เพิ่งถอยรถออกมาใหม่ใสกิ๊ก ไม่ทันไรก็ได้รอยบุบหรือขีดข่วนรอบคันซะแล้ว เห็นรอยชัดแม้มองจากที่ไกล ๆ แต่งานนี้ใครจะจ่ายค่าซ่อมรถยนต์เองให้เสียเวลา? ในเมื่อสมัครประกันรถยนต์เอาไว้แล้ว ก็ถึงเวลาเคลมสีรอบคันซะเลย เก็บรอยขนแมว รอยสีให้รถกลับมาเหมือนใหม่ ซ่อมมันครั้งเดียวซะให้จบ ว่าแต่การเคลมสีรอบคันไม่มีคู่กรณีแบบนี้ ทำได้ไหม ต้องเสียค่า Excess ด้วยหรือเปล่า? มาหาคำตอบกันเลยดีกว่า
หัวจะปวดรายวันกับรอยขีดข่วนรถยนต์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก! จะให้เคลมประกันทีละครั้งก็เสียเวลาชีวิตไม่น้อย ไม่ต้องทำงานทำการกันพอดี บริษัทประกันเลยให้เราเคลมประกันอีกหนึ่งรูปแบบที่เรียกว่าเคลมสีรอบคัน ซึ่งก็คือ ซ่อมมันทั้งคัน ไม่ว่าจะชนหนักชนเบาแค่ไหนก็ซ่อมให้หมด ดังนั้นถ้ามีร่องรอยการชนเพียบจากวีรกรรมในอดีต เลือกเคลมแบบนี้ดีสุด ซ่อมครั้งเดียวจบ ไม่ต้องวนเวียนเข้าอู่บ่อย ๆ
สงสัยไหมว่าการเคลมรถมีทั้งหมดกี่ประเภท แต่ละแบบมีเงื่อนไขการเคลมยังไง? แล้วการเคลมสีรอบคันอยู่ในกลุ่มไหน มาดูกันเลย!
ชื่อก็บอกแล้วว่าเคลมสด ก็ต้องเคลมสด ๆ เดี๋ยวนั้น นั่นคือ รถชนปุ๊ป โทรเรียกบริษัทประกันปั๊บ แต่ไม่ใช่ทุกเคสนะที่จะเคลมสดได้ เพราะต้องเป็นการชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น หมายความว่าหลังจากชนแล้วต้องมีคู่กรณีอยู่รอเคลียร์ด้วยนั่นเอง และถ้าก่อนหน้านี้รถยนต์เราเคยมีรอยขีดข่วน ก็ถือโอกาสเคลมรอบคันได้เลย แต่เงื่อนไขสำคัญคือ หากคุณทำประกันชั้น 1 คุณสามารถเคลมได้ทั้ง เคลมสดและเคลมแห้ง เช่น ถ้าคุณขับรถชนกับคู่กรณี สามารถแจ้งเคลมสดได้ทันที หรือถ้าคุณขับรถไปชนรั้วบ้าน ขูดกำแพง ไม่มีคู่กรณี แบบนี้เป็นเคลมแห้ง สามารถเคลมตอนไหนก็ได้ตามสะดวก แต่ถ้าคุณใช้ประกันชั้น 2+ , ประกันชั้น 3+ และประกันชั้น 3 จะไม่สามารถเคลมแห้งได้ เนื่องจากคุ้มครองเฉพาะกรณี รถชนรถ เท่านั้น
เคลมแห้ง เกิดเหตุชนปุ๊ปก็ไม่ต้องรีบเคลมประกัน เนื่องจากสามารถเคลมหลังจากเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งส่วนมากแล้วการเคลมแห้งเนี่ย ไม่มีใครเขารีบเคลมกันทันที สาเหตุก็ง่ายๆ เลยเสียเวลา! เพราะเป็นการชนที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยมาก ๆ เช่น ขับชนถังขยะ ชนขูดกับกำแพง ฯลฯ พอรอยชนเกิดขึ้นเยอะ ๆ ค่อยไปเคลมสีรถรอบคันทีเดียวจะได้คุ้ม! แต่จะคุ้มจริงหรือไม่ ต้องเช็คเงื่อนไขกรมธรรม์ด้วยนะ ไม่อย่างนั้นแล้ว โดนค่า Excess หลังแอ่นชัวร์
ใครเคยทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้บอกเลยชีวิตดีชัวร์ เพราะแจ้งเคลมได้ทั้งอุบัติเหตุจากกรณีมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี พอเป็นแบบนี้แล้ว ก็เคลมรอบคันได้ด้วย รถจะพังจากเหตุต้นไม้ทับ แมวข่วน ชนกับรถสิบล้อแรงแค่ไหน ฯลฯ ประกันก็พร้อมจ่ายให้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณีนะที่ประกันชั้น 1 จะให้เคลมรอบคัน เช่น รถสีถลอกจากการที่ใช้งานมานานมากแล้ว เป็นต้น
เขาว่ากันว่าการเคลมสีรอบคันเนี่ยมันพิเศษกว่าการเคลมแบบทั่วไป เพราะต้องเสียค่า Excess หรือที่เรียกกันว่าค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่าแม้ทำประกันชั้น 1 มา ก็ต้องจ่ายค่า Excess ก่อนเคลมรอบคัน จริง! โดยจ่ายรอยละ 1,000 บาทแต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะจ่ายแค่ 4 เคสต่อไปนี้เท่านั้น
ไม่รู้ว่ารถบุบมีรอยตั้งแต่วันไหน แถมไม่รู้ด้วยว่าชนจากเหตุอะไร แบบนี้เคลมรอบคันกับประกันชั้น 1 ไป ก็ไม่พ้นที่จะต้องจ่ายค่า Excess ชัวร์ เพราะบริษัทประกันไม่รู้ว่าคนขับมีเจตนาจะเคลมประกันพร่ำเพรื่อหรือไม่?
แม้ว่าจะทำประกันชั้น 1 หากโดนชนแล้วหนี ก็ต้องจ่ายค่า Excess เพราะบริษัทประกันพิสูจน์ยากว่าเป็นเหตุชนแล้วหนีจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากติดกล้องหน้ารถเอาไว้ พร้อมมีหลักฐานบันทึกชัดเจน ก็มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นค่า Excess อยู่นะ
เช่น รอยแมวข่วน หินหล่นใส่รถ ชนเข้ากับกิ่งไม้เป็นรอย ฯลฯ แบบนี้เสียค่า Excess นะ แต่ถ้าหนูกัดสายไฟขาด หรือขับรถอยู่ ๆ หินชนกระจกแตก แบบนี้ชิลได้เลย สามารถเคลมรอบคันโดยไม่ต้องจ่ายค่า Excess
จู่ ๆ รถสุดรักสุดหวงโดนใครไม่รู้มากรีดเป็นรอยทางยาว จนอยากจะร้องกรี๊ด เจออย่างนี้ต้องทำใจหน่อย เพราะพิสูจน์ยากว่าเป็นอุบัติเหตุจริงหรือไม่ ยังไงก็ต้องควักตังค์จ่ายค่า Excess ก่อนเลย
ศัพท์ประกัน: ค่า Excess คือ ค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อเคลมประกันที่ไม่มีคู่หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1,000 บาท
คงอยากรู้กันแล้วละสิว่าวิธีเคลมสีรอบคันทำได้ยังไง? เตรียมสมุดปากกามาจดกันได้เลย!
เคลมสีรอบคันจะเลือกเคลมสด หรือเคลมแห้ง ก็ทำได้ทั้งหมด แต่ไม่ใช่ประกันชั้นไหนก็ได้นะที่ได้สิทธิพิเศษสุดปังขนาดนี้ เพราะการเคลมรอบคันเป็นสิทธิ์เฉพาะผู้ทำประกันชั้น 1 เท่านั้น อย่างไรก็ตามก่อนเคลมอย่าลืมศึกษาค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไรด้วย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเงื่อนไขการเคลมประกันปกติ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเคลมสีรถรอบคันไปกะหวังได้ซ่อมรถฟรี ๆ กลายเป็นจ่ายค่า Excess มึนตึ้บไม่รู้ตัว
หากกำลังมองหาประกันชั้น 1 เคลมไวชัวร์ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเกินความจำเป็น ห้ามพลาดกับประกันออนไลน์ insurverse ประกันออนไลน์ 100% เจ้าแรกของเมืองไทยที่ให้คุณปรับความคุ้มครองด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ มาพร้อมกับอู่ในเครือที่ซ่อมได้เลยไม่ต้องออกเงินเองก่อน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน