รถหายหรือไฟไหม้รถ เป็นการสูญเสียทรัพย์สินที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่น ถ้ารถถูกไฟไหม้แบบรุนแรงการซ่อมแซมอาจสูงมากจนไม่คุ้มค่า ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำประกันรถยนต์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใครหลายคนสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วผู้คนส่วนใหญ่ก็ต้องการความคุ้มครองที่มีเบี้ยประกันไม่สูงมาก ดังนั้นจึงทำให้ประกันชั้น 2+ เป็นประเภทประกันที่ตอบโจทย์มากเลยทีเดียว
ถ้าคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ และเกิดเหตุการณ์รถไฟไหม้หรือรถหาย อย่าพึ่งตกใจ เพราะประกันประเภทนี้สามารถคุ้มครองความเสียหายจากเหตุการณ์เหล่านี้ได้ โดยอธิบายเพิ่มเติมให้คุณได้เข้าใจในความคุ้มครอง ดังต่อไปนี้
หากรถของคุณเกิดไฟไหม้จากสาเหตุใดก็ตาม ทั้งระบบไฟฟ้าขัดข้อง ระบบเครื่องยนต์ อุบัติเหตุจากการชนและพลิกคว่ำ หรือการประมาทเลินเล่อวางสิ่งของที่เป็นชนวนไฟไว้ในรถ ประกันจะคุ้มครองทั้งหมด แต่ยกเว้นการจงใจหรือตั้งใจจุดไฟเผารถตัวเอง ประกันจะไม่คุ้มครองในกรณีนี้ และความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เลือกไว้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 70 ถึง 80% ของราคาตลาดรถ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าทำทุนประกันรถไว้ที่ 500,000 บาท บริษัทจะชดเชยค่าเสียหาย 350,000 ถึง 400,000 บาท นั่นเอง
หากรถของคุณหายประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหายตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ยกตัวอย่างเช่น หากรถของคุณทำทุนประกันไว้ที่ 500,000 บาท บริษัทประกันจะชดเชยค่าเสียหาย 350,000 ถึง 400,000 บาท นั่นเอง
การเคลมประกันชั้น 2+ ในกรณีที่รถหายหรือไฟไหม้ ขั้นตอนแรกเลยก็คือให้คุณดำเนินการแจ้งความและลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ซึ่งข้อแนะนำคือการเก็บหลักฐานอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรูปรถ ภาพถ่ายจุดเกิดเหตุและตัวรถ และถ้ากรณีรถหายให้คุณเก็บกุญแจเอาไว้ด้วย หลังจากนั้นทำตามขั้นตอนดังนี้
เมื่อคุณแจ้งความเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คุณแจ้งบริษัทประกันภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันหรือยิ่งเร็วเท่าใดยิ่งดี หลังจากนั้นเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนประกอบไปด้วย
เมื่อเตรียมเอกสารเสร็จแล้วให้ยื่นเอกสารต่อบริษัทประกันภัยและรอเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบและประเมินค่าเสียหาย
เมื่อคุณยื่นเอกสารครบแล้วให้รอรับค่าสินไหมทดแทน โอนจ่ายผ่านบัญชีธนาคารที่คุณได้ส่งสำเนายื่นเอกสารไป ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่เกิน 15 วันทำการ
หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อประกันชั้น 2 หรือ 2+ ดี วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้
ดังนั้นถ้าใครที่กำลังประสบปัญหารถหายไฟไหม้ แล้วทำประกันชั้น2+ ไว้ รีบแจ้งเคลมทันทีเพราะสามารถเคลมได้ แต่หากใครกำลังมองหาประกันรถที่ครอบคลุมอุบัติเหตุด้านนี้อยู่ คุณสามารถที่จะเข้ามาเช็คเบี้ยประกันออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ insurverse เว็บไซต์ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ราคาถูก มาพร้อมกับบริการลูกค้าแบบครบครัน ทั้งการค้นหาอู่รถ การตรวจสภาพรถแบบออนไลน์ หรือสามารถแจ้งเคลมออนไลน์ได้อีกด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว