คนมีรถต้องมีใบขับขี่และพ.ร.บ.รถยนต์ ถึงจะขับรถออกไปเฉิดฉายที่ไหนได้อย่างสบายใจ! หายห่วงถ้าขับไปไหนแล้วรถเริ่มติดเพราะเจอด่านฉ่ำ! ตำรวจก็ตำรวจเถอะ นาทีนี้ไม่มีกลัว! เพราะใบขับขี่ครบ! พ.ร.บ.ก็พร้อม! และแม้เหตุการณ์อันน่าหวาดเสียว, สะเทือนขวัญหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแบบไม่คาดฝันแล้วมีคนบาดเจ็บจริง! ก็มีแต่พ.ร.บ.นี่แหละที่พึ่งพาได้ ทำเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยได้จริง! ใครญาติน้อยหรือขอความช่วยเหลือจากใครไม่เคยได้ต้องรู้! จะปล่อยให้ตัวเองขับรถไปพร้อมกับความเสี่ยงทำไม? มารู้ให้ครบเรื่องรถ ตั้งแต่การทำใบขับขี่รถยนต์ไปจนถึงการรับความปลอดภัยให้กับตัวเองบนท้องถนนกับ insurverse กัน จะได้อุ่นใจและรับมือได้กับทุกเหตุการณ์
รถที่ใช้สอบใบขับขี่ไม่มีพ.ร.บ.หรือพ.ร.บ.รถยนต์ขาด จะเป็นอะไรไหม? สามารถนำไปสอบทำใบขับขี่รถยนต์ได้รึเปล่า? ที่สำคัญสอบอะไรยากไหม? ตอบเลยว่าจริงๆ แล้วการทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลไม่ได้ยากอะไรเลย ถ้ามีการเตรียมตัวดียังไงก็ผ่านฉลุย! สำหรับการทำใบขับขี่ครั้งแรก จะได้รับใบขับขี่แบบชั่วคราวมาใช้ มีอายุการใช้งาน 2 ปี หากหมดอายุแล้วมาต่อใหม่ตามเวลาถึงจะได้รับใบขับขี่แบบ 5 ปี สำหรับการทำครั้งแรกนั้นไม่สามารถข้ามขั้นไปสอบใบขับขี่ออนไลน์ได้ ต้องไปทำด้วยตัวเองที่กรมขนส่งทางบกเท่านั้น! โดยมีขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ 2567 ครั้งแรก ดังนี้
1. จองคิวอบรมใบขับขี่ มีให้เลือกจองทั้งหมด 3 ช่องทาง ได้แก่ Walk in เข้าไปจองคิวด้วยตนเอง, จองคิวผ่านโทรศัพท์หมายเลข 02-271-8888 ต่อ 4201-4 หรือโทร 1584 และจองผ่าน App DLT Smart Queue
2. เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ทดสอบการมองเห็นสี, ทดสอบสายตาทางลึก, ทดสอบสายตาทางกว้างและทดสอบปฏิกิริยาเท้า ขั้นตอนนี้สามารถผ่านได้ง่ายๆ แน่นอน
3. เข้ารับการอบรม จะใช้เวลาการอบรมอย่างน้อย 5 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า เวลา 09:30-12:00 น. และช่วงบ่าย เวลา 13:00-15:30 น. ขอให้ตั้งใจฟัง จะทำให้ได้รับข้อมูลครบสำหรับไปสอบข้อเขียนให้ผ่านง่าย!
4. สอบข้อเขียน วัดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการขับรถและกฎจราจร จะต้องทำข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ ค่อยๆ ทำและค่อยๆ ทวนซ้ำ! เพื่อให้ตอบถูกอย่างน้อย 45 ข้อหรือ 90% ขึ้นไป จะได้สอบครั้งเดียวผ่าน! ไม่ต้องมารอสอบใหม่วันอื่น ให้เสียเวลา!
5. ทดสอบการขับรถ ผ่านหรือไม่ผ่านวัดจาก 3 ท่าบังคับ ได้แก่ จอดรถเทียบทางเท้าไม่เกินป้ายหยุด ดูเหมือนง่าย หากใครเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถแล้วมาลองสอบจริงอาจจะพบว่าไม่เหมือนกับที่เรียน เทคนิคลับควรหมุนพวงมาลัยเล็กน้อย เพื่อจอดเทียบทางเท้าให้ชิดพอประมาณ ไม่เกิน 25 cm. จากขอบฟุตบาทแล้วจะผ่านได้ง่าย, เดินหน้า/ถอยหลังและการถอยรถเข้าซองที่ใครหลายๆ คนกลัว หากซ้อมมาดี ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล บางคนก็สามารถสอบภาคปฏิบัติผ่านได้ในครั้งเดียว
6. รอรับใบขับขี่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ จะอยู่ที่ 505 บาท (500 บาท เป็นค่าใบขับขี่และอีก 5 บาท เป็นค่าคำขอ) จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีเก็บเงินเพิ่ม เหมือนกับการต่อพ.ร.บ.ออนไลน์กับ insurverse จ่ายเริ่มต้นต่อปีเพียง 499 คือจบ รับความคุ้มครองสูงสุดไปเต็มๆ หลักแสน!
หากต้องการนำรถยนต์ที่ไม่มีพ.ร.บ.หรือพ.ร.บหมดอายุไปใช้สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติทำได้ไหมนะ? ต้องบอกว่าสามารถทำได้ แต่ไม่มีใครนิยมทำกัน เพราะ
หากมือใหม่กลัวทำใบขับขี่ไม่ผ่าน! ไม่ต้องกลัวไป insurverse มี How to ที่ทำตามได้ง๊ายง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้า ไม่ว่าจะใบขับขี่หมดอายุ 1 เดือนหรือปล่อยไว้นานเกินจนต้องมาทำเรื่องขอใบขับขี่ใหม่ ก็ลองทำตามนี้ดู
ถ้าต้องเดินทางด้วยรถส่วนบุคคล อย่าปล่อยให้ใบขับขี่หมดและพ.ร.บ.รถยนต์ขาด! ปัญหาจะตามมาเพียบ!
เห็นหรือไม่ว่าการทำใบขับขี่รถยนต์นั้นไม่ยากเลย สามารถต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าเอาไว้ได้เลย 3 เดือน เหมือนกับการต่อพ.ร.บ.รถยนต์ล่วงหน้า 3 เดือนเช่นกัน หากใกล้หมดอายุแล้วไม่รู้จะต่อพ.ร.บ.ที่ไหนดี? แนะนำ ต่อพ.ร.บ.ออนไลน์กับ insurverse ต่อง่ายเหมือนกับการทำใบขับขี่รถยนต์แบบออนไลน์ แค่ไม่กี่ Step ก็พร้อมรับความคุ้มครอง! จ่ายสบายกระเป๋า เกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาก็ไม่ Crazy เพราะ insurverse ช่วยรับจบทุกค่าใช้จ่ายแทนให้ แค่นี้ขับรถไปไหนก็อุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง! ชีวิตปลอดภัยไร้กังวล!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt หรือแอปเรียกรถอื่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมยอดนิยมของคนไทยจำนวนมาก แต่ในอดีตการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างมักติดปัญหาเรื่องความผิดตามกฎหมายจราจร จนกระทั่งกรมการขนส่งทางบกได้ออกกฎกระทรวงรองรับประเภทรถใหม่ นั่นคือ รย.18 คือ อะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และทำไมคนขับแอปทุกคนจึงต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด รย.18 คืออะไร? ก้าวสำคัญของกฎหมายเรียกรถผ่านแอปในไทย รย.18 คือ “รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” (Ride-Hailing Vehicle) เป็นประเภทการจดทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เดิมจดทะเบียนเป็น รย.1) สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% คุณสมบัติของรถยนต์และผู้ขับขี่ที่จะจดทะเบียน รย.18 การจะเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.18 ได้นั้น ทั้งตัวรถและคนขับต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์: 1. ข้อกำหนดสำหรับตัวรถยนต์ 2. ข้อกำหนดสำหรับผู้ขับขี่ สรุปขั้นตอนการจดทะเบียน รย.18 กับกรมการขนส่งทางบก ข้อดีของการจดทะเบียน รย.18 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงื่อนไขสำคัญด้านประกันภัยสำหรับรถรับจ้าง รย.18 จุดที่ผู้ขับขี่รถรับจ้าง รย.18 ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือเรื่อง “ประกันภัย” เนื่องจากประกันรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะไม่ให้ความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุขณะนำรถไปใช้รับจ้างเชิงพาณิชย์… Continue reading รย.18 คืออะไร เจาะลึกกฎหมายรถรับจ้างผ่านแอป อัปเดต 2569
เวลาเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า เล่มทะเบียนรถ) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นรหัสย่อที่ระบุประเภทของรถ เช่น รย.1, รย.2, รย.3 และหนึ่งในรหัสที่สร้างความสงสัยและกลายเป็นกระแสค้นหาอย่างมากคือ รย.12 คือรถอะไร ทำไมบางคนไปตรวจสอบคุณสมบัติโครงการของภาครัฐแล้วมีชื่อครอบครองรถประเภทนี้ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมด รย.12 คือรถอะไร? เปิดความหมายตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้จำแนกประเภทรถเพื่อการจดทะเบียนและจัดเก็บภาษี โดยรหัส รย. 12 คือ “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ หรือกำลังไฟฟ้า (มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV) ที่ใช้สำหรับส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างสาธารณะ โดยจะมีลักษณะป้ายทะเบียนเป็นพื้นสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ ทำไมหลายคนถึงเข้าใจผิดว่า รย.12 คือ “รถยนต์”? สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสับสน มาจากคำนำหน้าว่า “รย.” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “พระราชบัญญัติรถยนต์” ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าคำว่า รย. จะต้องหมายถึง “รถยนต์ 4 ล้อ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522… Continue reading รย.12 คือรถอะไร ในเล่มทะเบียน เช็กความหมายให้หายสงสัย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง