ในยุคที่โลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน การทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว รวมถึงการต่อพ.ร.บ.ออนไลน์ที่ง่ายมากๆ ยิ่งกว่าการเลือกหนังดูใน Netflix! ทำรายการไม่กี่นาที จิ้มๆ ไม่กี่เมนู! ก็ได้รับความคุ้มครองมาแล้ว! แค่นี้ขับรถไปไหนก็สบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำรวจเรียกปรับหรือรับแจ็คพ็อตจ่ายค่าเสียหายจากอุบัติเหตุเอง! แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่สงสัยว่า พ.ร.บ.ใช้ได้กี่ครั้งต่อปี? ก็ต่อเป็นรายปีไม่ใช่เหรอ? ก็ต้องใช้ได้ปีละครั้งหรือเปล่า? ใครที่กำลังสงสัยในเรื่องนี้ insurverse จะพาไปดูคำตอบกัน เกี่ยวกับความคุ้มครองของพ.ร.บ.รถยนต์รวมไปถึงเรื่องการเคลมในหนึ่งปี เบิกได้กี่ครั้ง? รวมไปถึงการเบิกเรียกค่าสินไหมจากพ.ร.บ.กรณีเสียชีวิตยังไง? จะได้มาทำความเข้าใจไปด้วยกัน!
มาเช็คกันว่าต่อพ.ร.บ.ออนไลน์รายปี คุ้มครองอะไรบ้าง? แล้วพ.ร.บ.เบิกได้กี่ครั้งต่อปี? ภายในปีเดียวกันเคลมพ.ร.บ.รถได้ครั้งเดียวหรือเปล่า? มาดูคำตอบกัน!
พ.ร.บ.ใช้ได้กี่ครั้งต่อปี? เคลมแล้วเคลมอีกในปีเดียวกันได้ไหม? หลายคนสับสนว่าการต่อพ.ร.บ.ออนไลน์คือ ทำแค่ปีละ 1 ครั้ง แล้วตอนจะเคลมประกันพ.ร.บ.เคลมได้แค่ครั้งเดียวต่อปีจริงๆ รึเปล่า? เผื่อเป็นคนที่เจ้ากรรมนายเวรตามติด ถึงคราวซวยเจออุบัติเหตุปีละหลายๆ รอบติด จะได้คลายความกังวลใจ!
จริงๆ แล้วจะเคลมกี่ครั้งก็ได้! หากเกิดเหตุเกี่ยวกับตัวบุคคลขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นตัวเราหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง! ถ้าบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขึ้นมาจำไว้เลย เคลมพ.ร.บ.กี่ครั้งก็ได้! คุ้มครองให้อย่างดีตลอดทั้งปีจะได้สบายใจ!
อธิบายง่ายๆ ก็คือ ต่อพ.ร.บ.รถหรือประกันภาคบังคับ ก็เหมือนกับการซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั่นแหละ ซื้อปีนึงก็ดูแลและให้ความคุ้มครองต่อปีและได้รับความคุ้มครองแบบบุฟเฟต์! ไปเลยทั้งปี เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ไม่สนหรอกว่าจะชนเบาๆ, ชนแรงหรือเกิดความเสียหายยังไง? ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็มาทำเรื่องเคลมกับบริษัทประกันพ.ร.บ.รถยนต์ที่ทำไว้ได้หมดเลย! โดยไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งต่อปีนะ! เคลียร์นะ?
มั่นใจ! ต่อพ.ร.บ.ออนไลน์หนึ่งครั้งต่อปี คุ้มครองทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นคนขับ, ผู้โดยสารหรือแม้แต่คนเดินถนนที่ได้รับบาดเจ็บ! ไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง ประกันพ.ร.บ.รถยนต์จะดูแลคุ้มครองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยให้ตามที่ได้ตกลงไว้กับเงื่อนไขของพ.ร.บ.รถยนต์
แล้วพ.ร.บ.รถยนต์กรณีเสียชีวิตมีคู่กรณีประกันเขาจะจ่ายให้ยังไง? หากเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคนเสียชีวิตแบบมีคู่กรณี พ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์จะเข้ามาคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล, ค่าเสียหายต่างๆ รวมไปถึงค่าปลงศพเบื้องต้นให้กับผู้เสียหายทันที โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวนความผิดของคู่กรณี
เรียกว่าพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ให้ความคุ้มครองตัวบุคคลในทุกๆ กรณี ไม่ว่าจะบาดเจ็บมาก, บาดเจ็บน้อยหรือหนักถึงขนาดที่ทุพพลภาพและเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้เสียชีวิต ดังนั้นสบายใจได้เลยว่าเคลมพ.ร.บ.รถยนต์กรณีเสียชีวิตมีคู่กรณีได้เงินชดเชยทันทีแน่นอน!
การต่อพ.ร.บ.ออนไลน์เวลาจะเคลมสักที ก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก! ทำรายการหลายขั้นตอน! แต่จริงๆ แล้วปรับ Mindset ใหม่ก่อน เพราะที่ insurverse ง่ายจริง! ขั้นตอนเฟรนลี่กับผู้ใช้มาก หากคุณต้องการเคลมพ.ร.บ. หลังเกิดอุบัติเหตุให้คุณเข้าไปในเว็บไซต์ของ insurverse แล้วแจ้งเคลมได้เลย ซึ่งในยุคนี้การแจ้งเคลมสามารถทำออนไลน์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาทีเท่านั้น!
จากนั้นก็ให้เตรียมเอกสารสำหรับยื่นเคลมพ.ร.บ.ให้พร้อม เมื่อส่งเอกสารและหลักฐานต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก็รอการตรวจสอบประเมินความเสียหาย แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการรับเงินชดเชยแล้ว เคลมพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์กับ insurverse ง่ายยิ่งกว่าต้มมาม่าไปอีก สะดวก! รวดเร็ว! เคลมง่าย! จ่ายจริงอย่างเร็วที่สุดก็ภายใน 1 วัน! แถมเช็กสถานะการเคลมได้แบบ Real Time เช็คได้ตลอด 24 ชั่วโมงไปเลยยยยยย!
ว่ากันถึงเรื่องการต่อพ.ร.บ.ออนไลน์ไอเทมสำคัญที่ควรมีติดตัวเอาไว้ขณะขับรถ มีเอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการต่อพ.ร.บ.? เอกสารที่จำเป็นในการต่อพ.ร.บ. ก็ประกอบไปด้วย สำเนาทะเบียนรถยนต์, สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขี่รวมไปถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินเช่น บัตรเครดิต, บัตรเดบิตหรือบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับระบบของ insurverse เตรียมไว้แค่ไม่กี่อย่างก่อนเริ่มต่อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ ก็ทำรายการได้ง่ายๆ ต่อเสร็จไวภายในไม่กี่นาที ได้รับความคุ้มครองแบบอย่างสบายใจ ปลอดภัยได้ทุกการขับขี่แล้ว!
ได้ยินแบบนี้แล้ว ใครที่กำลังจะต่อพ.ร.บ.ออนไลน์ก็มั่นใจได้เลยนะว่า ในหนึ่งปีจะเคลมกี่ครั้งก็ได้ เกิดเหตุไม่คาดฝันกับตัวคุณหรือคนรอบข้างเมื่อไหร่ก็แจ้งเคลมกับบริษัทประกันได้ทันทีและจะดีมากขึ้นไปอีกถ้าคุณต่อพ.ร.บ.ออนไลน์กับ insurverse เพราะนอกจากเบี้ยประกันต่อปีจะถูก ความคุ้มครองก็ยังเสิร์ฟให้คุณแบบจุกๆ แบบคุ้มไม่ไหว จะบาดเจ็บเล็กน้อย, รุนแรงหรือเสียชีวิตก็จะได้รับความคุ้มครองจากเงินชดเชยแน่นอน ที่สำคัญคือจะเคลมกี่ครั้งต่อปีก็ได้ ใครยังไม่ต่อพ.ร.บ.รถ รีบเปิดเว็บ insurverse แล้วมาสมัครเลย ของมันต้องมีนะทุกคน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt หรือแอปเรียกรถอื่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมยอดนิยมของคนไทยจำนวนมาก แต่ในอดีตการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างมักติดปัญหาเรื่องความผิดตามกฎหมายจราจร จนกระทั่งกรมการขนส่งทางบกได้ออกกฎกระทรวงรองรับประเภทรถใหม่ นั่นคือ รย.18 คือ อะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และทำไมคนขับแอปทุกคนจึงต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด รย.18 คืออะไร? ก้าวสำคัญของกฎหมายเรียกรถผ่านแอปในไทย รย.18 คือ “รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” (Ride-Hailing Vehicle) เป็นประเภทการจดทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เดิมจดทะเบียนเป็น รย.1) สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% คุณสมบัติของรถยนต์และผู้ขับขี่ที่จะจดทะเบียน รย.18 การจะเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.18 ได้นั้น ทั้งตัวรถและคนขับต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์: 1. ข้อกำหนดสำหรับตัวรถยนต์ 2. ข้อกำหนดสำหรับผู้ขับขี่ สรุปขั้นตอนการจดทะเบียน รย.18 กับกรมการขนส่งทางบก ข้อดีของการจดทะเบียน รย.18 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงื่อนไขสำคัญด้านประกันภัยสำหรับรถรับจ้าง รย.18 จุดที่ผู้ขับขี่รถรับจ้าง รย.18 ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือเรื่อง “ประกันภัย” เนื่องจากประกันรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะไม่ให้ความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุขณะนำรถไปใช้รับจ้างเชิงพาณิชย์… Continue reading รย.18 คืออะไร เจาะลึกกฎหมายรถรับจ้างผ่านแอป อัปเดต 2569
เวลาเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า เล่มทะเบียนรถ) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นรหัสย่อที่ระบุประเภทของรถ เช่น รย.1, รย.2, รย.3 และหนึ่งในรหัสที่สร้างความสงสัยและกลายเป็นกระแสค้นหาอย่างมากคือ รย.12 คือรถอะไร ทำไมบางคนไปตรวจสอบคุณสมบัติโครงการของภาครัฐแล้วมีชื่อครอบครองรถประเภทนี้ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมด รย.12 คือรถอะไร? เปิดความหมายตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้จำแนกประเภทรถเพื่อการจดทะเบียนและจัดเก็บภาษี โดยรหัส รย. 12 คือ “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ หรือกำลังไฟฟ้า (มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV) ที่ใช้สำหรับส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างสาธารณะ โดยจะมีลักษณะป้ายทะเบียนเป็นพื้นสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ ทำไมหลายคนถึงเข้าใจผิดว่า รย.12 คือ “รถยนต์”? สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสับสน มาจากคำนำหน้าว่า “รย.” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “พระราชบัญญัติรถยนต์” ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าคำว่า รย. จะต้องหมายถึง “รถยนต์ 4 ล้อ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522… Continue reading รย.12 คือรถอะไร ในเล่มทะเบียน เช็กความหมายให้หายสงสัย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง