การตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางไกล เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะการตรวจรถที่จุดต่างๆ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับ ทำให้ผู้ขับสามารถปรับเปลี่ยนและแก้ไขความบกพร่องของรถได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย การตรวจเช็ครถยนต์เบื้องต้นก่อนเดินทางไกล จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ แต่ถ้าไม่รู้จะตรวจเช็กตรงไหน insurverse พร้อมบอกจุดเช็ครถก่อนเดินทางไกล 2567 ที่สำคัญๆ ให้ทุกคนได้รู้ ใครที่อยากรู้ว่ามีจุดไหนบ้าง ไปดูกันเลย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรถและเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับการเดินทาง ผู้ขับควรทำการตรวจเช็ครถตรงจุดต่างๆ ที่สำคัญ โดย 7 จุดสำคัญที่ควรต้องตรวจเช็ก มีดังนี้
ยางรถยนต์เป็นรายการตรวจเช็ครถยนต์อันดับต้นๆ เพราะมีผลต่อการเดินทางไกล จึงควรตรวจดูว่ามีร่องรอยการสึกหรอหรือไม่ ถ้ามีให้ทำการเปลี่ยน จากนั้นให้ตรวจดูลมยาง ถ้าลมยางไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมให้เติมลมเข้าให้ถึงเกณฑ์ เพื่อให้พร้อมต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย
เช็ครถก่อนเดินทางไกลควรเช็กน้ำมันเครื่องด้วยเสมอ ถ้าน้ำมันเครื่องใกล้หมดให้รีบเปลี่ยนทันที เพราะน้ำมันเครื่องมีความสำคัญต่อรถยนต์ ช่วยลดการเสียดสี,ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์และหล่อลื่นวัตถุโลหะได้เป็นอย่างดี
เมื่อออกต่างจังหวัด เช็ครถที่ระบบเบรกและน้ำมันเบรกด้วย เพราะถ้าเบรกมีปัญหาอาจทำให้เกิดอันตรายที่ไม่คาดฝัน ดังนั้นจึงควรสังเกตผ้าเบรกและฟังเสียงเบรกก่อนเดินทางไกลและอย่าลืมเช็กน้ำมันเบรกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย
การเช็กระบบไฟ เป็นการเช็ครถก่อนเดินทางไกลฟรีที่ใครๆ ก็ทำได้ด้วยตัวเอง โดยก่อนออกเดินทางไกล ให้ทำการเช็กสัญญาณไฟหน้า, ไฟเบรก, ไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟฉุกเฉินให้พร้อม หากสัญญาณไฟมีปัญหาให้นำรถไปแก้ไขในศูนย์ซ่อมให้เสร็จก่อนออกเดินทาง
เช็กแบตเตอรี่รถยนต์ว่าควรเปลี่ยนหรือไม่ ถ้าไม่รู้ว่าสภาพแบตเป็นอย่างไรให้นำรถเข้าศูนย์เช็ครถเพื่อให้ช่างตรวจเช็กสภาพแบตให้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเช็คสภาพรถก่อนเดินทางไกลราคาจะไม่แพง แต่หากรถถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้เพิ่มขึ้น
การเช็กหม้อน้ำรถยนต์ เป็นหนึ่งในการเช็ครถก่อนเดินทางไกล ฟรี 2566 ที่ทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่เปิดฝากระโปรงรถ แล้วเปิดดูหม้อน้ำรถยนต์ ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีน้ำเปล่าและสารหล่อเย็นเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอก็เติมเข้าไปให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
เช็ครถก่อนเดินทางไกล 2567 จะต้องตรวจเช็กแผ่นกรองอากาศด้วย เพราะแผ่นกรองอากาศช่วยป้องกันเครื่องยนต์จากเศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ดังนั้นก่อนเดินทางไกลในทุกครั้ง ควรเช็ครถที่จุดแผ่นกรองอากาศ โดยถอดแผ่นกรองอากาศออกมากำจัดสิ่งสกปรกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการเดินทางที่สดชื่น หายใจได้อย่างโล่งสบาย
การตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล ไม่ได้ยากเหมือนกับที่ใครหลายๆ คนคิด เพราะสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวไม่ต้องพึ่งพาใคร เมื่อทำการเช็ครถก่อนเดินทางไกล 2567 เป็นแล้ว ผู้ขับก็จะได้เข้าใจในจุดต่างๆ ของรถรู้ว่าควรปรับปรุงหรือแก้ไขในส่วนไหนให้รถพร้อมต่อการเดินทางไกล ส่วนใครที่ต้องการขับเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ไร้ความกังวลยิ่งกว่าเดิม แนะนำให้ทำประกันภัยรถยนต์เลือกได้จาก insurverse คลิกที่นี่ได้เลยเพื่อดูแผนความคุ้มครองเพิ่มเติม เป็นประกันที่มีความคุ้มครองให้เลือกหลากหลาย ปรับราคาตามงบได้แบบตามใจ แถมยังให้ความคุ้มครองเรื่องรถเป็นพิเศษ ผู้ทำประกันสามารถเลือกทำได้ทั้งประกันรถยนต์ราคาแพงและประกันรถยนต์ราคาถูกได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง