีให้ชื่นชมอย่างจัดเต็มเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนทุ่งดอกไม้แห่งญี่ปุ่นที่สวยที่สุด สามารถหมุนเวียนไปเที่ยวชมสีสันของดอกไม้ต่างๆ ได้ตลอดทั้งปีแบบไม่มีเบื่อ เพราะแต่ละฤดูจะมีการผลัดเปลี่ยนปลูกดอกไม้สลับกันไป ไปเยือนกี่ครั้งก็ร้องว้าว งดงามเกินคำบรรยาย ซึ่งต้องไปสัมผัสด้วยตาตนเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่าที่นี่งามแค่ไหน
ที่เที่ยวญี่ปุ่นอย่างเจดีย์แดงชูเรโต ถูกออกแบบมาให้สวยสง่างามแบบหลังคาเขียวตัดกับเจดีย์สีแดง ใครที่มาเที่ยวที่นี่จะได้รับชมทั้งเจดีย์และมองเห็นวิวภูเขาฟูจิคู่กันอย่างลงตัว เดือนที่แนะนำให้ไปมากที่สุดก็คือ ช่วงมีนาคม-เมษายน เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระกำลังอวดกลีบสวย บานโชว์สีสันให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น
Landmark ในญี่ปุ่นที่ได้คัดสรรมาให้ เต็มไปด้วยความสวยงามและประสบการณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ต้องวางแผนออกไปเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น เพื่อไปสัมผัสความสุขและเติมเต็มมุมมองใหม่ๆ ให้กับชีวิตด้วยตาตัวเอง แต่เมื่อไหร่ที่คิดจะออกเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม ต้องคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัยเป็นหลัก สิ่งที่ห้ามลืมเลยก็คือ การซื้อประกันการเดินต่างประเทศทางติดไว้ เพื่อทำให้ทุกการท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความราบรื่นสบายใจ คลิกเลือกแผนประกันเดินทางรายเที่ยวจาก insurverse ได้ที่นี่ คุ้มค่า คุ้มราคากับความคุ้มครองที่เลือกเองได้ ด้วยราคาเบาๆ เริ่มต้นแค่เพียงหลักสิบเท่านั้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท