เรื่องของการใช้แอร์รถยนต์หน้าฝน หลายๆ คนอาจประสบปัญหาเรื่องกลิ่น เพราะเวลาฝนตกฉ่ำๆ แล้วมาเปิดแอร์รถยนต์ อาจต้องปวดหัวกับกลิ่นเหม็นอับในช่องแอร์และฝ้าที่กระจกเพราะบดบังการมองเห็นอีกด้วย แล้วเวลาฝนตกควรเปิดแอร์แบบไหนดี? มีวิธีแก้ กระจกรถยนต์เป็นฝ้าได้อย่างไรบ้าง insurverse มีคำตอบ ตามไปดูกันเลย
ด้วยความชื้นในอากาศที่มากกว่าในฤดูร้อน จึงส่งผลกระทบกับแอร์รถยนต์หน้าฝน ใครมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับแอร์รถยนต์ ตามไปดูวิธีแก้ไข ดังนี้
ตรวจสอบดูว่า ทุกครั้งที่เปิดแอร์รถยนต์หน้าฝน ได้เปิดแอร์ไว้ทุกจุดไหม? เพื่อให้ความเย็นแอร์ถูกระบายออกมา จะได้เป็นการช่วยลดความชื้นที่สะสมอยู่ภายในตู้แอร์ลดลงได้
ช่วงหน้าฝนเราจะรู้สึกว่าเปิดแอร์แล้วจะเย็นมาก จึงต้องปรับพัดลมแอร์ให้เบาลง แต่แบบนี้ไม่ดี ไม่ทำ เพราะหากตั้งน้ำยาแอร์ให้เย็นจัด แล้วเปิดพัดลมแอร์ไว้เบาสุด ความเย็นในตู้แอร์จะมากจนเกินไป ก่อให้เกิดความชื้นสะสมบนรถยนต์ได้เช่นกัน
ไส้กรองแอร์เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค หากทิ้งไว้นานจะเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นอับภายในรถ จึงควรเปลี่ยนไส้กรองตู้แอร์เป็นประจำทุก 1 ปี
หลายคนอาจยังสงสัยว่า ปุ่มA/C ในรถคืออะไร? ปุ่มนี้ทำหน้าที่เปิด-ปิดการไหลเวียนของระบบหล่อเย็น ที่คอยทำอากาศเย็นภายในห้องโดยสาร หากเกิดปัญหาเรื่องกลิ่นอับจากแอร์รถยนต์ ให้ลองปิดสวิตช์ A/C ก่อนที่จะดับเครื่องยนต์ประมาณ 1-3 นาที จะช่วยไล่ความชื้นในตู้แอร์ได้ดีและลดกลิ่นอับได้ดีขึ้น
การจอดรถไว้กลางแดด แล้วเปิดประตูรถทั้ง 4 ด้านทิ้งไว้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เป็นอีกวิธีช่วยลดกลิ่นอับภายในรถได้
อีกปัญหาหนึ่งที่เจอกันบ่อยเวลาเปิดแอร์รถยนต์หน้าฝนขณะขับรถ ก็คือเรื่องของการเกิดฝ้าบนกระจก สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิภายในและภายนอกรถแตกต่างกัน จึงทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ ซึ่งฝ้าบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นอย่างมาก อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เลย ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีป้องกันการเกิดฝ้าที่กระจกขณะขับรถช่วงหน้าฝนกัน ให้ลองทำตามนี้
นอกจากปัญหาการเปิดแอร์รถยนต์หน้าฝนแล้ว ช่วงที่ฝนตกบ่อยๆ แบบนี้ก็มักจะเกิดความเสี่ยงหลายอย่างในการขับขี่รถ ทั้งทัศนียภาพในการมองเส้นทาง, ถนนลื่นหรือน้ำท่วม ซึ่งอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุและความเสียหายต่อบุคคลและทรัพย์สิน ฉะนั้นการทำประกันรถยนต์เอาไว้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจ
ประกันที่เหมาะกับหน้าฝนแบบนี้ สามารถเลือกได้หลายแบบตามต้องการ ซึ่งถ้าหากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมด้วย ก็อาจจะต้องเลือกเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือถ้าเบี้ยประกันรถยนต์ ชั้น 1 ราคาแรงเกินไป สามารถปรับเป็นประกันรถยนต์ 2+ แทนได้ ก็จะคุ้มครองในเรื่องน้ำท่วมเช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้ห่วงเรื่องน้ำท่วม ต้องการความปลอดภัยจากคนอื่นขับรถมาชน อาจจะเลือกชั้น 3+ ได้ ทีนี้ก็ปลอดภัยและอุ่นใจในทุกการขับขี่ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้นดูว่า มีความคุ้มครองครอบคลุมตรงตามความต้องการหรือไม่? จะได้มีประกันที่ถูกใจ ดูแลคุณได้อย่างสบายใจในทุกเส้นทาง
เมื่อได้ทราบวิธีการขจัดกลิ่นอับจากแอร์รถยนต์หน้าฝน รวมไปถึงการแก้ฝ้าที่กระจกรถไปแล้ว ก็อย่าลืมเรื่องความระมัดระวังในการขับขี่รถในช่วงหน้าฝนด้วย อย่างการมองหาประกันดีๆ เลือกบริษัทประกัน insurverse ก็ได้นะ ที่นี่เข้าใจในทุกความต้องการของคนรักรถและรักชีวิต จึงให้บริการประกันรถยนต์ออนไลน์ครบทุกความต้องการและสามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันได้เองตามไลฟ์สไตล์ จะเลือกความคุ้มครองแบบไหน ราคาเท่าไหร่ ก็จัดการเองได้แบบ DIY ใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ลองมาดูประกันรถยนต์ ราคาเบาๆ แต่ความคุ้มครองหนักๆ จาก insurverse ได้เลย รับรองว่าชีวิตจะดีขึ้น 300% ให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง