เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ คนที่ขับรถเป็นส่วนใหญ่ก็อยากมีโมเมนต์ขับรถเที่ยวชิว ๆ กันบ้าง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ทำใบขับขี่สากลที่ไทยก็สามารถใช้ได้กับประเทศที่กำหนด ซึ่งการยื่นเรื่องขอทำใบขับขี่สากลนั้นก็ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยากอย่างที่คิด ทุกคนสามารถดำเนินการได้แค่มีใบขับขี่ภายในประเทศอยู่แล้ว วันนี้ insurverse จะพาทุกคนไปดูว่า มีขั้นตอนยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง และใช้ได้กี่ประเทศ ติดตามกันได้เลย
ใบขับขี่สากล หรือ ใบขับขี่ระหว่างประเทศ (International Driving Permit; IDP) คือ เอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อขับขี่รถยนต์ในประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประเทศบ้านเกิดตัวเอง มีอายุการใช้งาน 1-3 ปี โดยมีจุดประสงค์ในการใช้เพื่อท่องเที่ยว ไปเรียน หรือไปทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย ใช้แสดงคู่กับใบขับขี่ภายในประเทศเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ในขณะที่ใบขับขี่ทั่วไปจะสามารถใช้ได้แค่ภายในประเทศไทยเท่านั้นและมีอายุการใช้งาน 5 ปี
ใบขับขี่สากลสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด 185 ประเทศ แต่ก็จะมีการแบ่งประเทศตามข้อตกลงอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมแบบภาคีอนุสัญญา 2 ฉบับคือ อนุสัญญาเจนีวา 1949 และอนุสัญญาเวียนนา 1968 โดยทั้งคู่มีรายละเอียด ดังนี้
1. อนุสัญญาเจนีวา 1949 : (อนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ นครเจนีวา ค.ศ. 1949) อายุการใช้งาน 1 ปี ใช้งานได้ทั้งหมด 101 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สเปน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น
บราซิล, เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, แอฟริกากลาง, ญี่ปุ่น, อาร์เจนตินา, อินเดีย, ออสเตรีย, แอลจีเรีย, กัมพูชา, มาเลเซีย, แอลเบเนีย, บังกาลาเทศ, บาร์เบโดส, เบนิน, บอตสวานา, บรูไนดารุสซาลาม, บัลแกเรีย, บูร์กินาฟาโซ, ชิลี, คองโก, โกตดิวัวร์, โครเอเชีย, คิวบา, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เดนมาร์ก, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอกวาดอร์, อียิปต์, เอสโตเนีย, ฟิจิ, ฟินแลนด์, จอร์เจีย, กานา, กรีซ, กัวเตมาลา, เฮติ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, อิสราเอล, อิตาลี, จาเมกา, จอร์แดน, คีร์กีซสถาน, ลาว, เลบานอน, เลโซโท, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มาดากัสการ์, มาลาวี, มาลี, มอลตา, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, นามิเบีย, เนเธอร์แลนด์, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, นอร์เวย์, ปาปัวนิวกินี, ปารากวัย, เปรู, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, รัสเซีย, รวันดา, ซานมาริโน, เซเนกัล, เซอร์เบีย, เซียร์ราลีโอน, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, ศรีลังกา, สวีเดน, ซิเรีย, ไทย, โตโก, ตรินิแดด, โตเบโก, ตุนิเซีย, ตุรกี, ยูกันดา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, นครรัฐวาติกัน, เวเนซุเอลา, เวียดนาม, ซิมบับเว, ฮ่องกงและมาเก๊า
2. อนุสัญญาเวียนนา 1968 (อนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ กรุงเวียนนา ค.ศ. 1968) อายุการใช้งาน 3 ปี ใช้งานได้ทั้งหมด 84 ประเทศ เช่น เยอรมนี บราซิล บาห์เรน อิรัก อิหร่าน เมียนมา เป็นต้น
เยอรมนี, บราซิล, บาห์เรน, อิรัก, อิหร่าน, เมียนมา, แอลเบเนีย, อาร์เมเนีย, ออสเตรีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, เบลารุส, เบลเยียม, เบนิน, บอสเนีย, เฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, การ์บูเวร์ดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, โกตดิวัวร์, โครเอเชีย, คิวบา, สาธารณรัฐเช็ก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, เอธิโอเปีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, จอร์เจีย, กรีซ, กายอานา, ฮอนดูรัส, ฮังการี, อิสราเอล, อิตาลี, คาซัคสถาน, เคนยา, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลัตเวีย, ไลบีเรีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลโดวา, โมนาโก, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนเธอร์แลนด์, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, มาซิโดเนียเหนือ, นอร์เวย์, โอมาน, ปากีสถาน, เปรู, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โปรตุเกส, กาตาร์, โรมาเนีย, รัสเซีย, ซานมาริโน, ซาอุดีอาระเบีย, เซเนกัล, เซอร์เบีย, เซเชลส์, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, ปาเลสไตน์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ทาจิกิสถาน, ไทย, ตุนิเซีย, ตุรกี, เติร์กเมนิสถาน, ยูเครน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน, เวียดนามและซิมบับเว
3. ประเทศที่เข้าร่วมอนุสัญญาภาคีทั้ง 2 ฉบับ เช่น สหราชอาณาจักร รัสเซีย ตุรกี เวียดนาม รวมถึงไทย ให้ทำใบขับขี่สากลอนุสัญญาเวียนนา 1968 เพียงฉบับเดียวก็ใช้ได้
สหราชอาณาจักร, รัสเซีย, ตุรกี, เวียดนาม, ไทย, แอลเบเนีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, เบนิน, บัลแกเรีย, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, โกตดิวัวร์, โครเอเชีย, คิวบา, สาธารณรัฐเช็ก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, จอร์เจีย, กรีซ, ฮังการี, อิสราเอล, อิตาลี, คีร์กีซสถาน, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนเธอร์แลนด์, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, นอร์เวย์, เปรู, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, ซานมาริโน, เซเนกัล, เซอร์เบีย, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สวีเดน, ตุนิเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซิมบับเว
คุณสมบัติสำคัญของผู้ทำใบขับขี่สากล คือ ต้องมีใบขับขี่ส่วนบุคคลในประเทศอยู่แล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบขับขี่ชนิดชั่วคราว สามารถขอดำเนินการได้ทั้งหมด
หากต้องการทําใบขับขี่ระหว่างประเทศเอกสารที่ต้องเตรียม แบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้
กรณีไม่สามารถมาเองได้ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารดังนี้
ใบขับขี่สากล ทําที่ไหน? ปัจจุบันสามารถทำใบขับขี่สากลได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
สามารถทำใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ Walk-in เข้าไปได้เลยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30-15.30 น.
กรณีไม่อยากมาเข้าแถวรอก็สามารถทําใบขับขี่สากลออนไลน์ ด้วยการจองคิวทําใบขับขี่สากลล่วงหน้าได้ค่ะ เพียงทำผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue พร้อมกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว เลือกประเภทใบขับขี่ และกำหนดวันเข้ารับบริการได้เลยค่ะ
ใครมีแพลนกำลังจะไปต่างประเทศและสนใจทำใบขับขี่สากล สามารถ walk in ไปเข้ารับการบริการได้ที่ กรมขนส่งทางบกทุกแห่งในประเทศไทย โดยมีวิธีทําใบขับขี่สากล ดังต่อไปนี้
หากมีความประสงค์จองคิวทําใบขับขี่สากลล่วงหน้า ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ต่างจากการลอยกระทงออนไลน์ของคนเจน z จองผ่านแอปฯ ได้เลยค่ะ ไม่กี่นาทีก็ดำเนินการเรื่องใบขับขี่เสร็จ ไม่เสียเวลาเดินทางไปที่ไหน อยู่ที่บ้านก็ดำเนินการได้ โดยมีวิธีทําใบขับขี่สากล 2566 ตามขั้นตอนนี้ค่ะ
หลายคนอาจสงสัยว่าการทำใบขับขี่สากลกี่วันได้? ในปัจจุบันใช้เวลาทำไม่นานเลย แค่ 1 วัน ก็ได้ใบขับขี่สากลมาครอบครองแล้วค่ะ บอกเลยว่ารวดเร็วพอ ๆ กับการลอยกระทงออนไลน์เลยทีเดียว เพียงดำเนินการจองคิวผ่านเว็บไซต์แล้วไปรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งฯ เสร็จ ก็พร้อมออกไปเที่ยวต่างประเทศอย่างสบายใจ ยิ่งทำประกันเดินทางออนไลน์ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศยิ่งอุ่นใจมากกว่า จะได้เดินทางอย่างปลอดภัย เกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา ก็มีผู้ช่วยคอยดูแลคุณตลอดทริปค่ะ
สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ ควรทำใบขับขี่สากลติดตัวเอาไว้เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และมั่นใจว่าไปแล้วได้เช่ารถขับแน่ ๆ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบขับขี่สากลกับกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง สุดท้าย insurverse ขอแนะนำประกันการเดินทางและประกันรถยนต์ เป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณเที่ยวอย่างสบายใจ หมดห่วงทั้งค่ารักษาพยาบาล โจรกรรม เที่ยวบินถูกยกเลิก เคลมได้ชัวร์ ๆ สนใจสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดบนเว็บไซต์ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน