เชื่อว่าหลายคนที่ขับขี่รถยนต์จะต้องมีพ.ร.บ.รถยนต์กันอยู่แน่นอน แล้วพ.ร.บ.รถยนต์ต้องซื้อทุกปีไหม ตอบเลยว่าเป็นสิ่งที่จะต้องมีการต่ออายุพ.ร.บ.เป็นประจำทุกปี เพื่อให้การขับขี่ในแต่ละครั้งได้รับความคุ้มครองพ.ร.บ.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่กำหนดไว้ เป็นกฎหมายที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไปจะต้องมีพ.ร.บ.ทุกคัน นอกจากจะให้ความคุ้มครองคนขับแล้ว ยังให้ความคุ้มครองคนเดินถนนอีกด้วย หากประสบภัยจากการใช้งานรถยนต์โดยไม่คาดคิด แม้ไม่ใช่ฝ่ายถูกก็ได้รับความคุ้มครองเช่นกัน ไปดูกันว่าซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ที่ไหน แล้วพ.ร.บ.ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง 2567 ไปดูกัน
กรณีที่เจ้าของรถยนต์ไม่ได้ทำประกันรถยนต์ แต่หากเจ้าของรถยนต์ได้ทำพ.ร.บ.รถยนต์ภาคบังคับ เอาไว้ โปรดรู้ไว้เลยว่าจะได้รับความคุ้มครองบนท้องถนนแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงแม้ความคุ้มครองไม่ได้มากเท่ากับการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แต่ก็ดีกว่าไม่มีแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดเราจะต้องรู้ว่าการซื้อพ.ร.บ.ออนไลน์ราคาถูกนั้นซื้อที่ไหน แล้วพ.ร.บ.ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง ซึ่งวันนี้เราจะพูดถึง สิ่งที่พ.ร.บ.ไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง จะทำให้รู้ข้อมูลเอาไว้ เพื่อการขับขี่ให้ปลอดภัย Enjoy ได้ทุกที่ในขอบเขตความคุ้มครองพ.ร.บ.เสมอ
การทำพ.ร.บ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครองพ.ร.บ.เฉพาะการใช้รถยนต์อยู่ในพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ถ้าหากเจ้าของรถยนต์มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยการใช้รถยนต์ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำพ.ร.บ.รถยนต์
ถึงจะเลือกซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ราคา 2567 เอาไว้ หากรถยนต์ที่ใช้ถูกยักยอก, กรรโชกหรือรีดเอาทรัพย์ หากเจอเหตุการณ์นี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำพ.ร.บ.รถยนต์ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาให้เจ้าของรถรีบติดต่อสถานีตำรวจเพื่อทำการแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ เป็นเพียงทางแก้ไขเดียวที่พอจะทำได้
แม้จะเช็คพ.ร.บ.ออนไลน์แล้วว่าอยู่ในระยะประกันการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน แต่หากเจ้าของรถยนต์ใช้รถยนต์ในทางที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการดักจี้, ชิงปล้น, ขนยาเสพติดหรือมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในรถ ในกรณีนี้พ.ร.บ.รถยนต์จะไม่ให้ความคุ้มครองอย่างแน่นอน
พ.ร.บ.ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง การนำรถยนต์ที่ทำพ.ร.บ.รถยนต์ไปใช้ในการแข่งขันความเร็วบนท้องถนน ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงเป็นสาเหตุที่ไม่ได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกัน
ถึงแม้เราจะทำพ.ร.บ.รถยนต์และมีการต่อพ.ร.บ. ทุกปีอยู่แล้ว เราก็ต้องทำการศึกษาทำความเข้าใจว่าพ.ร.บ.รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้างและพ.ร.บ.ไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความเข้าใจแนวทางในการปฏิบัติตามระเบียบข้อกำหนดของพ.ร.บ.ได้อย่างถูกต้อง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็จะได้รับความคุ้มครองในเบื้องต้น แต่เพื่อให้เกิดความอุ่นใจที่มากกว่าควรศึกษาเพิ่มด้วยว่า การทำพ.ร.บ.รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่จะไม่ได้รับความคุ้มครอง โดยสามารถเข้ามาเช็คพ.ร.บ.รถยนต์ราคา 2567 ที่ insurverse พร้อมศึกษาข้อมูลประกันภัยที่ออกแบบความคุ้มครองได้เองและซื้อพ.ร.บ.ออนไลน์ราคาถูกที่นี่ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว