ขับรถคันเดิมมาตั้งนานเบื่อสีรถเดิมๆ มีรอยด่างและรอยข่วนรอบคัน จนรู้สึกอยากทำสีรถใหม่ทั้งคัน เพื่อให้ดูสวยสดและมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการทำสีรถใหม่ทันคันไม่ได้จบแค่ออกจากอู่ แต่ต้องเดินเรื่องเอกสารต่างๆ หลายขั้นตอน เพื่อให้คนที่กำลังวางแผนเปลี่ยนสีรถทั้งคันเข้าใจว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างที่ไม่ควรมองข้ามบ้าง insurverse ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำสีรถรอบคัน เพื่อให้คุณไม่เสียสิทธิประโยชน์ส่วนตัวไปแบบฟรีๆ และไม่ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก
การทำสีรถใหม่ทั้งคันควรแจ้งกับ 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือ กรมการขนส่งทางบก ที่เป็นผู้ดูแลและจัดระเบียบของผู้ใช้รถทุกประเภทให้อยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และอีกฝ่ายที่ควรแจ้งคือบริษัทประกันรถยนต์ที่เราทำอยู่ เพื่อให้พวกเขาอัปเดตรูปลักษณ์รถยนต์ของเราตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
หลังจากเปลี่ยนสีมาแล้วหากมีการแจ้งอัปเดตสีรถใหม่กับทางบริษัทประกัน พร้อมส่งเอกสารยืนยันเรียบร้อยแล้วสามารถใช้ประกันได้ตามปกติ แต่ถ้าคุณเพิกเฉยไม่แจ้งประกันให้ทราบ อาจทำให้เคลมประกันยากหรืออาจเคลมไม่ได้เลยก็ได้เช่นกัน เพราะถือว่าสีของรถยนต์ไม่ตรงตามข้อมูลที่ระบุไว้ในเอกสารกรมธรรม์
การทำสีรถใหม่ทั้งคันสามารถเคลมประกันได้ แต่สามารถทำได้เฉพาะประกันชั้น 1 ในรูปแบบการเคลมรอบคันจากอุบัติเหตุ หมายความว่าคุณจะต้องจ่ายค่า Excess ประมาณ 1,000-5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนดเอาไว้ในกรมธรรม์ วิธีนี้ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร เพราะการทำสีรถใหม่ทั้งคันมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนของรถยนต์ เทคนิคการทำสี และการประเมินหน้างานของแต่ละอู่หรือศูนย์บริการ
การแจ้งเปลี่ยนสีรถใหม่ทั้งคันสามารถดำเนินการที่สำนักงานกรมการขนส่งทางบกได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่นได้เลย โดยจะต้องใช้เอกสารสำคัญเพื่อดำเนินการดังนี้
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 105 บาท
ในกรณีที่ทำสีเฉพาะจุด ติดสติกเกอร์ ทำสีคาดแถบ หรือการตกแต่งที่ไม่ได้ทำให้สีหลักของรถเปลี่ยนแปลงถึง 30% ไม่จำเป็นต้องแจ้งเปลี่ยนสีกับกรมการขนส่งทางบก เพราะกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนสี
การตกแต่งรถแบบสองสีหรือสไตล์ทูโทน หากสีที่สองกินบริเวณจนทำให้แตกต่างไปจากสีเดิม 30% ของทั้งคันรถต้องแจ้งเปลี่ยนสีกับกรมการขนส่งทางบก เช่น ทำฝากกระโปรงลายคาร์บอนสีดำ ทำสีกระโปรงท้าย ทำสีประตูทั้ง 4 บาน เป็นต้น
การแร็ปรถ (Wrap Car) แม้ว่าจะเป็นการทำสีชั่วคราว แต่ก็จำเป็นต้องแจ้งเปลี่ยนสีกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ต่างจากการทำสีรถใหม่ทั้งคัน ถ้าให้ดีควรแจ้งกับทางประกันด้วยเช่นกัน และถ้าหากลอกสีที่แร็ปไว้ออกทั้งหมดก็ต้องกลับไปแจ้งเปลี่ยนสีอีกรอบไม่มีข้อยกเว้น
ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตราที่ 13 กำหนดไว้ว่า “รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแปลง” หากเกินกำหนดจะมีความผิดตามมาตราที่ 60 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
การเปลี่ยนสีรถใหม่ทั้งคันเป็นวิธีเติมแต่งรถยนต์ของเราให้ดูสวยถูกใจตามที่เราต้องการ แต่ก็ต้องทำตามขั้นตอนที่ภาครัฐกำหนดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันในสิทธิ์ที่พวกเราจะได้รับ รวมไปถึงบริษัทประกันก็จะสามารถคุ้มครองรถของเราได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเคลมได้มั้ย สำหรับใครกำลังมองหาประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่รู้ใจคุณแบบครบจบทุกความคุ้มครอง insurverse พร้อมให้บริการ ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์แบบไหนพร้อมดูแลแบบชัวร์ๆ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ