ใครเคยหงุดหงิดตัวเองที่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าได้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ที่ไหน? แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก เพราะเราสามารถเช็กข้อมูลประกันรถยนต์ของเราได้ว่าเคยทำไว้ที่ไหน หรือหมดอายุเมื่อไหร่ เพื่อที่จะได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่ซื้อประกันรถยนต์ เราจะได้รับกรมธรรม์ฉบับจริงผ่านทางไปรษณีย์ หรือเลือกรับเป็นกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านทางอีเมล แต่หากว่าหายังไงก็หาไม่เจอ เรามีทางออกอื่น ๆ มานำเสนอ แล้วสิ่งนี้จะไม่กลายมาเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจอีกต่อไป
สามารถขอตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186, กลุ่มงานคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เบอร์โทรศัพท์ 02-515-3999 ต่อ 5360, 5362, 5304 หรือสามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงาน คปภ.ประจำเขตพื้นที่ หรือ คปภ.ประจำจังหวัดในวันและเวลาราชการ โดยจะต้องมีเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอ ดังนี้
วิธีนี้อาจจะต้องใช้การคาดเดาเล็กน้อย เพราะหากเราลืมว่าทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้กับบริษัทไหน สิ่งที่จะสามารถทำได้คือ ลองนึกว่าเราน่าจะทำประกันรถยนต์กับบริษัทไหน อาจจะมาจากการคาดเดา หรือลองสอบถามคนใกล้ตัว โดยสามารถโทรสอบถามไปที่เบอร์ Call Center ของบริษัทประกันโดยตรง ซึ่งหากไม่พบข้อมูลก็อาจจะต้องเสียเวลาในการโทรสอบถามบริษัทอื่น ๆ ต่อไป โดยจะต้องเตรียมข้อมูลให้กับทางบริษัทในการตรวจสอบ ดังนี้
หากเป็นรถที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน ศูนย์จะยังคงมีข้อมูลเกี่ยวกับรถอยู่ เนื่องจากการซื้อรถใหม่กับศูนย์จำหน่ายรถยนต์ ส่วนมากจะมีการขายหรือแถมประกันรถยนต์มาด้วยเสมอ ซึ่งจะสามารถให้ข้อมูลในเบื้องต้นได้ว่าคุณทำประกันรถยนต์กับบริษัทไหน
หากรู้สึกว่าได้ทำประกันรถยนต์มาในระยะหนึ่งแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าวันหมดอายุคือเมื่อไหร่ และไม่ต้องการที่จะขาดความคุ้มครอง สามารถโทรไปสอบถามที่ คปภ. ได้ที่เบอร์ติดต่อ 1186 หรือสอบถามที่เบอร์ Call Center ของบริษัทประกันรถยนต์ที่เราทำไว้ หากทำประกันรถยนต์ที่ insurverse ก็สามารถเช็กผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอีกหนึ่งวิธีคือ การเช็กวันหมดอายุจากกรมธรรม์ เพราะในกรมธรรม์จะมีรายละเอียดต่าง ๆ ไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่
เพราะเชื่อว่าผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนต้องการความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ที่จะสามารถคุ้มครองและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทั้งตัวคุณและรถของคุณ หากขาดความคุ้มครองไป อาจจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเลยก็ได้ ดังนั้น การทำประกันรถยนต์อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความอุ่นใจในทุกการขับขี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน