ขับรถครั้งแรกฝึกเองหรือฝึกขับที่โรงเรียนสอนขับรถแบบไหนดีกว่ากัน? ใครยังตัดสินใจไม่ได้ insurverse จะพาคุณมาเปรียบเทียบประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากการเลือกเส้นทางการฝึกขับรถทั้ง 2 ทางเลือก เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี, สะดวกสบายและปลอดภัยที่สุดในแบบของคุณ จะได้ตัดสินใจได้ง่ายว่าควรเลือกแบบไหนดี?
หากคุณเลือกเรียนขับรถครั้งแรกกับโรงเรียนสอนขับรถมือใหม่จะมีอัตราค่าเรียนที่ประมาณ 4,500-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคอร์สเรียนและเกณฑ์การตั้งราคาของแต่ละสถาบัน แต่ในกรณีที่คุณหัดขับรถยนต์ด้วยตัวเองจนคล่องจะเสียค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราว 305 บาท โดยคุณสามารถใช้วิธีจองวัน, เวลาและสำนักงานขนส่งทางบกที่คุณสะดวกผ่านทางเว็บไซต์ DLT Smart Queue หรือแอปพลิเคชันของกรมขนส่งทางบกด้วยตัวเองได้เลย!
รายละเอียดคอร์สเรียนมีให้เลือกทั้งเรียนขับอย่างเดียวและเรียนขับแล้วได้ใบขับขี่ โดยแบ่งรายละเอียดของคอร์สที่พบเห็นได้ทั่วไปออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
หากคุณมีคนในบ้านที่ใจกล้าและใจเย็นมากพอที่สามารถสอนคุณขับรถยนต์ได้โดยไม่ทะเลาะกันหรือคุณใจถึงพอที่จะหัดขับด้วยตัวเองคนเดียว! รวมถึงมีพื้นที่ให้คุณสามารถทดลองหัดขับรถอย่างปลอดภัย การฝึกขับรถเองถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามาก ไม่ต้องควักเงินครึ่งหมื่นให้กับโรงเรียนสอนขับรถมือใหม่ ไปลองหัดขับเองก็สามารถทำให้คุณขับรถเป็นได้เหมือนกัน!
หากคุณต้องการเรียนที่โรงเรียนสอนมือใหม่ขับรถโดยเฉพาะ! คุณจะได้เรียนทั้งข้อกฎหมายจราจร, สัญญาณไฟจราจร, พ.ร.บ.รถยนต์และมารยาทในการขับขี่ รวมถึงสามารถเลือกเรียนหัดขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้หรือหัดขับรถทั้ง 2 ประเภทควบคู่กันได้ ซึ่งหลังจากเรียนครบตามชั่วโมงที่เลือกไว้คุณจะได้ทำการทดสอบข้อเขียนและการปฏิบัติจริง หากสอบผ่านคุณจะได้รับใบขับขี่กลับบ้านเลย พร้อมต่อพ.ร.บ.รถยนต์กับ insurverse แล้วนำรถออกถนนไปใช้งานจริงได้อย่างปลอดภัย!
ไม่ว่าคุณจะเลือกหัดขับรถครั้งแรกด้วยตัวเองหรือฝึกที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์ ก็ช่วยทำให้คุณสามารถขับรถเป็นได้ทั้งนั้น ทั้งนี้ความปลอดภัยในการขับขี่เป็นเรื่องสำคัญมาก หากอยากอุ่นใจเมื่อต้องออกถนนจริงสิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ การเลือกซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ insurverse ที่ให้ความคุ้มครองครบในราคาเบาสบายกระเป๋ากว่าใคร! เริ่มต้นเพียง 499 บาท! เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับมือใหม่และพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุบนท้องถนน เดินทางไปไหนก็ปลอดภัยได้มากกว่า จบปัญหาเรื่องความเสี่ยงสูงในการขับขี่บนถนนใหญ่ไปได้เลย!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย