vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
การปรับกระจกมองข้างในระดับองศาใดถึงการปรับระดับที่เหมาะสม

การปรับกระจกมองข้างในระดับองศาใดถึงการปรับระดับที่เหมาะสม ขับขี่ปลอดภัย ไม่พลาดทุกมุมมอง

schedule
share

การปรับกระจกมองข้างดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่เชื่อเถอะว่าถ้าปรับผิดชีวิตอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด! การปรับให้เหมาะสมไม่ได้แค่ช่วยให้คุณมองเห็นชัดขึ้น แต่ยังลดจุดบอด เพิ่มความปลอดภัย และช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ลองมาดูวิธีการปรับกระจกมองข้างที่ถูกต้องกัน

focus-photography-of-vehicle-side-mirror
source: https://www.pexels.com/photo/selective-focus-photography-of-vehicle-side-mirror-753580

ทำไมการปรับกระจกมองข้างถึงเป็นเรื่องใหญ่?

หลายคนขับรถทุกวัน แต่ไม่เคยเช็คเลยว่ากระจกมองข้างที่ใช้อยู่นั้นปรับถูกต้องหรือเปล่า คิดง่าย ๆ ถ้ากระจกปรับมุมไม่พอดี คุณอาจพลาดการมองเห็นรถที่กำลังแซง หรือแม้กระทั่งคนเดินถนนที่อยู่ในมุมอับ การปรับให้ได้องศาที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

ขั้นตอนการปรับกระจกมองข้างแบบละเอียด

1. นั่งในตำแหน่งที่ขับรถสบายที่สุด

ก่อนจะเริ่มปรับกระจก สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งเบาะให้เหมาะกับตัวเองก่อน คุณควรปรับเบาะให้อยู่ในตำแหน่งที่ขับสบายที่สุด หลังพิงพนักพอดี และขาเหยียบเบรกกับคันเร่งได้เต็มที่โดยไม่ต้องยืดหรือเกร็ง

2. ปรับกระจกฝั่งซ้ายให้พอดี

การปรับกระจกฝั่งซ้ายควรเห็นส่วนท้ายรถตัวเองเล็กน้อย เพื่อช่วยกะระยะในขณะขับรถ และพื้นที่ที่เหลือบนกระจกควรเห็นถนนและเลนข้างเคียงอย่างชัดเจน ทำตามนี้ได้เลย

  • กดปุ่มปรับกระจกแล้วเลื่อนให้เห็นเส้นแบ่งเลนด้านข้างชัด ๆ
  • ให้รถของคุณกินพื้นที่ในกระจกไม่เกิน 10% ที่มุมล่างขวา
  • เหลือพื้นที่อีก 90% ให้ถนนและเลนข้างเคียง เพื่อมองเห็นรถที่อาจจะแซงมา

3. ปรับกระจกฝั่งขวาให้มองได้ทั่ว

ฝั่งนี้สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นด้านที่คนขับต้องใช้งานบ่อยที่สุด การปรับให้ถูกต้องช่วยลดจุดบอดข้างรถได้มาก ทำตามนี้

  • เลื่อนกระจกให้เห็นข้างรถของคุณเล็กน้อยที่มุมล่างซ้าย
  • ส่วนที่เหลือของกระจกควรแสดงถนนและเลนข้างขวาแบบชัดเจน
  • ลองมองดูว่าถ้ารถในเลนข้างขวาเคลื่อนตัว คุณสามารถมองตามได้ต่อเนื่องหรือไม่

4. เช็คจุดบอดหลังปรับเสร็จ

แม้กระจกจะช่วยมองได้เยอะ แต่ก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด คุณต้องเช็คจุดบอดด้วยตัวเอง ลองขยับหัวเล็กน้อยมองดูว่ามีพื้นที่ที่คุณมองไม่เห็นหรือเปล่า

side car mirror
source: https://www.flickr.com/photos/javcon117/14381643043

องศาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกระจกมองข้าง

การตั้งองศากระจกมองข้างที่ดีควรทำให้มองเห็นรถตัวเองเล็กน้อยในมุมกระจก เพื่อกะระยะได้ และพื้นที่ที่เหลือควรเห็นถนนรอบข้างอย่างชัดเจน 

โดยจะต้องปรับกระจกให้อยู่ที่ประมาณ 90 องศา จะทำให้เห็นท้ายรถ 10% และถนนอีก 90% หรือพูดอีกอย่างคือ ให้มองเห็นตัวรถในพื้นที่กระจกแค่ ⅓ เท่านั้น มุมนี้ช่วยลดพื้นที่ของตัวรถในกระจก ทำให้มีพื้นที่สำหรับมองถนนและเลนข้างขวาได้กว้างขึ้น 

การตั้งกระจกที่องศา 90 ช่วยลดจุดบอดและเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น ถ้าคุณยังพลาดเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาประกันรถยนต์จาก insurverse ก็พร้อมดูแล เพราะทุกอู่ในเครือของเราสามารถซ่อมได้เลยโดยไม่ต้องออกเงินก่อน และถ้ามีบาดเจ็บ ทีมเจ้าหน้าที่ก็พร้อมช่วยเหลือถึงที่ทันที

ขับรถในเวลากลางคืน ปรับกระจกยังไง

ในช่วงเวลากลางคืน การปรับกระจกมองข้างให้เหมาะสมจะช่วยลดแสงสะท้อนจากไฟหน้าของรถคันหลังที่อาจรบกวนการมองเห็น

  • ปรับมุมกระจกเล็กน้อยเพื่อให้แสงสะท้อนกระทบดวงตาน้อยลง
  • ตรวจสอบความชัดเจนของกระจกก่อนออกเดินทาง

ปรับกระจกมองหลัง ปรับยังไง

กระจกมองหลังควรปรับให้สามารถมองเห็นภาพด้านหลังได้กว้างที่สุด

  • นั่งในตำแหน่งคนขับแล้วปรับกระจกให้มองไม่เห็นศีรษะของผู้ขับ
  • หากกระจกเดิมมุมมองแคบ อาจเปลี่ยนกระจกมองหลังเป็นขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

เคล็ดลับเล็ก ๆ ในการปรับกระจก

  • ถ้าเป็นมือใหม่: อย่าลืมลองปรับกระจกทุกครั้งก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะถ้าคุณต้องเดินทางไกล
  • ถ้าขับในเมือง: ปรับให้เน้นมองเห็นเลนข้างเคียง เพราะรถเยอะและมีโอกาสเปลี่ยนเลนกะทันหัน
  • ถ้าขับต่างจังหวัด: ปรับให้เห็นถนนโล่งกว้างขึ้น เพราะคุณอาจต้องเฝ้าระวังรถที่ขับมาเร็ว

ปัญหาที่อาจเจอถ้าปรับกระจกผิด

  1. มองไม่เห็นรถตัวเองเลย: ปัญหานี้ทำให้คุณกะระยะห่างได้ยาก โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนเลน
  2. มองเห็นแต่รถตัวเองมากเกินไป: ทำให้พื้นที่ที่มองเห็นถนนน้อยลง จุดบอดก็เพิ่มขึ้น
  3. ลืมเช็คจุดบอด: กระจกไม่สามารถครอบคลุมทุกมุมได้ ควรหันหัวมองรอบตัวก่อนเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว

ใช้กระจกมองข้างยังไงให้ปลอดภัยที่สุด

  • มองกระจกทั้งสองข้างควบคู่กับกระจกหลังเสมอ เพื่อให้ได้ภาพรวมของการจราจร
  • ใช้กระจกมองข้างก่อนเปลี่ยนเลน และอย่าลืมเช็คจุดบอดด้วยการหันหัวมอง
  • หากขับในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เช่น ถนนลื่นหรือรถติด ควรเช็คกระจกบ่อยขึ้น

การปรับกระจกมองข้างไม่ใช่เรื่องเล็ก และถ้าทำได้ถูกต้อง มันช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มหาศาล อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ นี้เด็ดขาด

car side mirror
source: https://picryl.com/media/ayers-rock-uluru-australia-travel-vacation-34e8f9

ข้อกฎหมายเกี่ยวกับกระจกมองข้างที่ควรรู้ 

1. กระจกมองข้างต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ระบุว่า รถยนต์ต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วนและใช้งานได้ดี กระจกมองข้างที่ชำรุด แตกร้าว หรือไม่สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน ถือว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

หากตรวจพบว่าอุปกรณ์ส่วนควบของรถ เช่น กระจกมองข้างชำรุด อาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 500 บาท

2. รถทุกคันต้องมีกระจกมองข้างทั้งสองข้าง

กฎหมายกำหนดให้รถยนต์ต้องติดตั้งกระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวา ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 เพื่อให้สามารถมองเห็นถนนรอบตัวรถได้ครบถ้วน การถอดกระจกข้างหรือขาดกระจกข้างใดข้างหนึ่งออกถือว่าผิดกฎหมายและอาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 500 บาท

3. กระจกมองข้างต้องมีมุมมองชัดเจนและขนาดเหมาะสม

แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุขนาดของกระจกมองข้างโดยตรง แต่ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ระบุว่า กระจกมองข้างต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม และสามารถให้มุมมองที่เพียงพอสำหรับผู้ขับขี่

4. ห้ามดัดแปลงกระจกมองข้างผิดมาตรฐาน

การดัดแปลงกระจกมองข้าง เช่น การติดตั้งกระจกที่สะท้อนแสงมากเกินไป หรือเปลี่ยนขนาดจนทำให้การมองเห็นไม่ปลอดภัย อาจขัดกับ กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2539) ซึ่งระบุว่าการดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

การมีกระจกมองข้างที่สมบูรณ์ไม่เพียงช่วยให้คุณปลอดภัย แต่ยังช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายด้วย แต่ถ้ารถของคุณเสียหายจากอุบัติเหตุที่ทำให้กระจกมองข้างชำรุด ประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก insurverse ช่วยให้คุณอุ่นใจด้วยอู่ในเครือที่พร้อมซ่อมโดยไม่ต้องออกเงินก่อน แถมยังสามารถปรับแผนความคุ้มครองได้ตามใจ ให้จ่ายเบี้ยประกันเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ

รวมคำถามที่พบบ่อย

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย